
เชื่อเฟดขึ้นดอกต้นปี2015
เร็วกว่าคาดหลังจ้างงานมะกันฟื้นตัวกลุ่มตลาดเกิดใหม่ผวาทุนไหลออก
เร็วกว่าคาดหลังจ้างงานมะกันฟื้นตัวกลุ่มตลาดเกิดใหม่ผวาทุนไหลออก
กูรูปรับคาดการณ์ใหม่ เชื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นช่วงต้นปี 2015 หลังตลาดแรงงานเริ่มฟื้น
บลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า บรรดานักวิเคราะห์ในแวดวงตลาดหุ้นสหรัฐส่วนใหญ่เริ่มปรับคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าอาจเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2015 ซึ่งจะเร็วขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ว่าเป็นช่วงปลายปี 2015 หลังจากตลาดแรงงานในประเทศเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
“หากตัวเลขทางเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า สะท้อนถึงทิศทางเศรษฐกิจที่สดใส ส่งผลให้จุดเปลี่ยนทางนโยบายการเงินของเฟดอาจเลื่อนมาเร็วขึ้นจากช่วงปลายปี 2015 มาอยู่ที่ช่วงต้นปีแทน” ดอดจ์ แฮนด์เลอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากบริษัท ไอเอชเอส โกลบอล อินไซท์ กล่าว
ด้านกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ยอดจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐในเดือน มิ.ย. เพิ่มถึง 2.88 แสนตำแหน่ง ซึ่งเป็นการจ้างงานที่มากกว่า 2 แสนตำแหน่ง ติดกันเป็นเดือนที่ 5 ทำให้ยอดว่างงานดิ่งลงแตะ 6.1% จาก 6.3% ในรอบเกือบ 6 ปี สะท้อนถึงแนวโน้มตลาดแรงงานสหรัฐที่เริ่มฟื้นตัว หลังจากก่อนหน้านี้ซบเซาลงจากสภาพอากาศเลวร้าย
ขณะที่เมื่อเดือน มิ.ย. เจ้าหน้าที่เฟดได้เปิดเผยเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 00.25% ว่าอาจปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.13% ในปี 2015 และ 2.5% ในปี 2016
สำหรับแนวโน้มตลาดแรงงานที่เริ่มฟื้นตัว ผลักดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อวันที่3 ก.ค. ดีดตัวแรงทุบสถิติสูงสุดต่อเนื่อง โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 92.02 จุด หรือ 0.54% ยืนเหนือ 17,000 จุด เป็นครั้งแรก ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 10.82 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 1,985.44 จุด เพิ่มขึ้นทุบสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 3
ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ของทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าคาด อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนและการเคลื่อนย้ายของเงินทุน เนื่องจากทันทีที่อัตราดอกเบี้ยกลับสู่ภาวะปกติ บรรดานักลงทุนจากทั่วโลกอาจเริ่มแห่ถอนเงินทุนที่เคยลงทุนไว้ตามประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่กลับไปยังสหรัฐที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าและมีความเสี่ยงน้อยกว่า ผลักดันให้เกิดกระแสทุนไหลออกรุนแรงอย่างเลี่ยงไม่ได้







