posttoday
ลูกคนเดียว : ซูเปอร์ลูกคนโต

ลูกคนเดียว : ซูเปอร์ลูกคนโต

16 กรกฎาคม 2557

โดย...หนูดี–วนิษา เรซ 

โดย...หนูดี–วนิษา เรซ 

เดี๋ยวนี้บ้านสมัยใหม่เลือกที่จะมีลูกคนเดียวแทนที่ลูกสองคนเสียแล้ว เพราะในอดีตที่ผ่านมา สังคมไทยเปลี่ยนผ่านจากสังคมที่มีลูกบ้านละเป็นสิบคน ลงมาเหลือเพียงไม่ถึงสิบคน และค่อยๆ ลดลงมาจนเหลือสาม และเหลือเพียงสองในที่สุด

บางบ้านบอกว่า การมีลูกสองคน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง คือดีที่สุดเลย แต่หลายๆ ครอบครัวรุ่นใหม่ที่หนูดีได้พูดคุยด้วยในปัจจุบันนี้ เลือกที่จะมีลูกจำกัดไว้เพียงคนเดียว อาจเพราะความกังวลเรื่องของความปลอดภัยต่างๆ ในสังคม ความไม่สะดวกที่จะเลี้ยง หรือแม้กระทั่งเรื่องของการเงิน

เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า “เด็กเป็นของแพง”?

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ใช่เรื่องราคาถูกๆ จริงๆ ในการจะมีลูกสักคนหนึ่ง ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลบทสรุปให้เกิดครอบครัวลูกคนเดียวกันมากมาย

ใน Survey ของ US Census Bureau ในปี 2009 นั้น พบว่าจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ในแต่ละบ้านในสหรัฐอเมริกา คือ หนึ่งคนเท่านั้น

ครอบครัวเด็กหนึ่งคน กำลังกลายมาเป็นกระแสหลักเสียแล้วล่ะค่ะ และเด็กคนนี้ คือ เอาบุคลิกของลูกคนโตคูณสองไปเลย หนูดีเลยขอเรียกว่า “ซูเปอร์ลูกคนโต”

และหากเราลองดูงานวิจัยเกี่ยวกับ “ลำดับที่การเกิด” หรือ Birth Order ก็เป็นเรื่องน่าสนใจทีเดียวว่า ลำดับที่การเกิดของเรามีผลกระทบต่อแก่นตัวตนของเรา บุคลิกภาพของเรา ความเป็นตัวตน อารมณ์ ความรู้สึก ความสุข และความสำเร็จของเราไม่น้อย

การเป็นลูกคนโต คนกลาง คนเล็ก หรือแม้กระทั่งลูกคนเดียว อาจจะบอกอะไรกับเราได้มากกว่าที่เราคิด แต่ทั้งนี้เราก็ต้องไม่ลืมว่า ความแตกต่างระหว่างบุคคลก็มี

ดังนั้น ต่อให้งานวิจัยจะบอกอะไร อย่างไรก็ตามเราเพียงอ่าน เพียงรับฟัง และเอามาประเมินด้วยความคิดและสมองของเราเองจะดีที่สุดค่ะ เพราะทั้งหมดก็อาจไม่แม่นยำในทุกๆ กรณีเสมอไป

สำหรับการเป็นลูกคนเดียวในปัจจุบันนั้น มีความแตกต่างจากในอดีตพอสมควร

การที่จะบอกว่า ลูกคนเดียวจะต้องเห็นแก่ตัว ไม่สนใจใคร ไม่ยุ่งกับใคร ไม่เอาเพื่อนเอาฝูงนั้น อาจไม่เป็นความจริงเท่าเดิมแล้วค่ะ เพราะพ่อแม่ลูกคนเดียวสมัยนี้ พยายามพาลูกไปเข้าเพลย์กรุ๊ปแต่เล็ก และมักค่อยๆ สอนลูกให้เข้ากับคนอื่นได้ดี

แม้ในแบบสอบถามหนึ่งของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาจะให้เพื่อนๆ นักศึกษาลองโหวตว่า ลูกคนเดียวมีพฤติกรรมอย่างไร และพบว่าคนมักจะเรตให้ลูกคนเดียวเป็นคนที่เพื่อนๆ มองว่า เห็นแก่ตัว ชอบแสงสปอตไลต์ ไม่ค่อยมีความสุข และเพื่อนๆ ไม่ค่อยชอบ

แต่นั่นก็อาจเป็นเพียงภาพในอดีต เพราะลูกคนเดียวเดี๋ยวนี้ปรับตัวได้เก่งและมีเพื่อนมากมาย

ปัญหาที่ลูกคนเดียวมักพบ ไม่ใช่การชอบทำอะไรคนเดียวและไม่สุงสิงกับใครอย่างที่เราเชื่อๆ กัน แต่ในปัจจุบันพบว่า คนเป็นลูกคนเดียว มักมีความทุกข์จากการอยากทำอะไรให้สมบูรณ์แบบ หรือเป็น Perfectionist นั่นเอง

