posttoday
Cookool Steak House ‘หมูๆ’ กับ Pork Loin Honey Mustard Sauce

Cookool Steak House ‘หมูๆ’ กับ Pork Loin Honey Mustard Sauce

13 กรกฎาคม 2557

คำจำกัดความของ Steak นั้นขึ้นกับวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เพราะเเต่ละชาติ ภาษา ต่างมีรูปเเบบ

โดย...สีวลี ตรีวิศวเวทย์/ภาพ : Cookool Studio

คำจำกัดความของ Steak นั้นขึ้นกับวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เพราะเเต่ละชาติ ภาษา ต่างมีรูปเเบบของการรับประทานสเต๊กเเตกต่างกันออกไป

การปรุงสเต๊กมีตั้งเเต่ง่ายๆ เเค่ย่างเนื้อดีๆ สักชิ้น จากมัดกล้ามเนื้อของสัตว์ที่คุณชอบ ถ้าชอบวัวก็เเยกย่อยไปได้หลากหลาย มันเเทรกมากน้อย โรยเเค่เกลือเเละพริกไทย ย่างไฟจากกองไฟที่ก่อไว้ง่ายๆ คล้ายเหล่าโคบาลชุมนุมกันยามเย็น หรือจะเลื่อนระดับเป็นหรูหราระดับร้านสเต๊กชั้นดี ที่มีห้องเก็บเนื้อ Angus ที่หมักบ่มเเบบ Aging ภายใต้สภาวะควบคุมอุณหภูมิเเละความชื้น เพื่อให้เอนไซม์ในเนื้อย่อยให้นุ่มสร้างกลิ่นหอมๆ เฉพาะตัว เรียกได้ว่า ระดับขั้นของสเต๊กหลากหลายจนจำกัดความลำบาก

สำหรับคนไม่รับประทานเนื้อวัว เวลาไปร้านสเต๊ก ถือเป็นความท้าทายอีกรูปเเบบหนึ่งในการเสี่ยงลองเลือกเมนูเนื้อสัตว์อื่นๆ ที่มีไว้ให้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม หนึ่งในเนื้อสัตว์ยอดนิยมในร้านสเต๊กในอเมริกา คือ เนื้อหมู เเละส่วนที่หรูหราเทียบเคียงบรรยากาศร้านสเต๊กหรูๆ มักนิยมใช้เป็นส่วน Loin ที่เรียกว่า Tenderloin หรือสันใน ถือเป็นกล้ามเนื้อไขมันต่ำของเนื้อหมูที่ให้กลิ่นรสหอมหวน หากปรุงให้สุกในระดับที่เหมาะสม

สันในหมูเป็นถือเป็นกล้ามเนื้อปราศจากไขมัน เเต่ได้กลิ่นรสหอมๆ จาก “myoglobin” หรือสารในกล้ามเนื้อที่ให้สีของชิ้นเนื้อเป็นสีเเดงจัด เเม้ไม่มีไขมัน เเต่ก็หอมฟุ้งตามสไตล์ของเนื้อหมู เนื้อสันในมีความเนี้ยบละเอียด เพราะเป็นกล้ามเนื้อยาวที่รองรับไปกับกระดูกสันหลัง ไม่ค่อยได้ออกเเรง จึงนุ่มเนียนกว่าส่วนสะโพกหรือขาหมู การปรุงที่เหมาะสมที่สุด คือ ใช้ความร้อนโดยตรง เเต่ใช้เวลาสั้นๆ กะให้สุกพอดีกึ่งกลางชิ้น

อีกวิธีหนึ่งที่มือใหม่หัดปรุงควรนำมาใช้ในการปรุงเนื้อหมูเป็นสเต๊ก คือ การหมักเเบบนุ่มนวล ซึ่งวิธีนี้ผู้เขียนเคยเเนะนำไปในฉบับก่อนๆ กับการปรุงพอร์คช็อป กฎเหล็กคือ ไม่เค็ม เพราะความเค็มจะดึงน้ำออกมาจากเนื้อ เเละสอง คือ ใช้น้ำมันหรือนมเข้าไปช่วยหมัก อย่างในส่วนน้ำหมักสูตรนี้ มีนมข้นจืดเช่นกัน ยังเเถมด้วยน้ำผึ้งซึ่งนอกจากจะให้กลิ่นหอมเเล้ว ยังมีฤทธิ์เป็นกรดนิดๆ ช่วยทำให้เนื้อหมูนุ่มขึ้น เเละน้ำตาลในน้ำผึ้งจะช่วยทำให้สีสันของผิวเนื้อหมูสวยน่ากินมากขึ้นเวลาจี่

สำหรับซอสที่ผู้เขียนเลือกมาเสิร์ฟคู่กับสันในหมู เเนะนำเป็น Honey Mustard อีกหนึ่งซอสที่นิยมเสิร์ฟคู่กับเนื้อหมู ตามวิธีเสิร์ฟเเบบยุโรปดั้งเดิมที่ชาวอเมริกันรับเอามา สืบค้นข้อมูลซอสมัสตาร์ดน้ำผึ้งนี้ มาจากวิธีการเเปรรูปเครื่องปรุงมาตั้งเเต่ครั้งโบราณของชาวฝรั่งเศส นำเอาการรับประทานมัสตาร์ดมาจากชาวโรมันนำมาผ่านการถนอมอาหารด้วยการเติมน้ำส้มสายชูจากไวน์ขาวหรือน้ำหมักองุ่นเขียว โดยรสเปรี้ยวจัดเเละเผ็ดฉุนของมัสตาร์ดจากกระบวนการนี้มีหลายระดับขึ้นอยู่กับชนิดของมัสตาร์ดด้วย จึงมีการนำเอาความหวานหอมของน้ำผึ้งมาเพิ่มเติมลงไป ถือได้ว่าเป็นยุคเเรกของซอส Honey Mustard จนกลายเป็นเป็นที่นิยมมาถึงยุคปัจจุบัน รสชาติเเละเคล็ดลับของซอสมัสตาร์ดน้ำผึ้งนี้เเตกต่างกันไปตามความคิดสร้างสรรค์ของเชฟในปัจจุบัน

สูตรของเราในฉบับนี้ ผู้เขียนประยุกต์ขึ้นมาจากร้านที่ไปรับประทานมาจากร้านสเต๊กร้านหนึ่งในซานฟรานซิสโก จากรสชาติหวานเเหลมของซอสที่เสิร์ฟมากับเนื้อหมู ผู้เขียนของใช้จินตนาการของตัวเอง เพิ่มซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่นมาเพิ่มเติมกลิ่นหอมเเละรสเค็ม เติมซอสพริกศรีราชาอีกเล็กน้อยนอกจากให้รสกลมกล่อมเเล้ว ยังให้ซอสเหนียวข้นกำลังดี มัสตาร์ดในสูตรนี้เเนะนำให้ใช้ Grain Mustard ที่เป็นมัสตาร์ดบดหยาบยังเห็นเมล็ดอยู่ เพราะรสละมุน ให้เนื้อสัมผัสน่ากินในซอส รสไม่เเรงเกินไป หากชอบรสจัดๆ ให้ผสม English Mustard รสเผ็ดฉุนเพิ่มลงไปด้วยก็ได้ เราคนไทยชอบอาหารรสกลมกล่อม จึงขอเอาน้ำหมักหมูที่เหลืออยู่เคี่ยวให้เดือด เเล้วเติมลงไปในซอสมัสตาร์ดน้ำผึ้งใช้เป็นเกรวี่ 3 รส สำหรับราดเนื้อ นอกเหนือไปจาก Glaze ที่เคลือบอยู่โดยรอบ เเค่นี้ก็น่าจะอร่อยถูกปาก

Cookool Honey Mustard Glazed Pork Loin

ส่วนผสมเครื่องหมัก

(ส่วนผสมสำหรับ 4 ที่)

หมูสันใน 2 เส้น

กระเทียม สับละเอียด 1 ช้อนชา

ทารากอน สับละเอียด 1 ช้อนชา

พริกไทยดำ บดละเอียด 1 ช้อนชา

นมข้นจืด 0.5 ถ้วยตวง

น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม Honey Mustard Glaze

ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ

โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ

กระเทียม สับละเอียด 1 ช้อนชา

มัสตาร์ด ชนิด Grain 2 ช้อนโต๊ะ

ผงปรุงรส 0.5 ช้อนชา

ผงกะหรี่ 0.25 ช้อนชา

- นำชิ้นสันในหมูตัดเเบ่งครึ่ง

- ผสมส่วนผสมน้ำหมักเข้าด้วยกัน หมักสันในหมู เเช่เย็นไว้ในภาชนะปิดฝา 1 คืน หรืออย่างน้อย 4 ชั่วโมง

- อุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200 C เตรียมถาดอบ รองกระดาษฟอยล์

- ก่อนย่าง นำมาพักไว้ที่อุณหภูมิห้องให้คลายความเย็น ซับให้เเห้ง ทาน้ำมันพืชให้ทั่วๆ โรยเกลือป่นเกล็ดใหญ่ เช่น เกลือสมุทรป่น เเละพริกไทยดำป่นใหม่ๆ ให้ทั่ว

- ตั้งกระทะให้ร้อนจัด จี่ชิ้นเนื้อที่ไฟเเรงสุดให้เหลืองสวยทั่วทั้งชิ้น ไม่ต้องให้ด้านในสุกทั้งชิ้น คีบเนื้อหมูออกมาวางไว้ในถาดอบ เพื่อเตรียมทาเกลซให้ทั่ว ในกระทะใบเดิมเติมน้ำหมักลงไป เคี่ยวที่ไฟอ่อนๆ

- ในชามอีกใบ ผสมเครื่องปรุงเกลซคนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วชิ้น เเล้วนำเข้าเตาอบที่ 200 C ประมาณ 5 นาที เเล้วนำออกมาทาเกลซอีกครั้ง อบต่ออีกประมาณ 10-12 นาที

- พักไว้ประมาณ 2-3 นาที ก่อนหั่นหนาประมาณ 0.5 ซม เพื่อเรียงเสิร์ฟในจาน

- เติมเกลซส่วนที่เหลือลงในกระทะที่มีน้ำหมักอยู่ คนให้เข้ากัน ให้เดือดเบาๆ เติมน้ำสะอาดปรับความเข้มข้นได้ตามชอบ ใช้ราดเป็นซอส

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท