
ภัยบนถนน
โดย...ปู โลกเบี้ยว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
ไอ้ที่เค้าว่าภัยใกล้ตัวเนี่ย มันเป็นเพราะว่ามันใกล้ตัวจนเรานึกไม่ถึงชิมิว่ามันจะเกิดกับเราได้อ่ะ น้องโอมหนุ่มหล่อกล้ามใหญ่ เน้นหนาล่ะกัน เพราะชอบเข้าฟิตเนสสร้างกล้าม เป็นคนอัธยาศัยดีมาก คือไปเจอน้องเค้าแถวๆ ทะเลบนเกาะ น้องเค้าเดินมากับแฟนสาว เลยใช้ให้ถ่ายรูปหมู่ให้หน่อย ก็เห็นเค้าถือกล้องถ่ายรูปอันใหญ่ราคาเป็นหมื่นอ่ะ ก็เลยเดาเอาว่าต้องเป็นมืออาชีพแน่ รูปออกมาต้องสวยชัวร์ๆ ไม่ใช่ไก่กา มือสั่นภาพเบลองี้ *_,*
หลังจากนั้นเลยตรวจดวงชะตาเป็นค่าตอบแทน จึงรู้ว่าเป็นคนนิ่งๆ ใส่ใจสุขภาพ ชอบช่วยเหลือคนอื่น และกำลังจะแต่งงาน เลยแสดงความยินดีด้วย แต่แล้วสายตาดันไปเห็นรอยแผลเป็นจากคางยาวยันหู เลยถามว่าไปโดนอะไรมา ซนล่ะสิท่า เอ! ด้วยนิสัยตามวันเกิดก็ไม่น่าจะผาดโผนอะไร นักซิ่งก็ไม่น่าจะใช่ หรือว่าฟิตเนสมากไป เจอดัมบ์เบล 555 อ่ะล้อเล่นขำขำ >.< แต่น้องไม่ขำด้วย พูดนิ่งๆ ว่า “โดนปล้นครับ” @_@ อู๊ยยย! โทษจ้ะ อะไรยังไง ไหนเล่ามาดิ
“คือผมเดินเข้าซอยกลับบ้าน ซอยบ้านผมเองเดินเป็นประจำตั้งแต่เด็กๆ ถนนซอยก็สว่างไม่ได้มืดเลย วันนั้นผมเดินคุยโทรศัพท์กับแฟนผมไปเรื่อยๆ พอดีผมเป็นคนช่างสังเกต ก่อนเลี้ยวเข้าซอยบ้าน ผมเห็นมีผู้ชายแปลกหน้านั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ ผมก็ยังเอะใจเลยว่ามารอใคร ตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไรก็ยังคุยโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ หางตาผมเหลือบไปเห็นเงาคนทอดยาวกำลังจะทับตัวผม ผมก็เตรียมหลบ แต่ไม่ทันมันคว้าโทรศัพท์ที่ผมถืออยู่กระชากไป ความที่ผมเสียดายโทรศัพท์ เพราะเพิ่งถอยออกมาใหม่เป็นหมื่น เลยกำโทรศัพท์เอาไว้แน่นมาก มันกระชากไปไม่ได้ มันเลยเอามีดจี้ที่คอผมแทน ทุกอย่างมันเร็วมากครับ ผมได้แต่คิดว่าต้องสู้ ต้องเอาชีวิตให้รอด ผมเลยจับมีดด้วยมือเปล่านี่แหละ ผลักมันออกไป มันกระเด็นเลยนะครับ” (ก็คงจะกระเด็นร้อก ก็น้องตัวหนาซะขนาดเนี้ย) “แต่ด้วยความที่มันกดมีดลงมาที่คอผม ก็เลยทำให้ปลายมีดถากจากคางยันไปถึงหูเป็นแผลยาว แล้วมือผมที่กำมีดอยู่ก็ตัดเส้นเอ็น ต้องต่อเอ็นใหม่อ่ะครับ 0~0 โอ้! แม่เจ้า ตากล้องของฉ้านนนน >< แล้วมันหนีไปได้มั้ยอ่ะ? มันก็วิ่งไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับไปเลยครับ ส่วนผมก็รีบวิ่งเข้าบ้าน เพราะอีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึงประตูเข้าบ้านอยู่แล้วล่ะ โอ๊ย! ใกล้บ้านมากอ่ะ” แล้วไม่กลัวมันรู้เหรอว่าบ้านเราหลังไหน “ผมไม่รู้หรอกครับทุกอย่างมันเร็วมาก รู้อย่างเดียวว่าต้องรอด” เป็นความโชคดีที่น้องเค้าโทรศัพท์คุยกับแฟนสาว แฟนสาวเลยโทรแจ้งตำรวจ แต่ก็จับไม่ได้อยู่ดีล่ะนะ คดีวิ่งราวเบาๆ หึหึ… สุดท้ายก็ต้องระวังตัวกันเอง ถึงจะเป็นซอยเข้าบ้านที่เดินกันมาตั้งแต่เด็กจนชินก็ตาม มันก็ยังเป็นภัยใกล้ตัวที่เราไม่ควรประมาทเอาเลยน่ะซิ เฮ้อ! (‘*_*’) น้องบอกทุกวันนี้หัวผมหมุนได้รอบตัวแล้วครับพี่ ด้วยความระแวง หุหุ... นี่เป็นผู้ชายนะ ถ้าเป็นผู้หญิงจะเอาแรงอะไรไปสู้เค้าเนี่ย
มีน้องผู้หญิงที่รู้จักคนหนึ่ง นั่นก็เพราะความประมาท บวกกับความเนิบ ทำอะไรเชื่องช้าไปเสียหมด สติก็ไม่ค่อยมี เอาเป็นว่าไม่รู้จักระวังตัวจะดีกว่า เดินข้ามสะพานลอยคนข้าม แล้วโทรศัพท์ไปด้วย เดินเนิบๆ ไม่สนใจใคร คุยโทรศัพท์กับแฟนกะหนุงกะหนิง มีความสุขอยู่ในโลกส่วนตัวจนไม่มองใคร ไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น เดินถึงกลางสะพานแระ จู่ๆ ก็มีผู้ชายร่างใหญ่เดินมาตบกกหูอย่างแรง ตุ้มหูที่ใส่อยู่มันก็ทิ่มเข้าหน้าอย่างแรง เจ็บซิฮะ @~@ ชีเลยปล่อยทุกอย่างร่วงลงพื้น ลงไปนั่งโอดโอยเพราะความเจ็บปวด กว่าจะรู้สึกตัว ข้าวของที่ตกกระจายมีคนเก็บให้หมดแล้ว ทั้งโทรศัพท์กระเป๋าหรือแม้แต่ถุงของกิน จนไม่เหลืออะไรเลย หันมาอีกทีเห็นไอ้เจ้าผู้ชายตัวใหญ่มันหอบสมบัติของตัวเองวิ่งหย็อยๆ ลงบันไดสะพานลอยไปแระ สบายใจน้ำตาร่วงซิ (`:0_0:`) หน้าตามันเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย รู้แต่ว่ามันตัวใหญ่ หึหึ ทุกวันนี้เข็ด เวลาเดินข้ามถนนไม่กล้าคุยโทรศัพท์อีกเลย… ดีมากน้อง







