
เลาะยุโรปแบบเฟี้ยวเงาะ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
มีโอกาสไปใช้ชีวิตที่อิตาลี ไม่ใช่สิ มีโอกาสไปร่ำเรียนที่อิตาลี (ต่างหาก) ตั้งแต่ปริญญาตรี ตอนนี้กำลังมุ่งมั่นกับการเรียนสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ ระดับปริญญาโท ณ โดมุส อะคาเดมี แห่งเมืองมิลาน ใกล้จะจบเต็มที มีเวลาว่างก็แบกเป้ตระเวนเที่ยว เที่ยวทั่วยุโรปนั่นล่ะ เที่ยวจนทะลุปรุโปร่ง ตามประสาเด็กอาร์ตอยู่นิ่งไม่ได้ เกิดอาการคันไม้คันมือขึ้นมา ในที่สุดเขาจึงจรดปากกาเล่าเรื่องสนุกๆ ไว้ในหนังสือชื่อเก๋ “เฟี้ยวเงาะ ไดอะรี่” (สนพ.สปริงบุ๊คส์)
หนังสือเล่มนี้เป็นความภูมิใจของหนุ่มวัย 25 ที่ได้ทำตามฝัน เล่าเรื่องในมันๆ ฮาๆ แถมยังชวนให้น้ำลายไหล ด้วยภาพวาดอาหารจานเด็ดแต่ละย่านที่เขาไปย่ำมา ขาดไม่ได้คือ สถานที่สำคัญ 7 ประเทศ สเปน สวีเดน โปแลนด์ สาธารณรัฐเชก ฟินแลนด์ กรีซ และอิตาลี
ข้อเขียนสั้น อ่านกระชับ ไม่เวิ่นเว้อ ทั้งยังให้ข้อมูลการท่องเที่ยวไม่ตกหล่น ยิ่งเฉพาะข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ต้องชมว่าผู้เขียนมีความแม่นยำ อย่างหนึ่งคงเพราะประสบการณ์ที่คลุกคลีในอิตาลีหลายปี ทำให้สิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอค่อนข้างครบถ้วน
เราเจอกับผู้เขียนตัวเป็นๆ เมื่อเดือนก่อน เขากลับมาเยี่ยมครอบครัวที่กรุงเทพฯ “กฤษฏิ์ จิรัฐการุณธ์” มาด้วยลุคสบายๆ ง่ายๆ ก็ไม่ต่างกับงานเขียนของเขา ที่ย่อยเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย อ่านได้ทุกเพศทุกวัย สอดแทรกด้วยอารมณ์ขัน อ่านไปก็อมยิ้มไป บางครา อ่านไปก็หิวไป เพราะอาหารอร่อยยั่วน้ำลายนั่นเอง
“เริ่มแรกผมน่ะชอบวาดการ์ตูน วาดเล่นๆ เป็นการ์ตูนช่อง วาดด้วยก็เขียนเรื่องด้วย เขียนประมาณไดอะรีครับ ไม่ยาวอะไรหรอก ไปเที่ยวที่ไหนก็จะวาดด้วยเขียนด้วย ทำตั้งแต่ตอนอยู่เมืองไทยแล้วล่ะครับ ก็เก็บไว้ ไปที่อิตาลีก็ได้เที่ยว จากอิตาลีก็ไปที่อื่นๆ ผมก็ใช้วิธีเดิมๆ คือวาดการ์ตูน แล้วก็เขียนบรรยายเรื่องสั้นๆ
ที่ยุโรปผมชอบอย่างหนึ่งคือบ้านเมืองเขาสวย มันมีเรื่องราว เขาชอบสร้างอนุสาวรีย์ ตึกเก่าก็เยอะ อย่างที่อิตาลีตึกเก่าก็จะมีการดูแลอย่างดี บูรณะจริงจัง ทำให้ผมเห็นถึงความงามความเก่าของศิลปะที่หาดูได้จากสิ่งใกล้ตัว แล้วแต่ละที่ก็มีเรื่องราวให้ศึกษาในแง่มุมต่างๆ”
กฤษฏิ์ยอมรับเสียงเข้มว่าเหตุที่เขานำเสนอเรื่องเที่ยวยุโรปในรูปแบบภาพวาดสลับกับข้อเขียนไดอะรีก็เพราะเขาไม่ชอบเทคโนโลยี ไม่ใช่เขาปฏิเสธความล้ำ แต่ความล้ำของเทคโนโลยีทำให้บางสิ่งบางอย่างไร้เสน่ห์
“ไอโฟนผมก็ไม่มี เพื่อนถามว่ามีไลน์มั้ย ผมก็บอกไปเลย ไม่มี ไม่เล่นด้วย แต่เดิมเฟสบุ๊กก็ไม่มีครับ แต่หลังๆ ก็ต้องมี เพราะเป็นหนึ่งช่องทางไว้ติดต่อกับครอบครัว อย่างตอนนี้โปรแกรมต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่แอพต่างๆ ในมือถือ มันล้ำไปจนทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมล่ะ ส่วนตัวผมมองว่า มันก็ดีก็เจ๋งนะ แต่ความงามแบบดั้งเดิมอยู่ตรงไหน นี่ไงครับก็เลยชอบวาดภาพด้วยดินสอ ชอบเขียนหนังสือด้วยปากกา ชอบอะไรที่ไม่ปรุงแต่งมากนัก ลายเส้นลายมือผมว่ามันสวยนะ มันมีเสน่ห์มากๆ นะ ซึ่งเทคโนโลยีไม่มีแบบนี้หรอกครับ”
แล้วเฟี้ยวเงาะล่ะ มาจากอะไร คำถามที่หลายคนสงสัย กฤษฏิ์ยิ้ม ก่อนเฉลยว่ามันมาจากศัพท์วัยรุ่นที่บ่งบอกถึงความเท่ความเจ๋ง ส่วนเงาะก็มาจากเงาะป่า พอถอดรูปเงาะออก ก็จะแปลงกายเป็นเทพบุตรสุดหล่อ เมื่อนำมาเชื่อมโยงถึงสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรปที่เขาพาไปย่ำ จึงกลายเป็นการเที่ยวแบบเท่ๆ เจ๋งๆ หล่อๆ นั่นไง
“การทำงานของผมคือจะไปสถานที่นั้นๆ แล้วก็ถ่ายรูปเก็บไว้ ค่อยเอามาวาดทีหลัง ถ้านั่งวาดตรงนั้นมันไม่มีเวลาหรอกครับ อย่างเที่ยว 3 วันก็หมดเวลาล่ะกับการวาด ผมก็เลยใช้วิธีวาดจากภาพถ่าย ทำให้เก็บรายละเอียดได้เยอะกว่า บรรยากาศ อารมณ์ ผู้คน สถานที่ เหตุการณ์ ยังไม่ลืมง่ายๆ อย่างน้อยๆ เราก็เห็นกับตา กลับมาก็มีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน
ส่วนเนื้อหาก็ศึกษาก่อนไปเที่ยวครับ คร่าวๆ ก่อน พอไปเห็นของจริง อะไรที่ยังไม่เคลียร์ก็มาค้นคว้าเพิ่มเติม มีความสุขมากกว่าเรียนเสียอีกครับ (หัวเราะ) ผมว่าผมให้เวลากับการวาดรูปกับเขียนหนังสือมากกว่าการบ้านอีกนะ อย่างในเล่มนี้ผมก็ใช้เวลาเที่ยว 8 เดือน เรียนไปด้วยเที่ยวไปด้วย ว่างเที่ยวครับ”
แหม!! ช่างน่าอิจฉา ไปเรียนแถมได้เที่ยวซะด้วย มากกว่านั้น ยังได้หนึ่งผลงานเขียนมาเป็นของแถม เรียกว่าไม่เสียยี่ห้อหนุ่มอาร์ตคนขยันจริงๆ







