posttoday
7 พลังแห่งผู้นำเชิงรุก

7 พลังแห่งผู้นำเชิงรุก

09 มิถุนายน 2557

ผู้นำคือผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับผู้นำ ถ้าขีดความสามารถของผู้นำต่ำ

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์&<2288;

ผู้นำคือผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับผู้นำ ถ้าขีดความสามารถของผู้นำต่ำ ระดับความเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผลก็ต่ำ ถ้าขีดความสามารถในการเป็นผู้นำมีสูง ระดับความเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผลก็สูง ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกเลยที่ หากเราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประสบความสำเร็จ เราต้องมุ่งไปที่การพัฒนาขีดความสามารถของผู้นำ

จอห์น ซี.แมกซ์เวลล์ นักเขียนและนักการศึกษาคนสำคัญชาวออสเตรเลียจากแอฟริกาใต้ กล่าวไว้ในหนังสือ 21 กฎเหล็กแห่งการเป็นผู้นำว่า ความสำเร็จของบุคคลโดยปราศจากความสามารถในการเป็นผู้นำ จะให้ได้ผลในปริมาณที่จำกัดเท่านั้น ยิ่งคุณต้องการปีนขึ้นไปสูงแค่ไหน คุณก็ยิ่งต้องมีความเป็นผู้นำมากเท่านั้น ยิ่งคุณต้องการสร้างผลกระทบยิ่งใหญ่ขนาดไหน คุณก็ยิ่งต้องมีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่มากในขนาดเดียวกัน การจะบรรลุสู่ความสำเร็จใดๆ ก็ตาม ย่อมถูกจำกัดด้วยความสามารถในการเป็นผู้นำคนอื่น

จอห์นบอกว่า เป็นความจริงที่การทุ่มเทเพื่อความสำเร็จเป็นเรื่องที่ดี แต่มันก็มีข้อจำกัด เพราะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เพียงเล็กน้อย แต่หากคุณหันมาพัฒนาขีดความสามารถในการเป็นผู้นำของตัวคุณเอง รวมทั้งคนวงในของคุณ จะด้วยการศึกษา การฝึกอบรม หรือการพัฒนาทักษะผู้นำผ่านประสบการณ์ของผู้นำที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว ก็จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการเป็นผู้นำของคุณและทีมงานของคุณได้รวดเร็วขึ้น

“เมื่อคุณพัฒนาผู้คนให้กลายเป็นผู้นำ พวกเขาจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่องค์กรอย่างรวดเร็ว ยิ่งคุณพัฒนาความเป็นผู้นำให้คนของคุณมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็คาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาสู่องค์กรได้มากเท่านั้น”จอห์น ซี.แม็กซ์เวลล์กล่าว

ลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก

1.วิสัยทัศน์อันทรงพลัง

ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ต่างกับผู้นำที่ด้อยวิสัยทัศน์ เรื่องนี้ เจสส์ สโตนเนอร์ หนึ่งในทีมวิจัยของจอห์น ซี.แมกซ์เวลล์ ได้ศึกษาเพื่อแสดงให้เห็นผลกระทบอันทรงพลังของวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำที่มีต่อการปฏิบัติงานในองค์กร โดยรวบรวมข้อมูลจากลูกน้องของผู้นำจำนวน 500 คน ผลปรากฏว่า ผู้นำที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันแข็งแกร่ง จะมีทีมงานที่มีสมารถนะในการทำงานที่สูงกว่า ส่วนผู้นำที่แม้มีทักษะในการจัดการดี แต่หากไร้วิสัยทัศน์ จะมีทีมงานที่มีสมรรถนะปานกลาง ขณะที่ผู้นำด้อยวิสัยทัศน์ จะมีทีมงานที่ย่ำแย่ที่สุด

2.การสื่อสารซึ่งวิสัยทัศน์

การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมของคนในองค์กร มิใช่การกระทำแบบครั้งเดียวจบ ไม่ใช่การติดประกาศไว้ที่ฝาผนังแล้วผู้คนจะลงมือทำ หากเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องยาวนาน จนกว่าผู้คนจะเข้าใจถูกต้อง ถูกต้องและถูกต้อง การสื่อวิสัยทัศน์ออกไป ก็เปรียบเหมือนกับเข็มทิศขององค์กร ที่ทุกคนจะได้มุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อบรรลุอุดมการณ์ จากการสำรวจพบว่า องค์กรที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและทรงพลังมีเพียงแค่ 10% ส่วนที่เหลืออีก 90% ยังขาดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

ดังนั้น จงรีบสำรวจวิสัยทัศน์องค์กรของคุณ ทบทวนต่อการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก กำหนดวิสัยทัศน์ที่มีพลัง หรืออย่างน้อยต้องมีตามแนวทางดังนี้ 1.ระบุจุดยืน : คุณอยู่ในธุรกิจอะไร 2.ระบุเป้าหมาย : คุณต้องการอะไร 3.ระบุคุณค่า : คุณจะดำเนินองค์กรแบบไหน จากนั้นก็สื่อสารวิสัยทัศน์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีชีวิตชีวา ประกาศและเรียกร้องแนวร่วม ฝึกฝน ฝึกอบรม ประเมิน ฯลฯ จนวิสัยทัศน์ได้รับการปฏิบัติอย่างคงเส้นคงวา หรือเป็นบรรทัดฐานร่วมขององค์กร กระทั่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

3.วินัย

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งอื่น ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองก่อน โดยพัฒนาตนเองให้เป็นคนมีวินัยใน 3 มาตรฐานหลักคือ 1.มีวินัยในการทำตามวิสัยทัศน์หรือเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ ไม่ต้องรอความสมบูรณ์แบบแล้วจึงจะค่อยลงมือทำ 2.มีวินัยในการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญ และ 3.มีวินัยโดยเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งความสามารถและการครองตน เป็นต้นแบบหรือเป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งความสามารถและการดำเนินชีวิตที่ถูกครรลองคลองธรรม

4.วิจารณญาน

วิจารณญาน คือ ความสามารถในการค้นหาต้นตอของปัญหา ซึ่งต้องใช้ทั้งการมีสัญชาตญาณและความมีเหตุผลควบคู่กัน ผู้นำที่ดีต้องมีวิจารณญานที่ดีเสมอ โดยจอห์น ซี.แมกซ์เวลล์กล่าวสรุปไว้ว่า ผู้นำโดยทั่วไป บางครั้งก็ไม่สามารถแสดงคุณสมบัติในข้อนี้ให้เห็นได้ ส่วนใหญ่แล้วมักมีการใช้วิจารณญาณที่ผิดพลาด ประเมินสถานการณ์ต่ำไป ใช้ความรู้สึกมากกว่าความมีเหตุผล หรือในบางคนก็มีสัญชาตญาณที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อธุรกิจหรือองค์กรได้

5.มนุษย์สัมพันธ์

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะต้องสามารถเข้ากับผู้คนที่เขาต้องการให้เปลี่ยนแปลงได้ก่อน เพราะถ้าการประสานคนมีปัญหา การประสานงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงก็ไม่เกิดผล ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงนั้น ต้องเชื่อมประสานใน 2 ระดับ ระดับแรกคือการเชื่อมคนเข้ากับคน ซึ่งมี 2 ขั้นตอนคือ เชื่อมผู้นำเข้ากับผู้ตาม และเชื่อมผู้ตามเข้ากับผู้ตาม ส่วนระดับที่ 2 ได้แก่การเชื่อมคนเข้ากับงาน

ทั้งนี้ ผู้นำต้องเป็นผู้ริเริ่มสร้างมนุษยสัมพันธ์ก่อน ต้องฝึกตนเองให้เป็นคนที่สนใจห่วงใยผู้อื่นอยู่เสมอ ริเริ่มที่จะเดินเข้าไปหาทีมงาน ให้ความสนใจและสร้างสายสัมพันธ์ก่อน อย่ามัวทำแต่งาน ธุรกิจเริ่มต้นด้วยสายสัมพันธ์ ถ้าสายสัมพันธ์ดี เรื่องใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็ก ตรงกันข้ามถ้าสายสัมพันธ์ไม่ดี เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าคนชอบคุณ เขาจะเชื่อคุณ และพร้อมที่จะทำตามคุณ

6.ความมั่นคงทางอารมณ์

ผู้นำที่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์ คงไม่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ เพราะผู้นำที่จิตใจไม่แน่นอนจะไม่ไว้วางใจใคร ไม่กล้ามอบหมายอำนาจ กอบโกยมากกว่าการเป็นผู้ให้ หวั่นไหวกับผู้ตาม เมื่อมีเรื่องราวเล็กน้อยมากระทบ ส่วนผู้นำที่มีความมั่นคงทางอารมณ์ ย่อมมีความเชื่อมั่นในผู้อื่น ช่วยให้ผู้อื่นมีความมั่นคง ส่งเสริมความสามารถของลูกทีมให้มากกว่ารับ เปิดทางก้าวหน้าให้กับองค์กร

การพัฒนาความมั่นคงทางอารมณ์ จำเป็นต้องใช้การประเมินความฉลาดทางอารมณ์เป็นตัวชี้วัด (EQ) โดยแบบประเมินจะมี 3 ด้าน เพื่อชี้วัดถึงการเป็นคนดี คนเก่งและคนที่มีความสุข ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาและใช้ศักยภาพของตัวเอง ต่อยอดสู่คุณสมบัติของผู้นำเชิงรุก 9 ข้อ ดังนี้ คือ 1.การควบคุมตัวเอง 2.การเห็นใจผู้อื่น 3.ความรับผิดชอบ 4.แรงจูงใจ 5.การตัดสินใจและการแก้ปัญหา 6.สัมพันธภาพ 7.ความภูมิใจในตัวเอง 8.ความพอใจในชีวิต และ9.ความสุขสงบทางใจ

7.พลังคุณธรรม

พลังของผู้นำการเปลี่ยนแปลงมาจากพลังแห่งคุณธรรม เมื่อผู้นำพัฒนาคุณธรรมให้มีในตัวเอง ผู้นั้นย่อมมีผู้ปรารถนาติดตาม คุณธรรมของผู้นำคือคุณธรรมของผู้ปกครอง หรือที่เรียกว่าทศพิธราชธรรม หนึ่งในนั้นคือทาน หรือการให้ ผู้นำต้องเสียสละ ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยไม่เสียสละ ถือเป็นพลังหรือคุณธรรมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและประสานหมู่ชนไว้ในสามัคคี เป็นหลักธรรมที่ผู้นำใช้ในการสงเคราะห์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน ช่วยเหลือกันด้วยสิ่งของ ความรู้ การแนะนำสั่งสอน และการให้โอกาส

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท