posttoday
‘สุดาภรณ์ แมทธิวส์’ ขอเรียกตัวเองว่า ‘เดรส เมกเกอร์’

‘สุดาภรณ์ แมทธิวส์’ ขอเรียกตัวเองว่า ‘เดรส เมกเกอร์’

06 กรกฎาคม 2557

ดีไซเนอร์ไทยที่น่าจับตามอง แบรนด์ใหม่ในยุคนี้ต้องมีชื่อเจ้าของห้องเสื้อ “Nhoo Matthews”

โดย...วราภรณ์

ดีไซเนอร์ไทยที่น่าจับตามอง แบรนด์ใหม่ในยุคนี้ต้องมีชื่อเจ้าของห้องเสื้อ “Nhoo Matthews” หนูสุดาภรณ์ แมทธิวส์ ร่วมอยู่ด้วย ด้วยดีกรีศึกษาจบด้านออกแบบ และตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงจากสถาบันด้านการออกแบบชั้นนำของกรุงนิวยอร์ก ที่ Fashion Institute of Technology (F.I.T.) และยังได้ทำงานให้กับ Zac Posen ดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน ที่นับเป็นกูตูริเยร์ที่โด่งดังมากคนหนึ่งของโลก ที่ออกแบบเสื้อผ้าให้ อารยา เอฮาร์เก็ต เดินในงานพรมแดงเมืองคานส์ 2 ปีซ้อนมาแล้ว ล่าสุดคอลเลกชั่นแรกชุดราตรี และวิวาห์ที่เธอออกแบบภายใต้แบรนด์ Nhoo Matthews ก็ได้นางแบบและนักแสดงชื่อดังอย่าง ศรีริต้า เจนเซ่น ใส่ออกงานมาแล้ว แรงบันดาลใจจากมีอาชีพเป็นนักออกแบบที่หลายคนภูมิใจกับการเป็น “ดีไซเนอร์” แต่ หนู แมทธิวส์ ขอเรียกตัวเองว่า “เดรส เมกเกอร์” เพราะเธอรู้สึกลุ่มหลงกับการตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยการใช้เทคนิคชั้นสูงที่ได้ร่ำเรียนมากกว่า

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่น

จากความหลงรักในเสื้อผ้าและนิตยสารแฟชั่น นำพา สุดาภรณ์ ก้าวสู่อาชีพคนทำเสื้อผ้า เธอบอกว่าชัยชนะของการทำเสื้อผ้าสวยๆ ก็คือ มีคนชอบและนำไปใส่

“สามีเห็นว่าเรานั่งว่างๆ ชอบสเกตช์แบบกระโปรง สเกตช์ภาพออกแบบชุด พอไปนิวยอร์กก็แนะว่าลองไปเรียนแฟชั่นไหม” นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนแฟชั่นดีไซน์ ณ Parsons และ Fashion Institute of Technology (F.I.T.) ปัจจุบัน หนู แมทธิวส์ มีห้องเสื้อของตัวเองแล้ว และกำลังคร่ำเคร่งกับการออกแบบคอลเลกชั่นแรก ชื่อ “สวอน เลค” โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์สั้นที่เป็นการแสดงในห้องซ้อมบัลเลต์ยุค’70 นอกจากนี้เธอยังเปิดคอร์สสอนการออกแบบแฟชั่นให้กับบุคคลที่ค้นหาความฝันตนเอง เพื่อนำความรู้ที่ร่ำเรียน ร่วมทั้งประสบการณ์ มาช่วยถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รู้ด้วย

“ดิฉันเปิดคอร์สแฟชั่นดีไซน์ที่เหมาะกับคนหลายประเภท เช่น คนในวัยทำงานที่อยากรู้อยากลองว่าเหมาะกับตัวเองและจะทำได้หรือไม่ บางคนอยากทำงานแฟชั่น แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร นอกจากดิฉันจะสอนให้นักเรียนวาดและลงสีได้แล้ว ก็ยังสอนให้คิดเหมือนดีไซเนอร์จริงๆ และยังสอนทฤษฎีขยายผลการออกแบบ สอนการทำคอลเลกชั่น โดยดิฉันได้นำประสบการณ์ทำงานมาสอนนักเรียน ที่อยากสอนเพราะอยากแบ่งปันประสบการณ์ที่เรามีแต่คนอื่นไม่มี มันน่าเสียดายที่เราจะเก็บความรู้ไว้กับตัว ไม่เผยแพร่ ดิฉันคิดว่า หากเมืองไทยมีดีไซเนอร์ มีช่างฝีมือเก่งๆ วงการก็จะโตไปพร้อมๆ กัน แต่สมัยนี้หาช่างฝีมือยากมาก อีกทั้งดิฉันอยากพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง เทรนด์แต่ละฤดูมีการแข่งขัน เราจะทำอะไรใหม่ๆ ไปแข่งกับเขา ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง”

นักออกแบบที่ดีต้องตกตะกอนความคิด

ต้องวางแผน ทำวิจัยเทรนด์เก่ง และต้องตกตะกอนทางความคิด หนู แมทธิวส์ บอกว่า นี่คือหัวใจหลักของการเป็นนักออกแบบที่ดี “นักออกแบบที่ดีต้องมีเอกลักษณ์ชัดเจนในสไตล์เสื้อผ้าที่ตนทำ สำหรับแบรนด์ของเราแล้ว เน้นออกแบบชุดต้องให้พอดี อย่ามากหรือน้อยเกินไป ซึ่งเป็นความยาก ต้องฝึกฝน แต่บางคนอาจจะมีความมากไปเลย หรือน้อยไปเลยเป็นเอกลักษณ์อีก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบ”

ดังเช่นลายเซ็นของ หนู แมทธิวส์ คือ ความคลาสสิก โมเดิร์น เรียบหรู และสง่างาม แต่หากลงลึกในรายละเอียด คือ เสื้อผ้าที่มีดีเทลในชุด เช่น การจับจีบผ้า การปักลูกไม้โดยเลื่อมลายบนชุดแต่ละชุด เธอเป็นผู้กำหนดลวดลายเองทั้งหมด เวลาทำคอลเลกชั่นสักอย่างหนึ่ง นอกจากมีแรงบันดาลใจแล้ว ต้องค่อยๆ วางแผนว่าเราจะนำแรงบันดาลใจออกมาเป็นเสื้อผ้าแบบไหน เหมือนการเชื่อมโยงเรื่องราวแล้วสื่อออกมาให้ลูกค้า ร่วมทั้งนักการตลาดให้เข้าใจและจับต้องได้ ทำออกมาแล้วต้องเหมือนกับจินตนาการมากที่สุด

‘สุดาภรณ์ แมทธิวส์’ ขอเรียกตัวเองว่า ‘เดรส เมกเกอร์’

 

นักออกแบบที่ดียังควรมีความสามารถอีกหนึ่งข้อ คือ อย่าโฟกัสที่การแต่งตัวของตนเองเป็นหลัก ต้องโฟกัสที่ความต้องการของลูกค้าว่าเขาอยากใส่เสื้อผ้าแบบไหน อยากออกมาในลุคแบบไหน จึงต้องอาศัยการพูดคุย

“กลุ่มลูกค้าเราเป็นผู้หญิงที่วางตัวดี สง่างาม ใส่แล้วรู้สึกลักซ์ชัวรี่ มีความพิเศษโดยร่วมของลุค เพราะเราเลือกวัสดุ การตัดเย็บ คนใส่แล้วเห็น งานเราต้องทำให้ดีที่สุด เราก็เลยต้องพิถีพิถัน จริงๆ ดีไซเนอร์ไม่จำเป็นต้องวาดรูปเก่ง แต่ต้องเข้าใจว่าเสื้อผ้าต้องทำอย่างไร แค่สื่อสารกับช่างเข้าใจก็พอ”

เป็นดีไซเนอร์ไม่จำเป็นต้องดัง

ทำงานอะไรก็ได้ที่ทำแล้วให้มีความสุข นี่คือข้อคิดของการทำงานของ สุดาภรณ์ ดังเช่นคำสอนที่ได้จากสามี คือ เป็นดีไซเนอร์ไม่จำเป็นต้องโด่งดัง เพราะชื่อเสียงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แบรนด์เสื้อผ้าที่ประสบความสำเร็จแต่ไม่ดังก็มีเยอะ แบรนด์ที่ดังแต่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีเยอะเช่นกัน

“เรียนออกแบบที่นิวยอร์กทุกคนก็ตั้งใจอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าของตนเอง สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้เขาประสบความสำเร็จ อยากฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ หากอยากเป็นดีไซเนอร์ต้องอย่ากลัวจักร อย่ากลัวที่จะลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอๆ หากรักแล้วต้องลองให้เวลากับมัน ทำครั้งแรกไม่ดี ก็อย่าท้อ สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาที่จะเรียนรู้ ต้องหมั่นฝึกฝน พอใจที่ได้ทำงานหนัก เพื่อได้รับความรู้เต็มที่ อย่ายึดติดกับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยหรือวุฒิการศึกษา มีเด็กเยอะมากอยากเรียนปริญญาโทด้านแฟชั่น แต่จริงๆ แล้วดีไซเนอร์ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรีด้วยซ้ำ แต่งานออกแบบเป็นงานที่ต้องหยิบ ต้องจับทำ แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่าอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าแบรนด์เล็กหรือใหญ่ อยากจะอยู่ตรงไหนของธุรกิจแฟชั่น ก็ต้องพยายามวิจัย ศึกษาหลายๆ แบรนด์ที่เขาประสบความสำเร็จต้องทำอย่างไรบ้าง”

แนะนำน้องๆ

พี่หนูอยากแนะนำน้องๆ ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักออกแบบที่มีฝีมือที่ดีนั้น ก่อนอื่นต้องถามใจตนเองก่อนว่าอยากทำงานศิลปะแนวไหน เพราะอาชีพในวงการแฟชั่นกว้างมากและมีมากถึง 33 อาชีพ แตกแขนงออกไปเยอะมาก หลายสิบอาชีพ ถามใจตนเองก่อนว่าชอบสิ่งใดในวงการแฟชั่นมากกว่ากัน โดยอย่าเพิ่งตัดสินใจเรียนในระยะยาว แต่ให้ไปฝึกงานก่อนหรือเรียนคอร์สสั้นๆ ก่อนว่างานไหนตรงกับความชอบที่จริงแท้ของเรา

“เมืองนอกก่อนได้งาน ต้องฝึกงานก่อน ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ เพื่อแสดงว่าเราทำอะไรมาบ้าง และเป็นเรื่องยากมากกว่าที่เราจะได้ไปฝึกงานกับนักออกแบบระดับโลก ยิ่งใครรักจะเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงที่ใช่ว่าใครก็เรียนได้ ต้องอาศัยความอดทน เมื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับการทำงานจริง ฝึกฝีมือไปเรื่อยๆ น้องๆ ก็จะมีฝีมือและเก่งไปเอง”

หนู แมทธิวส์ เริ่มชีวิตดีไซเนอร์ด้วยการเข้าเรียนคอร์ส “ดีไซน์ สเกตชิ่ง” ที่ พาร์สันส์ สกูล Parsons The New School of Design นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และศึกษาต่อสาขา “แฟชั่นดีไซน์” ที่ Fashion Institute of Technology (F.I.T.) เมื่อใกล้ศึกษาจบ ผลงานของนักเรียนทุกคนจะได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานการแข่งขันของนักเรียนในแต่ละสาขา หนู แมทธิวส์ ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศจากสาขา Art Specialization ด้าน Portfolio Collections, Best Design Concept ประจำปี Fall 2005 และยังได้รางวัลจากการออกแบบยูนิฟอร์มให้กับ Air France จาก All Japan Fashion Teachers Association อีกด้วย

เมื่อศึกษาจบนักเรียนด้านการออกแบบทุกคนจะต้องหาประสบการณ์ด้วยการขอฝึกงานไปตามแบรนด์เสื้อผ้าต่างๆ แน่นอนแต่ละคนก็มีความฝันอยากฝึกงานกับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของนิวยอร์กทั้งนั้น หนูเริ่มฝึกงานกับ Tahari เป็นที่แรกและตามด้วย Cynthia Rowley นอกจากจะได้เรียนรู้ระบบการทำงานของแต่ละสถานที่ที่แตกต่างกัน จากนั้นเธอเริ่มทำงานในบริษัทเสื้อผ้า เรดดี้ ทู แวร์ ในตำแหน่ง Freelance Assistant Designer ให้กับบริษัท Garan Inc. ซึ่งตั้งอยู่ที่ตึก Empire States และเป็นบริษัทในเครือของ Berkshire Hathaway ของ Warren Buffet ด้วย จากนั้นได้รับการแนะนำจากผู้ใหญ่ในบริษัทให้ไปทำงานเป็น Technical Designer ให้กับ Notations Inc. ทำให้เธอได้ทำงานเป็น Designer ให้กับบริษัท August Silk ในเครือของ High Fashion แล้วเธอก็ค้นพบว่าตนเองนั้นชอบเสื้อผ้าที่มีการตัดเย็บที่ประณีตระดับโอต์กูตูร์มากกว่า เธอจึงสมัครเข้าเรียนเพิ่มเติมความรู้อีกครั้งที่สถาบันเดิมแต่ในสาขา Haute Couture/Eveningwear, Patternmaking และ Ladies Tailoring เพื่อเสริมความรู้การทำเสื้อผ้าให้เฉพาะทางยิ่งขึ้น

ระหว่างที่เรียนก็ได้ขอเข้าฝึกงานกับ Zac Posen เนื่องจากชื่นชอบแนวเสื้อผ้าและลักษณะของบริษัท หลังจากฝึกด้าน Patternmaking ได้ไม่นานก็ได้รับการว่าจ้างให้เป็น Assistant Patternmaker ในช่วงที่ทำอยู่กับ Zac Posen ก็เป็นปีที่ได้ไปโชว์กับ Paris Fashion Week เป็นครั้งแรกด้วย เมื่อทำงานในวงการแฟชั่นชั้นนำของนิวยอร์ก

หนู แมทธิวส์ ได้ย้ายกลับมาอยู่ประเทศไทยเมื่อปี 2011 (2554) และเพิ่งเปิดแบรนด์ของตัวเองเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน มิ.ย. 2557 เป็นแบรนด์เสื้อผ้าตัดเย็บชั้นสูง หรือ Haute Couture แนวชุดราตรี ชุดค็อกเทล ชุดเจ้าสาว บริการออกแบบและ Made to Order ที่อาคารเทรนดี้ ซอยสุขุมวิท 13 สตูดิโอเป็นแบบ Private อยู่ชั้น 21 ที่ลูกค้าจะต้องทำการนัดหมายเพื่อเข้าชมคอลเลกชั่น หรือปรึกษาเรื่องการทำชุด ลักษณะของเสื้อผ้าของ หนู แมทธิวส์ คือ Feminine, Classic, Modern, Elegant นั่นคือเป็นเสื้อผ้าที่มีความเป็นผู้หญิงค่อนข้างสูงและมีความคลาสสิกสง่างาม อีกสิ่งหนึ่งที่กำลังทำ ก็คือ เปิดสอนแฟชั่น Fashion Design Workshop with Nhoo Matthews เพิ่งจะเริ่มได้ไม่นาน แบ่งปันความรู้ทั้งทางด้านการทำ Collection และทาง Technical ให้กับผู้ที่สนใจทั่วไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท