
ณัฎณิชชา ธนาลงกรณ์ กับ กังฟู ในบทรักที่ไม่มีเงื่อนไข
โดย...ลีโอ เคน / ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
โดย...ลีโอ เคน / ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
กำลังมาแรงทีเดียวสำหรับสาวรุ่นใหม่ไฟแรง ณัฎณิชชา ธนาลงกรณ์ ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์แห่งแบรนด์ NICHA แนวเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางเมื่อครั้งร่ำเรียนอยู่ที่อเมริกา ที่สะท้อนออกมาเป็นหญิงมั่น ที่แฝงความเปรี้ยว และเท่เอาไว้ และจะมีร้านขายเสื้อผ้าของตัวเองในต้นเดือนหน้าที่ เลดี้บูติก ชั้น 1 สยามพารากอน
นอกจากจะรักการออกแบบเสื้อผ้าเป็นชีวิตจิตใจ เธอยังมีเวลาส่วนตัวปลูกรักกับเจ้ากังฟู และชาโคว สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ที่สะท้อนให้เห็นว่าบทรักแบบไม่มีเงื่อนไขนั้นยังมีจริงอยู่บนโลกกลมๆ ใบนี้
“จริงๆ แล้วที่บ้านณัฎเลี้ยงหมามาโดยตลอด แต่จะเป็นหมาพันธุ์ใหญ่ แต่พอมาอยู่คอนโดปุ๊บเลี้ยงตัวใหญ่ไม่ได้ เลยหาพันธุ์เล็กมาเลี้ยง ที่แรกก็เสิร์ชหาข้อมูลพันธุ์เล็กที่ฉลาดที่สุด เจ้าปอมนี่ก็ขึ้นมาประมาณอันดับสอง สาม เราก็เห็นน่ารักดีก็เลยหาฟาร์ม ที่จริงได้มาอีกตัวก่อน แล้วเขาไม่สบายก็เลยเปลี่ยนตัว เขาก็ยอมเปลี่ยนมาให้เรา รู้สึกว่าถูกชะตา ตั้งชื่อมันว่ากังฟู คุณแม่บอกว่าตั้งแต่เลี้ยงหมามาไม่เคยเห็นหมาตัวไหนที่ฉลาดและฝึกง่ายขนาดนี้ ตั้งแต่วันแรกสั่งให้เขานั่ง ให้สวัสดี เขาก็ทำได้แล้ว และหมอบได้ภายในวันเดียว แล้วก็เริ่มไขว่ กลิ้ง โดยต้องมีขนมล่อตลอด (หัวเราะ) แล้วคุณแม่ก็ฝึกความจำ โดยโยนตุ๊กตา มีบอล มีขนมที่กัดเล่น แล้วคุณแม่ก็สลับให้ไปคาบมา มันก็จะคาบมาได้อย่างถูกต้อง”
“แต่มันร้ายทุกอย่างนะ คือมันจะหวงเรามาก มีครั้งหนึ่งณัฎไปอเมริกา แม่บ้านจะมาทำความสะอาดห้อง มันจะไม่ยอมให้เข้า ทุกทีเราไปไหนมันจะตามทุกฝีก้าว มองดูตลอด 24 ชม. ว่าเราทำอะไรอยู่ กระทั่งเวลาเข้าห้องน้ำมันก็จะไปนั่งเฝ้า มีอยู่วันหนึ่งมีช่างมาซ่อมทีวี เราก็บอกว่าฟูเฝ้าช่างเอาไว้นะเดี๋ยวจะไปเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่ามันนั่งเฝ้าจนเราทำธุระเสร็จ”
ความประทับใจในตัวของกังฟูนั้นทำให้เวลาห่างกันนั้นสาวณัฎแสนจะคิดถึง
