posttoday
ลายแทงแห่งความเป็นมนุษย์

ลายแทงแห่งความเป็นมนุษย์

10 มิถุนายน 2557

ศีล 5 มีชื่ออีกอย่างหนึ่ง (ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก) ว่า "มนุษยธรรม" แปลว่า "ธรรมอันทำให้คนเป็นมนุษย์"

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

ศีล 5 มีชื่ออีกอย่างหนึ่ง (ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก) ว่า "มนุษยธรรม" แปลว่า "ธรรมอันทำให้คนเป็นมนุษย์" แต่ในภาษาทางวิชาการท่านนิยมเรียกว่า "สิกขาบท 5" แปลว่า "บทสำหรับฝึกหัดขัดเกลา 5 ประการ หรือ บทเรียนทั้ง 5"

คนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีสัญชาตญาณอย่างสัตว์ครอบงำเป็นพื้นฐานอยู่ในเรือนใจ จะสามารถพัฒนาตนจนกลายเป็นมนุษย์ได้สำเร็จก็ต่อเมื่อเขาผ่านกระบวนการฝึกหัดขัดเกลาด้วยมนุษยธรรมหรือด้วยสิกขาบท 5 ประการ ดังต่อไปนี้

1.ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน (ในทางบวก คือ การมีจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาการุณย์ต่อสรรพสัตว์ การไม่นิยมความรุนแรง การไม่ส่งเสริมให้เกิดการฆ่า การทารุณกรรมทุกรูปแบบ ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งส่งเสริมให้คน สัตว์ หรือสิ่งแวดล้อมสามารถอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อกันฉันมิตรหรือฉันญาติวงศ์พงศาดังหนึ่งโลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน)

2.ไม่ลักขโมย ไม่ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง (ในทางบวก คือ การรู้จักประกอบสัมมาอาชีพ ทำมาหากินด้วยวิชาชีพที่สุจริต ไม่ผิดศีลผิดธรรมไม่ผิดกฎหมาย ไม่ส่งเสริมให้มีการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงทุกช่องทาง ทุกรูปแบบ ไม่เห็นดีเห็นงามกับการโกง การคอร์รัปชั่น ไม่ยกย่อง ไม่ส่งเสริมคนโกง คนทุจริตทั้งโดยตรงและโดยอ้อม)

3.ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่ล่วงประเวณี เคารพในศักดิ์ศรีของคู่ครอง คู่รัก หรืองดเว้นจากการประพฤติผิดในสามี ภรรยา หรือในบุรุษ สตรี ที่อยู่ในปกครองของมารดาบิดาหรืออยู่ในการอารักขาคุ้มครองของปวงญาติ (ในทางบวก คือ การมีความสันโดษในคู่ครองของตน รู้จักอิ่ม รู้จักพอในกามารมณ์ ไม่ปล่อยใจให้ไหลไปสู่อำนาจของความใฝ่ต่ำอันเป็นสัญชาตญาณอย่างสัตว์ เคารพในปฏิสัมพันธ์กับทุกคนที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้อง รู้จักมีความสัมพันธ์อย่างมีความรับผิดชอบ ตระหนักรู้ถึงโทษของกามารมณ์ว่าเป็นดังหนึ่งเหยื่อที่มีสีสันสวยงามจิ้มลิ้มพริ้มชวนเสน่หาอาวรณ์แต่ทว่ามีเบ็ดที่แสนแหลมคมซ่อนอยู่ข้างในอย่างมิดชิด รวมทั้งใฝ่ฝึกหัดพัฒนาตนในทางจิตภาวนา เพื่อให้ตนได้มีโอกาสลิ้มรสสุขที่ประณีตยิ่งกว่าสุขที่เกิดแต่กามารมณ์เพียงอย่างเดียว เพราะเป็นธรรมดาอยู่เองที่เมื่อใครก็ตามได้ลิ้มสุขอย่างประณีต เช่น สุขจากสมาธิหรือสมาธิสุข เป็นต้น จิตใจจะผ่อนคลายจากความยึดติดถือมั่นในกามารมณ์ลงไปโดยอัตโนมัติ)

4.ไม่พูดโกหก ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดคำหยาบ หรือ Hate Speech อันก่อให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงในสังคม (ในทางบวก คือ การพูดความจริง พูดสมานสามัคคี พูดมีหลักฐาน พูดด้วยปิยวาจาอันชักพาให้คนรักกัน ตลอดถึงการไม่เผยแพร่ขยะข้อมูล ปฏิกูลข่าวสาร อันเป็นเท็จ อันเปี่ยมด้วยเจตนาร้าย อันยุยงให้เกิดความเข้าใจผิด ก่อความเกลียดชังระหว่างเพื่อนมนุษย์ กระตุ้นเร้าให้เกิดการลุกฮือขึ้นมาใช้ความรุนแรงต่อกันและกันอย่างขาดสติ รวมทั้งการเคารพในเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น ไม่ปิดกั้นเสรีภาพทางปัญญา วิชาการ และทางศาสนา รู้จักยอมรับความความเห็น ความเชื่อ ที่แตกต่างหลากหลายอย่างสันติ มีหัวใจกว้างขวางไม่ผูกขาดสัจธรรมอยู่ฝ่ายเดียว และเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์บนพื้นฐานของเหตุผลด้วยใจที่สุจริต เป็นการสร้างสรรค์วัฒนธรรมทางปัญญาที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์ ไม่ส่งเสริมให้มีการลิดรอนหรือปิดกั้นสิทธิเสรีภาพทางความคิด ความเชื่อ ทางปัญญาของมวลมนุษยชาติ)

5.ไม่ดื่มสุราและเมรัย ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยประการทั้งปวง (ในทางบวก หมายถึง การไม่ดื่มสุรา เมรัย เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การไม่เสพ ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด การไม่ส่งเสริมให้มีการผลิต การขาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือที่มีสารอันตรายใดๆ ก็ตามปนเปื้ออันเป็นที่มาของความประมาทขาดสติแก่ตัวผู้เสพ ผู้บริโภค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพทางกายและทางจิตทั้งของตนและของคนอื่น เป็นที่มาของการประทุษร้ายต่อสันติสุของครอบครัวของสังคม ตลอดถึงการรู้จักบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม และปัจจัยสี่อย่างมีสติ อย่างมีวิจารณญาณ อย่างคำนึงถึงคุณค่าแท้มากกว่าคุณค่าเทียม การไม่ตกเป็นทาสของค่านิยม บริโภคนิยม ที่กระตุ้นให้อยากและหลอกให้ซื้ออย่างไม่มีเหตุผล กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า รู้จักบริโภคทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ อย่างมีสติ บริโภคสิ่งใดก็ตาม พึงคำนึงถึงคุณค่าแท้อันจะก่อให้เกิดคุณค่าทางกาย ทางจิต และทางปัญญาเป็นสำคัญ บริโภคสิ่งใดแล้วคุณภาพชีวิตเสียไป พึงงดบริโภคสิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง บริโภคอย่างเป็นไท มิใช่บริโภคอย่างเป็นทาส บริโภคเพื่อธรรมคือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต มิใช่เพื่อทุกข์คือเพื่อทำลายคุณภาพชีวิต)

สิกขาบท 5 หรือมนุษยธรรม 5 เป็นแผนแม่บทที่พึงใช้ในการเสริมสร้างความเป็นมนุษย์หรือมนุษยภาวะขึ้นมาในตัวคน ใครก็ตามนำสิกขาบททั้งห้ามาฝึกหัดขัดเกลาตนเองอยู่เสมอ คนคนนั้นก็จะมีความเป็นมนุษย์เพิ่มขึ้นเป็นทวีตรีคูณ ฝึกได้มากข้อเท่าไร ความเป็นมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นได้มากเท่านั้น ส่วนผู้ที่ไม่เคยฝึกตนให้อยู่ในครรลองของศีล 5 เลย ก็นับว่ามีความเป็นมนุษย์น้อยเต็มทน หรือบางทีอาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นมนุษย์เพียงแต่กาย ส่วนใจนั้นยังคงเป็นสัตว์ อันสอดคล้องกับที่ท่านพุทธทาสเคยกล่าวเอาไว้ว่า

"เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง

 เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน

 ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน

 ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา

 ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ

 ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา

 เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา

 เปรมปรีดา คืนวัน สุขสันติ์จริง

 ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า

 ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง

 เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง

 แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย

 คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก

 จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย

 ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย

 ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือนเอย"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท