posttoday
การอ่าน...ตามอารมณ์

การอ่าน...ตามอารมณ์

11 มิถุนายน 2557

การอ่านตามอารมณ์ หรือ Emotional Reading เป็นการอ่านแบบที่หนูดีพบว่า สำหรับชีวิตปัจจุบันแล้ว

การอ่านตามอารมณ์ หรือ Emotional Reading เป็นการอ่านแบบที่หนูดีพบว่า สำหรับชีวิตปัจจุบันแล้ว เหมาะสมที่สุดเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งการอ่านแบบนี้ จะต่างกับการอ่านเพื่อเอาความรู้ไปสอบ ไปทำรายงาน ไปบรรยาย หรือไปประชุม ซึ่งสมัยที่เราเรียน เราเหมือนจะถูกกำหนดว่า ต้องอ่านหนังสือเล่มไหน อ่านแค่ไหน อ่านตรงไหน และ “ต้อง” เอาข้อมูลไปทำอะไรบ้าง โดยหลักๆ แล้ว ก็คือเอาข้อมูลไปทำข้อสอบนั่นเอง ดังนั้น คนส่วนใหญ่มักจะชินกับการ “อ่านตามใบสั่ง” จนพอเรียนจบ นิสัยนั้นก็ยังคงติดมากับตัว แก้ไม่หายเสียที

แต่พอเราเรียนจบแล้ว เริ่มต้นทำงาน โลกแห่งการอ่านก็เริ่มเปลี่ยนไป จากอ่านตามใบสั่ง มาเป็นอ่านตามอารมณ์มากขึ้น ซึ่งหลายๆ คนปรับตัวไม่ทัน ก็อาจไม่แน่ใจว่า “เอ๊ะ เราควรทำแบบนี้หรือเปล่า มันถูกต้องไหม?”

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หนูดีมีโอกาสไปแชร์ประสบการณ์การอ่านกับ Book Lover Club ในโปรเจกต์ “อ่านล้านเล่ม” ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รักการอ่านมารวมตัวกัน เพื่อแชร์หนังสือเล่มโปรดและสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการอ่าน ซึ่งปกติเขาจะแชร์กันครั้งละเล่มสองเล่ม

แต่วันนั้นหนูดีหอบจากห้องสมุดที่บ้านไปกว่ายี่สิบเล่ม! เพราะหนูดีรู้สึกว่าการแชร์เพียงแค่เล่มโปรดเล่มเดียวหนูดีทำไม่ได้ ทำไม่เป็น เพราะประสบการณ์การอ่านของเรานั้นมันปนเป วุ่นวาย เยอะแยะ บางครั้งจับต้นชนปลายไม่ได้ เพราะหนูดีอ่านหมดทุกแบบ อ่านทุกเรื่อง อ่านทุกอย่าง อ่านอย่างหลากหลาย มีหนังสือแทบทุกประเภท และการหยิบมาอ่านก็ต้องเรียกว่า “แล้วแต่อารมณ์”

เช่นตอนนี้อารมณ์หวาน ขอเลือกนิยายโรแมนติกมาอ่าน ตอนนี้อารมณ์หนักแน่น ขออ่านหนังสือที่ออกแนวงานวิจัย หรือวิชาการ หรือ ตอนนี้เย็นแล้ว บรรยากาศโพล้เพล้ แหม ขอหยิบหนังสือผีมาอ่านเพื่อบิลด์อารมณ์ให้หลอนๆ (มีใครเป็นแบบหนูดีไหมคะ กลัวผีก็แสนกลัว แต่ยิ่งกลัวก็ยิ่งอ่าน แถมชอบดูหนังผีอีกต่างหาก แล้วก็เอามาหลอนต่อในห้องนอน แหะ แหะ นักอ่านก็เป็นแบบนี้ละนะคะ อ่านไปเรื่อย) หรือ บางครั้งอยากได้ข้อมูลมาใช้งานด่วนๆ ก็หยิบหนังสือที่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงมาอ่านอย่างรวดเร็ว แล้วรีบเอาข้อมูลไปใช้ให้ทันเวลา ทันเหตุการณ์ เช่น อยากเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น ไปไหน จองตั๋วอย่างไร ร้านอาหารไหนดี ฯลฯ หรืออยากปลูกผักประเภทนี้ต้องใช้ปุ๋ยหมักประเภทไหน ดูแลตามฤดูกาลอย่างไร ข้อมูลแบบนี้ อ่านรวดเดียวจบ ใช้งานแล้วจบกันไป

เทรนด์การอ่านตามอารมณ์ผสมกับการ อ่านตามการใช้งานน่าจะเป็นคู่สมรสใหม่ที่เหมาะสมที่สุดในการอ่านยุคปัจจุบัน และคนที่ใช้บริการการอ่านประเภทนี้ก็ไม่ควรต้องรู้สึกผิดว่า “ทำไมฉันอ่านหนังสือไม่จบเล่มเลยสักเล่มหนึ่ง รู้สึกตัวเองเป็นคนจับจดจัง”

ในโลกแห่งการอ่านหลังเรียนจบ เราต้องเลิกวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองในหัวไปเลยว่า “ซื้อหนังสือมาทำไมเยอะแยะ อ่านไม่จบสักเล่ม น่าอายไหม”