“มันซื้อใจได้ทุกอย่าง เลี้ยงเหมือนเป็นลูกคนหนึ่ง วันไหนที่ณัฎเศร้า ฟูก็จะนั่งข้างๆ แล้วน้ำตาไหล คือจะสนิทกันมาก วันหนึ่งณัฎจะไปญี่ปุ่นกำลังเก็บกระเป๋า มันก็จะกระโดดลงไปอยู่ในกระเป๋า กัดมือเราไม่ให้จัดกระเป๋า แต่พอเราจะไปจริงๆ มันก็ยอมแต่นั่งน้ำตาซึม เราติดกันมากเลยค่ะ บางทีเราไปไหน มันก็จะมานั่งรอหน้าประตู แม่เอาขนมมาล่อว่าเดี๋ยวพี่ณัฎก็มา มันก็ไปเอาขนม แล้วก็กลับมานั่งรอที่เดิม ทุกวันนี้ไปไหนนานก็จะห่วง และก็คิดถึงมาก”
“กังฟูไม่ได้เป็นหมาที่ประจบทุกคน ไม่ยุ่งอะไรกับใครเคย ถ้ามีขนมก็จะให้จับ แต่ถ้าไม่มี ก็แล้วแต่อารมณ์ (หัวเราะ) พอไม่สบอารมณ์มาอุ้มก็จะกัด แต่กลับเรามันจะได้ตลอด 24 ชม. ใครจะเข้าใกล้ก็จะกระโดดกัด”
กระทั่งวันหนึ่งเธอรู้สึกว่าถ้าเสียเจ้ากังฟูไป เธอจะอยู่อย่างไร เธอจึงตัดสินใจนำ ชาโคว สุนัขพันธุ์เดียวเข้ามาเป็นสมาชิกอีกตัว
“ตัวนี้ชื่อ ชาโควค่ะ เพิ่งได้มายังไม่ถึงเดือนเลย ณัฎก็รักมันนะ แต่อย่างไงก็ไม่เท่ากับกังฟู เพราะเรามีเรื่องราวที่ผูกพันกันมาเยอะมาก แล้วมันก็มีเรื่องบังเอิญคือกังฟูเขาจะอ้วนแล้วหายใจไม่ค่อยออก หลอดลมตีบ เราก็ร้องไห้ จะทำอย่างไรดีถ้าวันหนึ่งกังฟูไม่อยู่แล้ว ก็คุยกับคุณแม่ คุณแม่ก็บอกให้หามาเลี้ยงอีกตัว เราก็เลยเลือกสีดำเพราะจะได้ไม่เหมือนกัน ไม่อยากให้เกิดการเปรียบเทียบกัน
ชาโควเขาก็น่ารักและทำตามพี่ตลอด พี่ฟูทำอะไรชาโควก็ทำตามทุกอย่าง เวลายืนมันก็ยืน เวลานั่งมันก็นั่ง แรกๆ ไอ้ฟูก็จะขู่ แต่หลังๆ มันคงจะรักกันแล้ว ชาโควเขาก็มีเสน่ห์ในตัวเอง มันชอบอ้อนพี่มัน และจะยอมให้พี่เป็นผู้นำ
อีกอย่างที่ณัฎรักชาโควไม่เท่ากังฟู เพราะกังฟูจะเข้ามาจังหวะที่ณัฎสูญเสียคุณยายไปไม่นาน และคุณยายก็รักตัวนี้มาก และความรักก็ถ่ายทอดมาถึงเรา คุณยายเป็นคนเลือกให้ มันดูแลเราทุกอย่าง ส่วนตัวเล็กมันจะมีสีสันอีกแบบ แค่เห็นมันเล่นกันก็น่าเอ็นดูแล้วค่ะ และมีอารมณ์เป็นเด็กมากขึ้น แต่จะเล่นกับมันมากไม่ได้ เดี๋ยวไอ้ตัวโตมันจะงอน
ความผูกพันแบบไม่มีเงื่อนไข ทำให้สาวณัฎรักเจ้าสองตัวเหมือนเป็นลูกทีเดียว
“ณัฎจะโกรธมาก ถ้าใครมาบอกว่าก็แค่หมาตัวหนึ่งจะอะไรกันนักกันหนา หนูรู้สึกว่ามันรักหนูจริงๆ รักแบบไม่มีเงื่อนไข เหมือนเขาเป็นลูก ไม่มีความเสแสร้งใดๆ ทั้งสิ้น ณัฎอยากกลับมาบ้านแล้วมีใครสักคนรอเราอยู่ แล้วกังฟูกับชาโควก็ตอบโจทย์ทุกอย่าง
ณัฎอยากฝากถึงคนที่อยากจะเลี้ยงว่าอย่าเห็นแค่ว่าเขาน่ารัก เอาเขามาแล้วต้องเลี้ยงดูให้ดีที่สุด และรับทุกสภาพที่เขาเป็น อย่างกังฟูถ้าวันหนึ่งเขาต้องพิการ ณัฎก็จะเลี้ยงและรักเขาไปจนวันตาย”
สาวณัฎกล่าวทิ้งท้ายได้อย่างซาบซึ้ง จนผมถึงขั้นนึกถึงคู่หูที่ลาโลกนี้ไปนานแล้ว แต่เหมือนกับเขาอยู่ใกล้ตลอดเวลา







