posttoday
Update

Update

30 มิถุนายน 2557

โดย...มิยาโตะ [email protected]

โดย...มิยาโตะ [email protected]

Life Begins at 30

คอลเลกชั่นฉลองครบรอบ 30 ปี กับแบรนด์ธรรมชาติเพื่อการดูแลผิวพรรณอย่างอ่อนโยน เบิร์ตส์ บีส์ (Burt’s Bees) ประกอบด้วย

เบิร์ตส์ บีส์ ออเรนจ์ เอสเซนส์ เฟเชียล เคล็นเซอร์ (Burt’s Bees Orange Essence Facial Cleanser) 100% Natural ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรธรรมชาติ 100% ปราศจากสารซัลเฟต พร้อมวิตามินซี การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Better Nutrition Best of Beauty Awards 2008 (ราคา 750 บาท)

เบิร์ตส์ บีส์ โซพ บาร์ค แอนด์ คาโมมายล์ ดีพ เคล็นซิ่ง ครีม (Burt’s Bees Soap Bark & Chamomile Deep Cleansing Cream) 100% Natural ครีมล้างหน้า อ่อนโยนต่อผิว ผสานคุณค่าจากโซพ บาร์ค สารทำความสะอาดที่พบได้ในต้นกิยาจา ซาโปนาเรีย (Quillaja Saponaria) ในแถบชิลี มอบความสดชื่นจากเมนทอล ผสานคุณค่าจากธรรมชาติ 100% (ราคา 750 บาท)

เบิร์ตส์ บีส์ โรสวอเตอร์ โทนเนอร์ (Burt’s Bees Rosewater Toner) 99.98% Natural เตรียมผิวให้พร้อมด้วยกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบ ผสานคุณค่าจากอโลเวร่า (Aloe Vera) และ กลีเซอริน (Glycerin) รวมทั้งพืชพรรณนานาชนิด ด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ 99.98% (ราคา 1,080 บาท)

เบิร์ตส์ บีส์ การ์เดน โทเมโท โทนเนอร์ (Burt’s Bees Garden Tomato Toner) 99.42% Natural โทนเนอร์ยอดนิยม ทำจากสารสกัดจากมะเขือเทศ แตงกวา และพาร์สลีย์ พร้อมคุณค่าจากวิตามินซี (ราคา 1,080 บาท)

เบิร์ตส์ บีส์ รีแพร์ ซีรั่ม วิธ แอททาร์ ออฟ โรส (Burt’s Bees Repair Serum with Attar of Rose) 99.94% Natural ซีรั่มที่ผสานคุณค่าจากพืชพรรณ 11 ชนิด รวมทั้งแอททาร์ ออฟ โรส ส่วนผสมจากธรรมชาติ 99.94% พร้อมด้วยโรสฮิป ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี น้ำมัน และโปรตีน (ราคา 1,480 บาท)

เบิร์ตส์ บีส์ พีช แอนด์ วิลโลว์ บาร์ค ดีพ พอร์ สครับ (Burt’s Bees Peach & Willow Bark Deep Pore Scrub) 98.43% Natural สครับขัดผิวทำจากเมล็ดลูกพีชอณูละเอียด พร้อมทั้งวิตามินซีจากพีช ด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ 98.43% มี วิลโลว์ บาร์ค ฮาวายเอี้ยน จินเจอร์ และสารสกัดจากสาหร่าย (ราคา 680 บาท)

หาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง เบิร์ตส์ บีส์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อัพเดทข้อมูลข่าวสารและช็อปออนไลน์ได้ที่ Facebook.com/BurtsBeesTH และ www.burtsbees.co.th หรือ burtsbeesthailand แอพพลิเคชั่น ทั้งบนระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส

โลกใบใหม่ของโลเอเว่

ภายใต้ความคิดสร้างสรรค์ของครีเอทีพไดเรกเตอร์คนใหม่ของโลเอเว่ (Loewe) โจนาธาน แอนเดอร์สัน องค์ประกอบหลักต่างๆ ของแบรนด์ได้ถูกกลับนำมาเล่าใหม่ ทั้งทักษะฝีมือ นวัตกรรม และความเป็นหนึ่งทางด้านเครื่องหนัง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของโลเอเว่ ตั้งแต่ปี 1846 ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับศิลปะ ใส่ความโมเดิร์นเข้าไป เพื่อนำโลเอเว่ไปสู่ทิศทางใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้น

หลังเข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่แห่งโลเอเว่ เขาได้ตีความหมายใหม่ๆ และสร้างคำนิยามใหม่ๆ ให้กับการออกแบบเสื้อผ้าผู้ชาย เสื้อผ้าผู้หญิง แอกเซสซอรี รวมถึงของใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โจนาธานวางให้โลเอเว่เป็นแบรนด์แรก ที่เห็นว่าแฟชั่นเป็นอีกหนึ่งแขนงของศิลปะที่มีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรม

ไม่เพียงในส่วนดีไซน์ใหม่ๆ ในแฟชั่นเท่านั้น หากโจนาธานยังร่วมกับไมเคิล อัมซาแลก และมาเทียส ออกุสทินยัก ดูโอ้คู่เก่งแห่ง เอ็ม/เอ็ม ปารีส (M/M Paris) ได้เป็นผู้ปรับเปลี่ยนฟอนต์และโลโก้ใหม่ให้กับโลเอเว่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเบอร์โทลด์ โวลเพ นักออกแบบตัวอักษรชาวเยอรมัน เป็นการบอกใบ้ต้นกำเนิดของชื่อโลเอเว่ ซึ่งมาจากชายชาวเยอรมัน เอนริเก้ โลเอเว่ โรสแบร์ก ผู้มอบชื่อให้กับช่างทำเครื่องหนังชาวมาดริดเพื่อก่อตั้งแบรนด์โลเอเว่

ลายอนาแกรมอันโด่งดัง ดีไซน์ขึ้นในปี 1970 โดยจิตรกรชาวสเปน วีเชนเต้ เวล่า ถูกนำมาดัดแปลงให้เป็นตัวตนที่ชัดเจนขึ้น โชว์ดีไซน์ที่ซ่อนอยู่ในอนาแกรมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลเอเว่ และยังเป็นสัญลักษณ์ในการปั๊มหนังวัวและหนังควาย ที่เป็นส่วนประกอบหลักของกระเป๋าอีกด้วย การปรับเปลี่ยนนั้นรวมไปถึงแพ็กเกจจิ้ง กล่อง และถุงขนาดต่างๆ ได้ถูกนำมาดีไซน์ใหม่โดยใช้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มโตในห้องสมุดในสีขาวรมควันสุดเก๋

ทั้งหมดนี้ จะโชว์ครั้งแรก ณ กรุงปารีส ปลายเดือน มิ.ย.นี้ พร้อมๆ กับแคมเปญโฆษณาใหม่ที่ โจนาธาน แอนเดอร์สัน ทำร่วมกับ สตีเว่น ไมเซล รวมถึงคอนเซปต์ร้านใหม่ในเมืองแฟชั่นหลักของโลก

โปโลช้างชิงถ้วยพระราชทานครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

อนันตรา ประกาศย้ายสถานที่จัดการแข่งขันโปโลช้างชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จาก อ.หัวหิน มายังสนามสยามโปโล ปาร์ค วีอาร์ สปอร์ต คลับ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 2831 ส.ค.นี้

การแข่งขันโปโลช้างชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนึ่งในกิจกรรมการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 โดยในปีที่ผ่านมาระดมเงินได้กว่า 7.5 แสนเหรียญสหรัฐ และนำไปบริจาคให้กับโครงการเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นของทั้งช้างป่าและช้างเลี้ยงในประเทศไทย

สีสันของปีนี้ จะมีการจัด Elephant Parade นิทรรศการศิลปะกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรวบรวมรูปปั้นช้างเพนต์สีสันสดใสสูงกว่า 1.5 เมตร มากกว่า 50 ตัว ระบายสี ตกแต่งอย่างสวยงาม โดยศิลปินและเหล่าเซเลบริตี้ เพื่อที่จะนำมาแสดงบนถนนในกรุงเทพฯ รายได้จากการประมูลจะมอบให้กับมูลนิธิช้างเอเชีย (The Asian Elephant Foundation) และมูลนิธิช้างเอเชียสามเหลี่ยมทองคำ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation)

ผู้ร่วมก่อตั้งนิทรรศการรูปปั้นช้างเพนต์ ไมค์ สปิตส์ กล่าวว่า แรงบันดาลใจในการจัดนิทรรศการรูปปั้นช้างเพนต์ เริ่มขึ้นที่ประเทศไทยเมื่อปี 2549 หลังจากได้เห็น โมชา ลูกช้างที่ได้สูญเสียเท้าเมื่ออายุเพียง 7 เดือน และเป็นช้างเชือกแรกที่ได้รับขาเทียม

นิทรรศการรูปปั้นช้างเพนต์ จัดขึ้นครั้งแรกที่รอตเทอร์ดาม ในปี 2550 ก่อนที่จะไปจัดแสดงในลอนดอน อัมสเตอร์ดัม แอนต์เวิร์ป มิลาน สิงคโปร์ และฮ่องกง

วิลเลียม อี. ไฮเนกี้ ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของโรงแรม อนันตรา และผู้อุปถัมภ์มูลนิธิช้างเอเชียสามเหลี่ยมทองคำ ได้ช่วยเหลือช้างเร่ร่อนบนถนนมาแล้วมากกว่า 30 เชือก กล่าวว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำนิทรรศการ Elephant Parade มาจัดที่กรุงเทพฯ

“อนันตราจะนำรูปปั้นช้างเพนต์ จำนวน 10 ตัว มาแสดงในการแข่งขันโปโลช้างชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 13 ประจำปี 2557 เพื่อให้กรุงเทพฯ ได้ชิมลางนิทรรศการรูปปั้นช้างเพนต์ ที่จะจัดขึ้นในปี 2558 ต่อไป”

พบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันโปโลช้างชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 13 ที่ www.anantaraelephantpolo.com ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการ Elephant Parade ที่ www.elephantparade.com

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท