posttoday
‘พุง กับ สมอง’ Episode 1

‘พุง กับ สมอง’ Episode 1

25 มิถุนายน 2557

โดย...หนูดีวนิษา เรซ

โดย...หนูดีวนิษา เรซ

หนูดีสังเกตว่า หนไหนเราพูดถึงสมอง เราจะไม่ค่อยได้พูดกันเรื่องความสวยความงามสักเท่าไหร่ เหมือนกับว่าคนที่เห็นความสำคัญของสมองและความฉลาดจะไม่ค่อยแคร์เรื่องความสวยงาม แต่จริงๆ แล้วเมื่อเราพิจารณาและศึกษาลึกๆ มันก็เกี่ยวกันนะเออ

ฉบับนี้หนูดีเลยจะมาเล่าเรื่องราวของ “พุง” ที่เป็นหนามยอกอกหนุ่มๆ และสาวๆ ชาวเมืองจำนวนมาก ที่เห็นรอบเอวตัวเองทีไรแล้วสยองใจทุกที ถ้าไม่เซ็ง ก็เศร้า หรือไม่เช่นนั้นก็หมดหวัง แล้วก็หยิบภาพถ่ายเมื่อ 20 ปีก่อนมาดูและทอดถอนใจว่า ทำไมเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

ทราบไหมคะว่า เพียงแค่เรามี “พุง” มันก็เพียงพอแล้วที่จะส่งผลให้สมองเราทำงานสับสน

มาดูกันค่ะว่า “พุง” เพียงส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นมานั้น มันทำงานอย่างไรกับสมองของเรากันแน่

เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ

เวลาที่เรามีไขมันส่วนเกินที่พุง ไขมันส่วนนี้มันไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ทำอะไร สิ่งที่มันทำก็คือ มันจะส่งสารไปถึงสมองและร่างกายส่วนอื่นๆ ว่า “ฉันอยู่ที่นี่” และเมื่อสารนี้ส่งไปถึงสมอง สมองจะหลั่งสารเคมีออกมาในรูปแบบของฮอร์โมน และเมื่อฮอร์โมนกลุ่มนี้ถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมาด้วยไขมันรอบๆ พุงของเรา มันก็จะไปยุ่งกับระดับฮอร์โมนตัวอื่นๆ

และสิ่งที่น่ากลัวก็คือ ฮอร์โมนเหล่านี้มักจะไปกระตุ้นการหลั่งเพิ่มของฮอร์โมนความเครียดในกลุ่มของ “คอร์ติซอล” และ “อะดรีนาลิน” ซึ่งเป็นสารความเครียดสองตัวที่โด่งดังที่สุดแล้วของสมอง เรียกว่าต่อให้คนที่แทบไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสมองมาก่อน ก็ย่อมเคยได้ยินเจ้าสองตัวที่โด่งดังนี้ว่า ให้ระวังภัยจากมัน เพราะสารเคมีความเครียดเมื่อหลั่งออกมาแล้ว มันเก่งมากในการส่งผลกระทบกับร่างกายทั้งระบบ ทั้งอารมณ์ ทั้งภูมิต้านทานโรคของเรา รวมถึงความคิดและการตัดสินใจของเราด้วย

ใครเลยจะคิดว่า คนพุงกลมๆ ดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ จะมี “ภาวะร่างกายเครียด” เพราะความลงพุงของตัวเอง และส่งผลให้ระบบในร่างกายอยู่ในสภาวะเครียดเป็นประจำ

จากนั้นฮอร์โมนเหล่านี้จะไปต่อต้านและรบกวนการทำงานของอินซูลิน ดังนั้น เพื่อชดเชยในสิ่งที่โดนกระทำ ระดับของอินซูลินก็เลยจะเพิ่มมากขึ้น และที่น่ากลัวก็คือ เมื่อระดับของอินซูลินเพิ่มสูงขึ้น มันจะยิ่งจะไปเร่งให้ร่างกายสะสมไขมันที่รอบเอวและช่วงกลางของลำตัวของเรามากขึ้น

ไม่เพียงแต่เท่านั้นนะคะ

เมื่อ “ไขมันรอบพุง” ของเราก้าวล่วงเข้าไปสู่เขตแดนของ “ตับ” นี่ละหายนะกำลังจะมาเยือนระบบร่างกายของเราแล้วค่ะ เพราะเมื่อไขมันนั้นไปวุ่นวายกับพฤติกรรมของอินซูลินที่ตับ สิ่งนี้จะส่งผลให้ระดับของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดพุ่งสูงขึ้น

ผลน่ะเหรอคะ มันก็ส่งกลับมาที่ทำให้ร่างกายของเราต้องการอินซูลินมากขึ้นอีก

มาดูกันดีกว่าว่า ผลจากลูกโซ่หรือปรากฏการณ์โดมิโนตรงนี้ ส่งผลให้เกิดอะไรกับชีวิตคนอย่างพวกเราๆ

