posttoday
เปิด ‘ยิ้มกระป๋อง’ ของ ‘มนันยา’ สิคะ

เปิด ‘ยิ้มกระป๋อง’ ของ ‘มนันยา’ สิคะ

23 มิถุนายน 2557

โดย...นกขุนทอง

โดย...นกขุนทอง

เดินทางมาถึงเล่มที่ 4 แล้ว สำหรับหนังสือ “ยิ้มกระป๋อง” ผลงานของ “มนันยา” นามปากกาของ “มนันยา ธนะภูมิ” หากใครได้ติดตามอ่านมาตั้งแต่เล่มแรกคงจะติดหนึบ และไม่ต้องบอกสรรพคุณกันให้มากความอีก ว่าในหนังสือเล่มนี้อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ที่บันเทิงใจได้เพียงไหน แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยได้ทักทายกับยิ้มกระป๋องเลย อยากโฆษณาชวนให้เชื่อว่า อารมณ์จะดีขึ้นเหมือนได้ยินเสียงของมนันยามานั่งเล่าอยู่ใกล้ๆ จับนั่นจับนี่มาบอก ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เราอย่างเพลินเพลิน

“มันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดเพราะเราไม่ได้เขียนเรื่องจริง และก็ไม่ได้แต่งเสียหมด ไม่อย่างนั้นก็ต้องเขียนเป็นนิยาย มันจึงมีผสมกัน จะเอาเรื่องจริงของเขามาเล่าเสียทั้งหมดก็ไม่ได้ อย่างเขยฝรั่ง เราก็รู้จักจริงๆ เป็นญาติกัน แต่เขาก็ไม่ได้เป็นอย่างในหนังสือก็มีแต่งเสริมไป” มนันยา ว่าถึงผลงานของตัวเองเช่นนั้น

เสน่ห์อย่างหนึ่งที่นักอ่านจับได้ในผลงานเขียนของมนันยา คือ ร่ำรวยอารมณ์ขัน มีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้ติดตามจนจบรวดเดียว รุ่มรวยในภาษาที่กุมผู้อ่านเสียอยู่หมัด

“ก็มีผู้อ่านหลายคน และเพื่อนๆ พูดอย่างนั้นหลายทีว่า ฉันอ่านเรื่องที่แกเขียนเหมือนมีแกมาเล่าอยู่ข้างๆ เล่าแบบเป็นกันเอง มันเป็นธรรมชาติ จังหวะจะโคนเหมือนพูด มีนั้นนี้ สะกดไม่ถูกก็บอกผู้อ่าน รับสารภาพเรื่องหนึ่งก่อนว่า ยิ้มกระป๋องทั้ง 4 เล่มที่ผ่านมา เขียนลงในนิตยสารต่วยตูนทุกเรื่อง แต่ใช้นามปากกาหลายอัน จะได้ไม่ดูน่าเกลียดว่าลงเรื่องของมนันยาอยู่คนเดียว แต่นามปากกา 56 อัน ไม่บอกนะว่ามีอะไรบ้าง มีนามปากกาหนึ่งก็ดัดแปลงสำนวนให้เป็นอีกแบบไปเลยเหมือนผู้ชายเขียน ส่วนที่เหลือไม่ระมัดระวัง ถ้าใครตั้งใจจับจะเป็นมนันยานี้แหละ ถึงตอนนี้ผู้อ่านก็คงรู้แล้วล่ะ(หัวเราะ)

“อายุ ทักษะ ทั้ง 2 อย่างทำให้เขียนหนังสือได้สนุก มันเป็นลูกเล่น คนบางคนมีความรู้ดี หนังสืออ่านได้เรื่อยๆ แต่คนอ่านไม่ติด ไม่มีลูกเล่น เคยมีบรรณาธิการคนหนึ่งบอกไว้ว่า หนังสือมี 3 อย่าง อ่านแล้วจบกันไป สองอ่านแล้วติดใจจำได้ หนังสือคนนี้เขียนดี อย่างที่สามคนอ่านติดแล้วต้องตามอ่าน เราจะเป็นแบบที่สามได้ต้องมีลูกเล่น อย่างคุณทมยันตีจะจูงอารมณ์คนได้ดีมาก เธอจะให้เราร้องไห้เราก็ร้องไห้ เธอจะให้เรารักชาติก็รักชาติ เธอจูงอารมณ์ได้ดี สุวรรณี สุคนธา พูดไว้ เสน่ห์ของมนันยาเป็นคนรื่นเริง หนังสือมนันยาแปลกนะ คือมนันยาทั้งเขียนทั้งแปล ปกติคนเป็นนักเขียน เขียนอย่างเดียว นักแปลก็แปลอย่างเดียว แต่มนันยาทำได้ทั้งสองอย่าง”

เรื่องที่มนันยานำมาอัดลงในยิ้มกระป๋อง เรียกว่าสากกะเบือยันเรือรบ มีทั้งเรื่องเก่าย้อนไปหลายร้อยปี และเรื่องใหม่สดๆ ร้อนๆ ที่เพิ่งเจอะในตลาดสดเมื่อเช้า

“การนำเรื่องมาเล่า มีทั้งจากประสบการณ์ และจากการค้นคว้าข้อมูล นักเขียนที่ต่วยตูนส่วนมากจะแก่ อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ต้องบอกเมื่อเราอายุ 40 ขึ้นไปก็จะรู้เรื่องในยุค 60 บางทีก็เป็นการไปพบอะไรที่กระทบใจก็เอามาเขียน เช่น เรื่องพริก หรือเขยฝรั่ง ที่มาแต่งงานกับคนอีสานเยอะ ยืนยันว่านี่คือเรื่องแต่ง มันเหมือนสลัด มีทั้งเป็นมะเขือเทศ หอม ผักกาด แต่สลัดก็ไม่ใช่มะเขือเทศ แตงกวา มันเป็นมิกซ์ เหมือนเรื่องของเรามีจริงบ้างไม่จริงบ้าง เราก็ไม่ได้เขียนประวัติใครหรือแต่งขึ้นมาเป็นนิยาย แต่เรามิกซ์ทำให้มันมีรสชาติ สมัยนี้ยอมรับว่าใช้อินเทอร์เน็ตเยอะ ใช้เช็ก พ.ศ. แต่ต้องเช็กซ้ำเยอะ ต้องเข้าใจว่าแก่ปานนี้ต้องรู้บ้าง ไม่ได้เชื่อไปหมด ต้องเอ๊ะบ่อยๆ นี้ นักแปลจะมีความเอ๊ะเป็นนิสัยอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นแปลหนังสือไม่ได้ มันช่วยให้ผิดน้อยลง เราอ่านหนังสือเยอะ ต้องรู้เยอะ ถามเยอะ เช็กเยอะ”

ชื่อชั้นของมนันยาเป็นที่รู้จักทั้งในบทบาทนักเขียนและนักแปล “เราทำทั้ง 2 อย่าง ชอบด้วย พอทำสักพักเบื่อก็ไปทำอีกอย่างหนึ่ง นานๆ ทำสองอย่างพร้อมกันก็มี การแปลหนังสือเหมือนการทำการบ้านไม่ต้องใช้อารมณ์ เพียงแต่ว่าเราต้องจับอารมณ์ในตัวละครนั้น แล้วแต่ว่าเรื่องมันไปแบบไหน อารมณ์มีแค่นั้น แต่เขียนหนังสือใช้อารมณ์ทั้งหมด”

ตอนนี้มนันยาพักงานแปล โดยฝากผลงานแปลเรื่องสุดท้าย “กลางใจราษฎร์ : หกทศวรรษแห่งการทรงงาน” เป็นหนังสือนำเสนอเรื่องราวพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

“หลังๆ เจอปัญหาก็เลยเบื่อ ที่เลิกมันมีปัญหาเวลาแปลนิยายเราก็ไม่ได้แต่สักว่าแปล เราต้องแปลอย่างนิยาย ถ้าแปลเป๊ะไปตามตัวไม่มีใครเขาอ่าน อย่าง he said she said ซึ่งถ้าแปลตามตัว ก็ต้องแปลว่า เขาพูด เธอพูด เท่านั้น เราแปลว่า หญิงสาวพูด เจ้าหญิงรับสั่ง เพื่อดึงให้คนเข้าใจเรื่องว่าคนนี้เป็นใคร ต้องแปลไปตามอารมณ์ของตัวละคร นิสัยเป็นยังไง แต่คนตรวจต้นฉบับบางคนสติแตก เจ้าหญิงมาจากไหน นี่มันชี (she) ต้องแปลว่าเขา มันถูกในเรื่องทฤษฎีแต่ภาคปฏิบัติไม่ได้ เราแปลนิยายเพื่อขายไม่ได้ทำเป็นวิทยานิพนธ์ จุดนี้เบื่อมาก บางสำนักพิมพ์เอาเด็กจบใหม่มาตรวจมันไม่ดูหน้าอินทร์หน้าพรหม เซอเคิลไม่ได้แปลว่าวงกลมก็ผิด ตอนนี้ถอดหัวโขนงานแปลแล้ว จบงดงามกับงานแปลที่เป็นมงคลที่สุด ล้างมือในอ่างทองคำแล้ว”

ตอนนี้มนันยาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ริมแม่น้ำโขง จ.เลย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมีเวลาเขียนหนังสือ และอีกไม่นานก็จะมียิ้มกระป๋อง 5 ออกมาให้แฟนๆ ได้อ่าน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท