
ซีรีส์ : ฉันรักกรุงเทพฯ (ซีซัน 3)
คนรุ่นใหม่สร้างภาพเมืองใหม่แห่งความสามัคคีปรองดองขึ้นมา “รวมใจกัน เราทำได้” และต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 กับความรู้สึกให้พูดถึง ...กรุงเทพฯ ที่ฉันรัก
คนรุ่นใหม่สร้างภาพเมืองใหม่แห่งความสามัคคีปรองดองขึ้นมา “รวมใจกัน เราทำได้” และต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 กับความรู้สึกให้พูดถึง ...กรุงเทพฯ ที่ฉันรัก
เรื่อง...ซาร่าห์ & ทวิตตี้
บิ๊กคลีนนิงเดย์กรุงเทพฯ คนรุ่นใหม่สร้างภาพเมืองใหม่แห่งความสามัคคีปรองดองขึ้นมา “รวมใจกัน เราทำได้” และต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 กับความรู้สึกให้พูดถึง ...กรุงเทพฯ ที่ฉันรัก
กรุงเทพฯ คือบ้านของฉัน “นุ่น” ณิชยา ธรรมาวรานุคุปต์ ผู้บริหารสวย สมาร์ต แห่งวงการเครื่องประดับเพชร “บลูริเวอร์” บอกโดยไม่ต้องคิดนาน เธอเกิดและเติบโตที่นี่ ร่ำเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรีบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในย่านประวัติศาสตร์เมืองหลวง ไม่กี่วันนี้เธอไปทำงานวันแรกหลังจากย่านธุรกิจราชประสงค์หยุดชะงักไปเกือบ 2 เดือน
“ทุกคนดูแฮปปี้นะคะที่ได้กลับมาทำงานกันอีกครั้ง คำว่า แลนด์ออฟสไมล์ นุ่นว่ายังใช้ได้กับคนกรุงเทพฯ คือเขานิยามว่า กรุงเทพฯ เป็นมหานครเร่งรีบ...แบบเรื่อยๆ บรรยากาศเลยไม่ซีเรียส สบายๆ ไม่เคร่งเครียดเหมือนศูนย์กลางธุรกิจเมืองอื่น เรารีบ เรายุ่ง แต่เรากลับยิ้มกันได้เป็นเอกลักษณ์” ณิชยา คอนเฟิร์มด้วยรอยยิ้มบางๆ
กรุงเทพฯ ชีวิต ดีดีที่ลงตัว?!! กับคำกล่าวนี้ ณิชยา บอกยังใช้ได้อยู่! “ดีดี” คือความลงตัว และลงตัวคือความรู้สึกที่เธออยากใช้คำว่า พอเพียง
“ถ้าเทียบกับเมืองหลวงระดับโลก กรุงเทพฯ เริ่มต้นช้ากับการวางแผนพัฒนาเมืองที่เป็นขั้นเป็นตอน นุ่นชอบลอนดอนกับสาธารณูปโภคที่มีทั้งรถไฟใต้ดิน เชื่อมโยงรถเมล์ที่มีสเตชันกลางลงเรือโดยสารต่อ ประชาชนมีสิทธิไปได้ทุกที่ ไม่ว่าคุณจะมีสตางค์เท่าไร พอเทียบกันเราสะดวกน้อยกว่า แต่ไม่แพ้กัน ทุกอย่างมีในกรุงเทพฯ
เราเป็นชีวิตเมืองสมบูรณ์แบบ มีห้างสรรพสินค้าหรูหราที่หาของกินได้ง่ายและเยอะที่สุด หรือเบื่อก็ไปจตุจักรมีเอาต์ดอร์ช็อปปิ้ง เรามีครบค่ะ แต่คนไทยขาดอย่างเดียวคือ ความร่วมมือ แข่งขันกันเอง กลัวตัวเองไม่ดีพอ แต่นุ่นคิดว่าพลังหนึ่งบวกหนึ่งพัฒนาได้ไม่มีขีดจำกัด บิ๊กคลีนนิงเดย์คือภาพตอบโจทย์นี้ดีที่สุด ” ณิชยา กล่าว
ณิชยา บอก “ใกล้เกลือกินด่าง” เธอเห็นมุมกรุงเทพฯ น้อยไปนิด เพราะความที่คิดว่าเป็นบ้าน เมื่อถึงเวลาพักผ่อนจึงหอบหิ้วกล้องออกต่างจังหวัดไปบันทึกวิวทะเล หัวหิน สมุย แต่กลับไม่ได้บันทึกภาพเมืองหลวงไว้ในความทรงจำนัก
“อยากบันทึกภาพวัดพระแก้ว ที่ถือเป็นโอเอซิสให้หัวใจคนไทย ในแบบภาพโมโนโครม (ภาพโทนสีเดียว) นุ่นอยากบันทึกกรุงเทพฯ ในความคลาสสิกไม่เปลี่ยนแปลง”
ส่วนกรุงเทพฯ ที่ “แชมป์” พีรพล เอื้ออารียกูล พิธีกรและดีเจหนุ่มไฟแรงประทับใจ “กรุงเทพฯ ในวันนี้คงพูดไม่ได้ว่าเหมือนเดิม แต่เห็นคนกรุงเทพฯ นับพันออกมาร่วมใจช่วยกันทำความสะอาดครั้งใหญ่ ไม่ใช่ภาพที่เราเห็นกันได้ง่ายๆ”
สถานที่ที่ผูกพันมากที่สุดในเมืองหลวง แชมป์ตอบแบบไม่ลังเลเลยว่าคือ อาคารมาลีนนท์
“เป็นปีที่ 5 แล้วที่ผมมาทำงานที่นี่ เหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 และยังเป็นแหล่งที่ชาร์จพลังให้ผมด้วย” แชมป์เสริมว่า ที่นี่เหมือนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แบบว่าไม่ว่าจะเหนื่อย เครียด ปวดหัวตัวร้อนมาจากไหน แต่พอต้องมาอยู่หน้ากล้อง พอนับถอยหลัง 5-4-3-2-1 ก็หายปวดหัวเป็นปลิดทิ้ง เหมือนเป็นช่วงเวลาบำบัด มีเรื่องราวและความผูกพันมากมายเกิดขึ้น”
ปิดท้ายซีรีส์ 3 กับหนุ่มดีเจ และพิธีกรไอทีคนเก่ง “อาร์ม” พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์ “พูดถึงกรุงเทพฯ นึกถึงรถติด ความเป็นเมืองหลวง เป็นเมืองธุรกิจที่สำคัญของเมืองไทย อาร์มเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาในกรุงเทพฯ เด็กๆ ได้เข้ามาเนี่ยรู้สึกว่าเท่มาก คนทันสมัยจังเลย ต้องตั้งใจเรียนนะ จะได้ได้ดี”
อาร์มบอกว่า มีสถานที่สำคัญๆ ในกรุงเทพฯ เยอะมากที่เรามองข้ามไป “บางทีวันเสาร์-อาทิตย์เราชอบไปห้าง แต่ก็มองผ่านวัดวาไป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากร อาร์มเคยไปวัดโบราณที่หนึ่งเป็นกระเบื้องเคลือบ ขาดการดูแล และเป็นอีกหลายวัดมาก บางทีผนังวัดก็จะเห็นหลอดไฟนีออนไปยึดอยู่กับผนัง ดูไม่ดี ถ้าเราลองมองไปที่โบราณสถานวัดวาต่างๆ แล้ว คิดว่าน่าจะเป็นอีกช่วงที่คนไทยควรจะหันมาดูแลสังคมและสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรามากขึ้น
สำหรับอาร์ม กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่อยู่แล้วสบายใจที่สุดครับ ถ้าให้เทียบกับที่เราไปเมืองหลวงต่างๆ เมืองใหญ่ของประเทศใหญ่ๆ ที่เราบอกว่าอากาศดี ศิวิไลซ์ ระบบขนส่งดี แต่เอาจริงๆ ก็ไม่มีที่ไหนที่เราสบายใจเท่าที่นี่ เพราะเป็นบ้านของเราครับ” หนุ่มอาร์ม บอก
นั่นคือบางแง่มุมหนึ่งของความประทับใจที่เหล่าคนดังมีต่อกรุงเทพฯ...แล้วคุณล่ะ รักกรุงเทพฯ แบบไหน?







