
ลายแทงแห่งปัญญา (3)
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
วิธีพัฒนาปัญญา
ปัญญาเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่แล้วในคนทุกคน (สชาติกปัญญา=ปัญญาที่มาพร้อมกับการถือกำเนิด) แต่คนที่รู้จักพัฒนาปัญญาอย่างถูกวิธี ปัญญาก็จะเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ส่วนคนที่ไม่รู้จักวิธีพัฒนาปัญญา ปัญญาก็จะพัฒนาไปอย่างล่าช้า ขาดความแหลมคม ไม่สุขุมลุ่มลึก ไม่อาจแทงทะลุทะลวงปัญหาที่ยุ่งยาก ไม่อาจบริหารจัดการชีวิตและหน้าที่การงานให้ประสบความรุ่งโรจน์โชตนาเหมือนคนที่พัฒนาปัญญาอย่างเป็นระบบ
วิธีพัฒนาปัญญามีอยู่มากมายหลายแบบ ในที่นี้ขอแนะนำพอให้เห็นเป็นแนวทางสำหรับสืบค้นต่อไปเพียงบางแบบเท่านั้น
1.ปัญญามาจาก 3 แหล่ง 1.1 สุตมยปัญญา ปัญญาที่เกิดขึ้นมาจากการศึกษาหาความรู้ ปัญญาที่เกิดมาจากการสดับตรับฟัง ปัญญาที่เกิดมาจากการถ่ายทอดของผู้อื่น ปัญญาที่เกิดมาจากการสั่งสมองค์ความรู้
1.2 จินตามยปัญญา ปัญญาที่เกิดขึ้นมาจากการรู้จักคิด รู้จักพิจารณา รู้จักใช้ปัญญา สอบสวนสืบสวน สืบสาวหาเหตุปัจจัย หรือการรู้จักใช้เหตุผลนึกคิด พิจารณาสิ่งต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ปัญหาต่างๆ อย่างเป็นระบบ อย่างมีระเบียบวิธี รวมทั้งการใช้วิธีทางตรรกศาสตร์ในการขบคิดอย่างสุขุมลุ่มลึก เป็นต้น
1.3 ภาวนามยปัญญา ปัญญาที่เกิดขึ้นมาจากการลงมือฝึกหัดพัฒนาตนทางจิต (วิปัสสนาปัญญา) หรือจากการลงมือทำงาน ลงมือสั่ง
สมประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่างๆ จนตกผลึกเป็นปัญญาเฉพาะบุคคล เฉพาะสาขา กลายเป็นผู้มีปัญญาที่ถึงพร้อมด้วยทักษะในเรื่องนั้นๆ มากกว่าคนอื่น ปัญญาที่เกิดจากทั้งสามแหล่งนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปัญญาบนฐานความรู้ (รู้มาก เรียกว่า “พหูสูต”)ปัญญาบนฐานความคิด (คิดเก่ง เรียกว่า “นักคิด”)ปัญญาบนฐานความเห็นแจ้ง (รู้แจ้ง เรียกว่า “อริยบุคคล”)
2.ปัญญามาจากหลักหัวใจนักปราชญ์ หลักหัวใจนักปราชญ์ ก็คือ “สุ จิ ปุ ลิ” นั่นเอง นักปราชญ์ท่านกล่าวว่า ใครก็ตามมีคุณสมบัติทั้ง 4 ประการนี้อยู่ในตัว คนคนนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นปัญญาชน เป็นนักปราชญ์ เป็นนักคิด เป็นนักเขียน เป็นนักพูด เป็นผู้นำ สุ จิ ปุ ลิ มาจากคำเต็มในภาษาบาลี ดังนี้
1.สุ มาจาก สุตะ แปลว่า “ฟัง” 2.จิ มาจาก จินตะ แปลว่า “คิด” 3.ปุ มาจาก ปุจฉา แปลว่า “ถาม”
4.ลิ มาจาก ลิขิต แปลว่า “เขียน”
จำง่ายๆ ในรูปกวีนิพนธ์ ดังนี้
“เว้นวิจารณ์ว่างเว้น สดับฟัง
เว้นที่ถามอันยัง ไป่รู้
เว้นเล่าลิขิตสัง เกตว่าง เว้นนา
เว้นดั่งกล่าวว่าผู้ ปราชญ์ได้ฤามี”
(1) สุ หรือ สุตะ หมายถึง การฟัง แต่ในปัจจุบัน ควรหมายรวมถึงการหมั่นศึกษาหาความรู้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การอ่าน การค้นคว้าตำรับตำราทั้งจากกูรู (ครู) หรือจากกูเกิล (Google) หรือสารานุกรมเสรีอย่างวิกิพีเดีย (Wikipedia) และอีกสารพัดโปรแกรมที่น่าสนใจในอินเทอร์เน็ต
สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นสามเณรอยู่ต่างจังหวัด วันหนึ่งได้อ่านหนังสือชื่อ “ลิขิตพุทธทาส” ซึ่งเป็นหนังสือรวมจดหมายที่ตัวท่านพุทธทาสภิกขุ เขียนไปคุยกับสามเณรกรุณา กุศลาสัย (ต่อมาลาสิกขาและเป็นนักปราชญ์ทางภารตวิทยาคนสำคัญของไทยคือ อาจารย์กรุณา กุศลาสัย) ในหนังสือเล่มนี้ได้เผยให้เห็นเส้นทางที่ท่านพุทธทาสภิกขุสร้างตัวจากพระป่าบ้านนอกขึ้นมาสู่ความเป็นปัญญาชนระดับประเทศและระดับโลกได้เป็นอย่างดี เพราะในจดหมายหลายฉบับที่ท่านเขียนคุยกันด้วยเรื่องราวต่างๆ นานานั้น โดยมากในท้ายจดหมายของแต่ละฉบับ มักจะลงท้ายด้วยการสั่งซื้อหนังสือภาษาอังกฤษจากประเทศอินเดียมาอ่าน บางฉบับมีรายการสั่งซื้อหนังสือมากกว่าสิบเล่ม
ลองย้อนไปคิดดูว่า ในยุคนั้นราว พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นปีที่ท่านย้ายจากกรุงเทพฯ กลับไปจำพรรษาที่บ้านเกิด ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่หรือพระสงฆ์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ศึกษาหาความรู้กันอย่างจริงจัง แต่ทว่าท่านกลับสั่งหนังสือจากต่างประเทศเข้ามาอ่านอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ต่อมาอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตประธานองคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรท่านหนึ่งของท่านพุทธทาสภิกขุ ยังเขียนเล่าไว้อีกว่า
“เมื่อท่านกลับมาจากอังกฤษใหม่ๆ วันหนึ่งมีโอกาสเดินทางไปสวนโมกข์ฯ เพื่อกราบและสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาส พอมีเวลาว่างจึงถือโอกาสเดินทางสำรวจไปทั่วสวนโมกข์ฯ ระหว่างนั้นได้เดินผ่านกุฏิของท่านพุทธทาสพอดี จึงถือวิสาสะฉันคนสนิทสนมคุ้นเคยชะโงกหน้าเข้าไปดูในกุฏิของท่าน ปรากฏว่าท่านได้พบกับหนังสือจากต่างประเทศเล่มหนึ่งชื่อ Outline of History เขียนโดยนักเขียนที่มีชื่อเสียงของอังกฤษและของโลก ชื่อ เอช จี เวลส์ อาจารย์สัญญาเล่าว่า ท่านตกใจมาก เพราะหนังสือเล่มนั้นเพิ่งวางแผงหนังสือและกำลังกลายเป็นหนังสือขายดีอยู่ที่ประเทศอังกฤษ แต่แล้วหนังสือเล่มนั้นกลับมาวางอยู่ในกุฏิมอซอของพระป่ารูปหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ ท่านเล่าต่อไปว่า นับจากนั้นมาท่านก็เกรงใจท่านพุทธทาสภิกขุมากขึ้น เพราะท่านรู้แล้วว่า ภิกษุหนุ่มรูปนี้จำพรรษาอยู่ในป่าก็จริง แต่สติปัญญานั้นไม่ใช่ธรรมดาเลย ท่านติดตามความเคลื่อนไหวในสังคม ในประเทศ และต่างประเทศตลอดเวลา"