ดังนั้น หากคุณเป็นลูกคนเดียวให้รีบถามตัวเองให้แม่นๆ เลยว่า ฉันกำลังทุกข์ เพราะอยากเก่ง อยากประสบความสำเร็จ อยากเจ๋ง อยากคูล และรับความผิดหวังไม่ได้หรือเปล่า

หากใช่ ก็มาดูกันค่ะ ว่าเรามีบุคลิกอะไรที่เพาะความทุกข์ไว้ในใจของเราอีก และเราจะรับมือกับมันได้อย่างไร

อันดับแรก ลูกคนเดียวมักมีบุคลิกมั่นใจในตัวเอง ซึ่งผลดี คือ ทำให้กล้าตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ปัญหาที่ตามมา ก็คือ มักเป็นคนหลงในความคิดของตัวเอง ใครห้าม ไม่เชื่อไม่ฟัง

ถัดมาคือ เป็น Perfectionist ซึ่งข้อดีมีมากมาย เช่น ทำให้เรียนเก่ง ทำงานเก่ง ทำงานละเอียด ...ถึงขั้นละเอียดยิบสุดๆ แต่ผลที่ตามมาแบบเลี่ยงไม่ได้ คือ เป็นคนช่างเครียด ชอบตำหนิตัวเอง ทำอะไรให้ดีก็ไม่ดีพอเสียที

ในที่สุด ก็คือ มาจบลงตรงที่เป็นคนเก่ง เรียนเก่ง ทำงานเก่ง แต่ไม่มีความสุขกับชีวิต เพราะเซตมาตรฐานสูงเกินคนอื่นๆ ในสังคมไปมากมาย

ใครที่คิดจะมีลูกคนเดียว ในฐานะพ่อแม่แล้ว คุณต้องเช็กความคาดหวังของคุณต่อลูกให้ดีๆ เลยนะคะ

อาจารย์สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของหนูดีท่านหนึ่ง ชื่อเหมือนกันเลย คือ Vanessa Fong เป็นสาวจีน ได้ทำวิจัยเชิงลึกด้วยการกลับไปฝังตัวที่ประเทศจีนเป็นปี เพื่อศึกษาเรื่อง “นโยบายลูกคนเดียว” และผลกระทบต่อเด็กและครอบครัว ในชื่อหนังสือและงานวิจัย Only Hope หรือ “ความหวังเดียว”

ฟังแล้ว โหดนะคะ

ถ้าเราเป็นลูก และรู้ว่าเราพลาดไม่ได้เพราะพ่อแม่มีเราคนเดียว เราเป็นความหวังเดียวของพ่อแม่ นี่โหดไม่ใช่ย่อย

เหมือนเวลาไปงานวัดแล้วโดนให้โยนบอลเข้าห่วงแบบโยนครั้งเดียวต้องเข้าให้ได้ นี่กดดันจริงๆ

จึงไม่น่าแปลกประหลาดใจเลยว่า ลูกคนเดียวโตขึ้นมาแบบต้องเก่ง ต้องดี ต้องฉลาด ต้องเป๊ะ

แต่ในความเป็นมนุษย์ ก็ย่อมมีการหลุดเสมอ

ใครจะเป๊ะได้ตลอดเวลา ใช่ไหมคะ

ในที่สุด ลูกคนเดียวก็จะติดหล่มของ “ภาพลวงตา” ของตัวเอง กับ “สิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริง” ที่เป็นคนละเรื่องกัน และผลสุดท้าย ก็คือ เครียดและเศร้าที่เราทำไม่ได้

นักวิจัยเรื่อง Birth Order จึงมักพยายามบอกลูกคนเดียวว่า อย่าตั้งมาตรฐานสูงเกินไปกับตัวเอง ไม่ต้องเป๊ะ ก็มีชีวิตที่ดีได้ ให้ลองหันไปมองรอบๆ สิ เพื่อนๆ ที่เกิดลำดับอื่นๆ เขาไม่เห็นโหดกับตัวเขาขนาดนี้เลย

หนูดีเอง เป็นเพียง “ลูกคนโต” ก็คือว่า การวิ่งตามความสำเร็จทำให้เราเหนื่อยพอตัวแล้ว แต่พอมาเทียบกับลูกคนเดียวนั้น พบว่า ลูกคนโตแพ้หลุดลุ่ยเลยค่ะ เห็นแล้วเหนื่อยแทน

ใครที่เป็นลูกคนเดียว ลองดูนะคะ ถามตัวเองให้หนักๆ ว่า เราต้องเป็นคนเพอร์เฟกต์ขนาดนั้นไหมเพื่อให้ชีวิตมีความสุข ถ้าตอบตัวเองได้วันไหนว่า ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก ทำแค่ให้ประสบความสำเร็จแต่ไม่ต้องถึงขั้นเพอร์เฟกต์ (แบบที่ไม่มีวันเป็นไปได้ในความเป็นจริง) เราจะพบว่า ชีวิตมีความสุขขึ้นอีกเยอะเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท