
จังโก้ อัด กังหันร่วง
ถือเป็นการปะทะกันระหว่างทีมที่มีเกมรุกดุดันที่สุดอย่าง “อัศวินสีส้ม” เนเธอร์แลนด์
ถือเป็นการปะทะกันระหว่างทีมที่มีเกมรุกดุดันที่สุดอย่าง “อัศวินสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ซึ่งซัดไปถึง 10 ประตูในรอบแรก ดวลกับ “จังโก้” เม็กซิโก ซึ่งมีเกมรับเหนียวที่สุด หลังจากโดนเจาะตาข่ายไปเพียงลูกเดียวจาก 3 นัดที่ผ่านมา
เกมนี้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี จะกลับมาเป็นอาวุธหนักในแดนหน้า หลังจากติดโทษแบนในเกมนัดที่แล้ว โดย “อาร์วีพี” พร้อมเจาะแนวรับเม็กซิโก ร่วมกับ เวสลีย์ สไนเดอร์ และ อาร์เยน ร็อบเบน ดาวเตะตีนจรวด
“ถ้าเราชนะเม็กซิโกได้ โอกาสที่เราจะได้เข้ารอบชิงฟุตบอลโลกก็มีความเป็นไปได้อีกครั้ง คิดง่ายๆ เลยว่าถ้าเราชนะอีก 3 นัด เราจะเข้าชิงทันที” ร็อบเบน กล่าว หลังจาก 4 ปีที่แล้วแข้งดัตช์อกหักพ่ายสเปน 0-1 ในรอบชิงเวิลด์คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้
หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือทีมอัศวินสีส้ม เตรียมจัดทัพชุดใหญ่ลงสนามเต็มสูบ หลังจากส่งตัวสำรองลงเล่นบางตำแหน่งในนัดสุดท้ายรอบแรก อย่างไรก็ดี เลรอย เฟอร์ มิดฟิลด์วัย 24 ปี อาจพลาดลงช่วยทีม เนื่องจากมีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า
ด้านเม็กซิโก กุนซือมิเกล เอร์เรรา หวังพาทีมทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้ หลังจากแข้งจังโก้จอดป้ายที่รอบ 16 ทีมฟุตบอลโลกมาถึง 5 สมัยติดต่อกันแล้ว
เม็กซิโกจะขาด ฮวน วาซเกซ มิดฟิลด์ตัวรับที่ติดโทษแบนจากการสะสมครบ 2 ใบเหลือง โดย คาร์ลอส ซัลซิโด หรือ คาร์ลอส เปนา เตรียมลงเสียบแทน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีปัญหา เริ่มจากด่านสุดท้าย กิเยร์โม โอชัว ลงยืนเฝ้าเสา โดยมี “กัปตันทีม” ราฟาเอล มาร์เกซ เป็นคีย์แมนคุมแผงหลัง แดนกลางใช้ เอคตอร์ เอร์เรรา กับ อันเดรส กวาร์ดาโด ขับเคลื่อนเกม
ขณะที่แดนหน้ายังคงเป็น โจวานนี ดอส ซานโตส จับคู่กับ โอริเบ เปรัลตา โดยมี “ชิชาริโต” ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ซึ่งนัดที่แล้วถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงหนึ่งลูก รับบทซูเปอร์ซับเช่นเดิม
ความน่าจะเป็น : กำลังอยู่ในฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยกันทั้งคู่ แต่ชื่อชั้นและสภาพทีมของ “ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน” ดูเหนือกว่า ขณะที่เม็กซิโกขาดตัวตัดเกมคนสำคัญอย่าง ฮวน วาซเกซ งานนี้ไม่รู้ว่า กิเยร์โม โอชัว จะโชว์ฟอร์มเซฟประตูแบบผีเข้าเหมือนนัดเจอบราซิลได้อีกหรือไม่ เพราะแนวรุกกังหันแต่ละรายโหดๆ แต่เชื่อว่า “จังโก้” ได้เปรียบเรื่องสภาพแวดล้อม “กังหัน” โดนบดนานๆ มียุบ น่าแผ่วปลาย
สกอร์ที่คาด : “จังโก้” อัดกังหัน 2-1







