
ขาดเนย์มาร์...แซมบ้าขาดใจ?
ถือเป็นข่าวร้ายถึงร้ายที่สุดของ “เจ้าภาพ” บราซิล เมื่อสิ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุดเกิดขึ้นจริงๆ
โดย...นูโน่
ถือเป็นข่าวร้ายถึงร้ายที่สุดของ “เจ้าภาพ” บราซิล เมื่อสิ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุดเกิดขึ้นจริงๆ หลังเนย์มาร์ต้องปิดฉากเวิลด์คัพแค่เพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย
แฟนบอลแซมบ้าดีใจกับชัยชนะเหนือโคลอมเบีย 2-1 ได้ไม่นานก็ต้องช็อกไปตามๆ กัน เมื่ออีก 2 ชั่วโมงต่อมา แพทย์ประจำทีมออกมายืนยันว่า ดาวยิงจากทีมบาร์เซโลนาได้รับบาดเจ็บกระดูกสันหลังร้าว และต้องพักอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ จากจังหวะโดนเข่าของ ฮวน ซูนิกา กองหลังโคลอมเบียเข้าที่หลัง จนต้องขึ้นเปลออกจากสนาม
นั่นหมายถึงการหมดสิทธิลงสนามในรอบรองชนะเลิศกับเยอรมนี และหายไม่ทันนัดชิงชนะเลิศวันที่ 13 ก.ค. แน่นอน
“มันคือความฝัน (ที่ผ่านเข้ารอบต่อไป) แต่เราก็เสียใจที่ เนย์มาร์ต้องออกจากการแข่งขัน เขาเป็นคนดีและนักเตะที่ยอดเยี่ยม เขานำสิ่งดีๆ มาสู่เกมลูกหนัง ทุกคนเสียใจเพราะเขาเหมือนพี่น้องกับผม เราพยายามคว้าแชมป์ให้ประเทศ คงจะดีไม่น้อยหากเราสามารถคว้าแชมป์และได้ฉลองกับเขา” ดาวิด ลุยซ์ กล่าว
ทว่า นี่ไม่ใช่แค่ฝันร้ายของเนย์มาร์ แต่อาจจะทำให้ความฝันล่าแชมป์สมัยที่ 6 สลายลงด้วยเช่นกัน!!
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ซุป’ตาร์บาร์ซา คือนักเตะที่ดีที่สุดของเจ้าภาพและอาศัยความสามารถส่วนตัวในการพาทีมเข้ามาถึงรอบนี้ ด้วยผลงาน 4 ประตูในรอบแรก และยังช่วยทีมชนะดวลจุดโทษชิลี เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้นัดล่าสุด เนย์มาร์ ซึ่งแทบจะระบมไปทั้งตัวจากเกมพบกับชิลี จะไม่ได้โชว์ฟอร์ม โดดเด่นเหมือนในรอบแรก แต่ก็ยังมีส่วนสำคัญกับทีมและพร้อมจะพลิกเกมได้ตลอด
แต่เมื่อไม่มีเขา บราซิลก็เหมือนโดนถอดเขี้ยวเล็บอันแหลมคมออกไป เพราะเกมรุกยังพึ่งเนย์มาร์เป็นหลัก และหากดูจากผู้เล่นในทีมแล้วก็ไม่มีตัวตายตัวแทนที่แท้จริงได้เลย แถมศูนย์หน้าที่มีอยู่ก็แทบจะฝากผีฝากไข้ไม่ได้เลย ผิดกับยุคก่อนๆ อย่างสิ้นเชิงที่มักจะมีกองหน้าเป็นดาวเด่น
แถมคู่แข่งในรอบตัดเชือกก็ดันเป็นของแข็งอย่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ก็ยิ่งเพิ่มความยากในการเข้าชิงไปอีก เพราะถ้าเทียบจากฟอร์มตั้งแต่นัดแรกมา ต้องยอมรับว่ามาตรฐานการเล่นของขุนพลเมืองเบียร์สูงกว่า แม้ฟอร์มอาจจะแผ่วลงจากนัดแรกบ้าง แต่ในมิติของเกมรุกก็มีความหลากหลายมากกว่า ขณะที่เกมรับก็ยังน่าอุ่นใจได้มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อได้ ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีมกลับมายืนแบ็กขวาอีกครั้ง และยังมีความมั่นใจขึ้นหลังชนะฝรั่งเศส 10 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศสมัยที่ 4 ติดต่อกัน
“เปรียบเทียบกับปี 2010 แล้ว ตอนนั้นเราเชื่อมั่นกับเกมโต้กลับได้น้อยกว่ามาก แต่ตอนนี้เรามีการเล่นหลากหลายมากขึ้นในเกมรุก และเรายังดีขึ้นได้อีก” โทมัส มุลเลอร์ กองหน้าเยอรมนี กล่าว
เพราะฉะนั้น ลูกทีมของ โยอาคิม เลิฟ แทบจะไม่มีอะไรต้องกลัว โดยเฉพาะเมื่อไม่มีเนย์มาร์
จริงอยู่ ความเป็นเจ้าภาพอาจจะยังได้เปรียบอยู่บ้าง และบราซิลก็ยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่การเสียนักเตะที่ดีที่สุดในทีมไป ก็ทำให้ตัวแปรความน่ากลัวหายไปด้วย
แม้กระทั่งบ่อนพนันถูกกฎหมายยังปรับให้ “อินทรีเหล็ก” เป็นเต็งหนึ่งลุ้นแชมป์แทนเจ้าภาพทันทีที่ได้รับข่าวร้ายเรื่องเนย์มาร์ ตามด้วยอันดับ 3 อาร์เจนตินา และต่อด้วยเนเธอร์แลนด์
ที่สำคัญ นัดหน้าแซมบ้าไม่ได้ขาดแค่เนย์มาร์ แต่พวกเขายังขาดหัวใจในเกมรับอย่าง ติอาโก ซิลวา กัปตันทีมที่ติดโทษแบนใบเหลืองอีกด้วย จึงมีโอกาสสูงที่จะได้เห็นน้ำตาท่วมสนามในวันที่ 8 ก.ค.นี้
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ซูนิกาจะโดนขู่ฆ่าจากแฟนบอลเจ้าถิ่นผ่านโซเชียลมีเดีย แม้เจ้าตัวจะออกมายืนยันไม่ตั้งใจก็ตาม
อย่างไรก็ตาม หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี กุนซือบราซิล ยังมองโลกในแง่ดีว่า ลูกทีมของเขาจะรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่มีสตาร์วัย 22 ปีได้ โดยคาดว่าวิลเลียนน่าจะได้ลงทำหน้าที่แทนเนย์มาร์ ขณะที่เบอร์นาร์ดก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก หรือไม่กุนซือแซมบ้าก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนระบบการเล่นมาเป็นยูโรเปี้ยนสไตล์ หากมันจะช่วยให้พวกเขาคว้าชัยชนะได้
“หากทุกอย่างต้องเปลี่ยน เราก็จะทำ และจะเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมกับเยอรมนี”
ขณะเดียวกัน การเสียเนย์มาร์ออกจากทีมไป ก็อาจกลายเป็นแรงผลักดันชั้นดีของเพื่อนร่วมทีมในการงัดฟอร์มเก่งออกมาเหมือน “ใจสั่งมา”
“เราต้องคว้าแชมป์เวิลด์คัพเพื่อเนย์มาร์ เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บที่เขาได้รับ นี่คือเวลาที่จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เขาคาดหวังอย่างมากกับทีมนี้ และนี่จะทำให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน มันจะช่วยให้เราตั้งใจคว้าแชมป์มากขึ้นอีก” ซิลวา กล่าว
พูดย่อมง่ายกว่าทำเสมอ
เพราะฉะนั้น 8 ก.ค. ต้องรอดูกัน!