เชื่อไหมคะว่า มีคนพูดแบบนี้ในหัว เยอะมาก

ในวันที่แชร์ประสบการณ์ใน Book Lover Club ก็มีคนยกมือถามเลยว่า เขาเองก็เป็นแบบนี้ ซื้อหนังสือมาเยอะแยะมากมาย หลายเล่ม หลายประเภท และหลังจากเปลี่ยนมาอ่านหนังสือจบไปทีละเล่มๆ ซึ่งช้ามาก เขาก็เปลี่ยนมาอ่านทีละหลายๆ เล่มสลับกัน แม้จะอ่านได้หลากหลาย แต่เขาไม่เคยอ่านเล่มไหนได้จบเล่มอีกเลย และเขารู้สึกผิด

ตรงนี้หนูดีขอบอกว่า อย่ารู้สึกผิดเลยค่ะ

การอ่านของเราได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วตามความจำเป็นของชีวิตปัจจุบัน โลกของเราใหญ่กว่าในห้องเรียน และเราต้องรับมือกับอะไรที่หลากหลายมากขึ้นกว่าการทำความเข้าใจวิชาสี่ถึงหกวิชาต่อเทอม แต่ปัจจุบันนี้เราต้องทั้งเจอคนหลายประเภท ต้องเดินทาง ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ นอกห้องเรียน จึงทำให้เราอ่านเล็กน้อยในแต่ละเล่ม ดูเหมือนกระจัดกระจาย แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นการอ่านที่ตรงประเด็นที่สุดแล้ว สำหรับคนงานยุ่งหรือคนเวลาน้อย

และมีท่านหนึ่งถามในงานเสวนาของเราว่า “ทำอย่างไร เด็กรุ่นใหม่ถึงจะมีความอดทนอ่านหนังสือให้เยอะขึ้น”

ตรงนี้ กลับมาที่ประเด็น “การอ่านตามอารมณ์” ได้เลยค่ะ เพราะการอ่านไม่ใช่สิ่งที่ เราควรจะต้อง “อดทน” ไม่ใช่สิ่งที่ต้องบังคับเคี่ยวเข็ญอีกต่อไปในวัยที่เราพ้นการสอบไปแล้ว

และจะว่าไป จริงๆ แล้วระบบการศึกษาก็ไม่ควรทำให้เรารู้สึกว่า “การอ่านต้องใช้ความอดทนเพื่อนำไปสอบ” เพราะระบบการศึกษา ที่ถูกต้องและควรเป็นนั้น ควรทำให้เด็กรู้สึกว่า อยากเรียนรู้ อยากอ่าน อยากสอบ เพราะ การสอบเป็นการประเมินและวัดผลให้ตัวเรารู้ว่าเรายืนอยู่ตรงไหน และหากเรารักการอ่าน การเรียน เราก็คงอยากรู้ว่า ความรู้ของเราไป ถึงไหนแล้ว

เสียดายที่การสอบโดยทั่วๆ ไปโดนทำให้เป็นที่หวาดกลัวของเด็กๆ และการอ่านหนังสือทำให้เด็กๆ รู้สึกว่า “ต้องอดทน”

การอ่านควรเป็นความสุข และความสุขก็เป็นอารมณ์ประเภทหนึ่ง ดังนั้นวันนี้หนูดีจึงอยากนำเสนอวิธีการอ่านแนวใหม่ คือ การอ่านตามอารมณ์

วันนี้เราอารมณ์ไหน เราก็เลือกหนังสือมาให้สอดคล้องกับอารมณ์ตรงนั้น วันไหนเศร้า ก็อาจจะอยากอ่านหนังสือที่ทำให้จิตใจเราเบาสบาย หรืออ่านหนังสือขำขัน ตลกไปเรื่อย พอได้หัวเราะสักพักจิตใจก็จะค่อยๆ ดีขึ้น หรือ อารมณ์ซีเรียสก็อาจอ่านหนังสือที่ออกแนววิชาการ หรือวิทยาศาสตร์ไซ-ไฟ เพื่อบิลด์อารมณ์ต่อเนื่อง

แบบนี้การอ่านก็จะไม่ใช่เรื่องที่เราต้อง อดทน แต่จะเป็นอีกงานอดิเรกหนึ่งที่ทำให้อารมณ์แต่ละอารมณ์ของเราได้รับการดูแลและตอบสนอง ซึ่งหากใครทำได้ การเป็นนักอ่านที่ดีและได้ผลสัมฤทธิ์สูงก็อยู่ไม่ไกล

ข่าวล่าสุด

โมเมนต์อบอุ่น! "น๊อบ ณภัทร" ลูกชายอดีตนายกฯ เศรษฐา มอบแหวนแทนใจแฟนหนุ่มต่างชาติ ชาวเน็ตแห่ยินดีสนั่น

โมเมนต์อบอุ่น! "น๊อบ ณภัทร" ลูกชายอดีตนายกฯ เศรษฐา มอบแหวนแทนใจแฟนหนุ่มต่างชาติ ชาวเน็ตแห่ยินดีสนั่น