“เบาหวาน” ค่ะ

อย่าคิดว่า แค่มีพุงเล็กๆ แล้วจะรอดนะคะ

เพราะ “พุง” ที่ใครคิดว่าไม่สำคัญหรอกสำหรับสมอง แต่มันส่งผลให้เรามีความเสี่ยงต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

ในอเมริกา ประเทศที่คนทานอาหารกันอย่างเต็มเหนี่ยว ว่ากันว่าหากคนในประเทศจีนทั้งหมด จะลุกขึ้นมาทานอาหารกันสุดชีวิตแบบคนอเมริกัน เรามีโลกใบนี้อีกสามโลกก็ไม่เพียงพอ

คนอเมริกันทานอย่างไม่ยั้ง แล้วก็ต้องมาลดความอ้วน แทนที่จะทานแต่พอดี ช่วยกันรักษาทรัพยากรอันมีค่าของโลกไว้แบ่งปันกันได้ แต่เขาไม่ทำ เขาเลือกที่จะทานตามอารมณ์ ทานตามความอยาก แล้วก็กลายเป็นประเทศที่เสียเงินค่า “ลดความอ้วน” มากที่สุดในโลก

ทราบไหมคะว่า คนอเมริกันมากกว่า 20 ล้านคนเป็นโรคเบาหวาน โดยส่วนมากแล้วคือ เบาหวานประเภทสอง (Diabetes Type 2) แต่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ คนจำนวนสองเท่าของที่กล่าวมา คือประมาณ 40 ล้านคนมีอาการ “เตรียมตัวเป็นเบาหวาน” หรือภาวะ Prediabetes หมายความว่า ระหว่างวันเขามักมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป

แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ คนทั่วๆ ไปที่เดินไปเดินมา ไม่ได้คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องมารับมือกับโรคเบาหวานนั้น (และคนเหล่านี้ มักไม่เคยเสิร์ช หรือศึกษาเลยว่า เบาหวานคืออะไร คนเขาเป็นกันได้ยังไง เป็นแล้วอันตรายแค่ไหน เป็นแล้วต้องดูแลตัวเองไปตลอดชีวิตอย่างไร ฯลฯ) คนเหล่านี้ล่ะที่บ่ายๆ ง่วงๆ เดินไปซื้อกาแฟเย็นมาทาน ซื้อชานมไข่มุกมาดูดเล่นๆ เคี้ยวไข่มุกเพลินๆ ช่วงบ่ายระหว่างทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นั้น คนจำนวนนี้ล่ะกว่า 80 ล้านคน (ในอเมริกา) กำลังอยู่ในภาวะการเริ่มก่อตัวของ “ภาวะร่างกายต่อต้านอินซูลิน” ซึ่งในระยะยาวแล้วจะทำให้เรามีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้

สิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่

มันก็แค่ “พุง”

แต่จริงๆ แล้ว มันก็แค่พุงนี้ล่ะค่ะ ที่เป็นหนึ่งในตัวก่อหวอด สร้างปรากฏการณ์โดมิโนนี้ขึ้นมา

แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ หลายๆ คนที่กลัว “พุง” จะเลือกใช้วิธีลดพุงที่ทำร้ายร่างกายยิ่งไปเสียกว่าการมีพุงซะอีก

ทั้งการอดอาหารแบบผิดๆ ทำให้ร่างกายเข้าสู่ “ภาวะร่างกายอดอาหาร” จนร่างกายลดระดับการเผาผลาญลงมาเพราะสมองคิดว่า เรากำลังประสบทุพภิกขภัย ประสบภาวะอาหารขาดแคลน ทำให้ร่างกายไม่ยอมเผาผลาญพลังงานมาใช้เลย และพอเราทนหิวไม่ไหว ทานอาหารคำแรกเข้าไป เราจะ “โยโย่” ทันที

หรือเราเลือกทานยาลดความอ้วนที่ไปรบกวนการทำงานของสมอง หรือเลือกทานอาหารที่คิดว่าลดอ้วนได้ แต่มันไปทำร้ายร่างกายส่วนอื่นๆ เช่น ทำให้สมองขาดสารอาหาร

การลดพุงต้องทำอย่างถูกต้องค่ะ จึงจะดีทั้งสำหรับสมองและสุขภาพร่างกายองค์รวม

ฉบับนี้เนื้อที่หมดเสียแล้ว สัปดาห์หน้ากลับมาดูเมนูอาหารและวิธีการ “ลดพุงเพื่อสมองดี” ที่หนูดีชอบมาก คิดค้นโดย นพ.David L. Katz, MD, MPH, FACPM, FACP. ไดเรกเตอร์หัวหน้าศูนย์ Prevention Research Center แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยลค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท