
คู่หูตำรวจหมอตำแยภาคสนาม
หลายปีก่อน เว็บไซต์เทเลกราฟ สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ ตีข่าวนายตำรวจชั้นประทวนของไทย
โดย...เอกชัย จั่นทอง
หลายปีก่อน เว็บไซต์เทเลกราฟ สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ ตีข่าวนายตำรวจชั้นประทวนของไทย ด.ต.มานะ จอกโคกสูง วัย 43 ปี เป็นตำรวจจราจรที่ทำคลอดทารกมากที่สุดในโลก หลังช่วยทำคลอดทารกรายที่ 47 บนท้องถนนกรุงเทพฯ
ข่าวขณะนั้นระบุว่า “การจราจรในกรุงเทพฯ เลวร้ายมาก ว่ากันว่าท้องถนนสามารถรับมือกับรถได้แค่ราวๆ 1.6 ล้านคัน แต่มีการจดทะเบียนรถยนต์มากกว่าที่สามารถรองรับได้กว่า 4 เท่า ด้วยเหตุนี้เอง ด.ต.มานะ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ จึงต้องเข้ารับฝึกฝนการทำคลอด เพื่อคอยช่วยเหลือผู้หญิงท้องที่เกิดเจ็บครรภ์ขึ้นมา แต่ไม่สามารถไปถึงโรงพยาบาลได้ในชั่วโมงเร่งด่วน
...ด.ต.มานะ กล่าวว่า ‘ครั้งแรกที่ผมทำคลอด ตัวผมสั่นไปหมด ทั้งตื่นเต้นและทั้งกลัว’ อย่างไรก็ตาม ในครั้งล่าสุดที่ช่วยทำคลอดคุณแม่ยังสาววัย 19 ปี บนรถแท็กซี่ ด.ต.มานะ บอกว่ารู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างมากที่ได้ช่วยเหลือผู้คน”
“ด.ต.มานะ จอกโคกสูง” ปัจจุบันเป็น ผบ.หมู่งาน 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจโครงการตำรวจจราจรในโครงการพระราชดำริ ผู้มีความสามารถพิเศษช่วยเหลือผู้หญิงครรภ์แก่ใกล้คลอดยามจราจรติดขัดในเขต กทม.และปริมณฑล คู่หูของนายตำรวจหมอตำแยรายนี้ คือ หัวหน้างาน ร.ต.ท.ปรีดี กิตติวัฒนากูล รอง สว.ธุรการ กก.6 กองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บก.จร. ที่ทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี ความผูกพันระหว่างลูกน้องกับหัวหน้าที่ก้าวนำพาชีวิตทารกให้รอดปลอดภัยยามจราจรติดมานับครั้งไม่ถ้วน
‘ดาบมานะ’ สุดยอดตำรวจจิตอาสา
ร.ต.ท.ปรีดี “เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนสายงานก็เลือกย้ายมาที่กองกำกับการ 6 หรือตำรวจโครงการพระราชดำริ บก.จร. ก็ได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับ ด.ต.มานะ นับว่าผมเป็นน้องใหม่ของหน่วยงานนี้ ซึ่งก็ได้พี่มานะหรือดาบมานะช่วยสอนปูทางอธิบายหน้างานขอบเขตรับผิดชอบ รวมถึงวิธีทำคลอดหรือช่วยเหลือผู้ป่วยบนถนนในช่วงเวลาเร่งด่วนมาโดยตลอดจนเกิดความเชี่ยวชาญ กระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุจริงเราต้องวิ่งไปพร้อมพี่มานะ เราก็ช่วยกันทำคลอด ผมเป็นมือสองช่วยส่งอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งพี่มานะมีสมาธิอย่างมากขณะทำคลอดจนเด็กลืมตาดูโลกได้ เราภูมิใจอย่างมากที่ทำสำเร็จ
ทุกวันนี้หากมีเหตุเด็กใกล้คลอดแต่การจราจรติดขัดและพี่มานะไม่อยู่ หรือติดภารกิจอื่น ผมจะรีบไปช่วยเหลือเองทันที ให้การทำคลอด ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำได้เพราะการสอนจากพี่มานะ เสมือนว่าตอนนี้ผมเป็น ‘มือสอง’ ในการทำคลอดภาคสนาม แต่ต้องมีคนช่วยส่งอุปกรณ์ให้ อย่างดาบมานะเขาสามารถทำคนเดียวได้เองทันที ไม่จำเป็นต้องมีคนไปช่วยในยามฉุกเฉิน
เรื่องความมีจิตอาสาของดาบมานะสูงมากเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่างานอะไรจะอาสาทำหมดจนไม่มีเวลาพักผ่อน เวลามีเหตุจะออกมาตรวจดูทันที ซึ่งผมก็จะทำหน้าที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ไปด้วยทุกครั้ง การทำงานแบบนี้เกิดขึ้นมาโดยตลอดจนเกิดความคุ้นชินสนิทสนมกัน และด้วยลักษณะนิสัยคล้ายผม ซึ่งเป็นคนสบายๆ ทำงานถึงไหนถึงกัน มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ความสัมพันธ์เรากระชับแน่นแฟ้นมากขึ้น การทำงานเป็นทีมจะทำให้งานลุล่วงเป้าหมายด้วยดี แม้ตำแหน่งหน้าที่ผมจะสูงกว่า แต่จะเรียกดาบมานะว่า ‘พี่มานะ’ เสมอ เพราะผมเคารพในความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน
นับว่าตลอดช่วงเวลาที่เราคบหากันมานี้ หากมีข้อข้องใจสงสัยสิ่งใดสามารถพูดคุยกันตรงๆ ได้ ไม่มีการแบ่งแยกลำดับชั้นยศ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นห่วงพี่มานะคือเรื่องส่วนตัว และสุขภาพที่ทุ่มเททำงานจนไม่ได้พักผ่อน แม้ยามเลิกงานหรือออกเวร ดาบมานะก็ยังคงสแตนด์บายรอหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ยอมรับว่านายตำรวจทุกคนรักดาบมานะกันหมด เราได้เห็นนิสัยการทำงานของดาบมานะแล้ว เรายังเก็บมาใช้ได้จริงๆ
มือรู้ใจที่มากกว่าผู้บังคับบัญชา
ด.ต.มานะ “ยอมรับว่าในสมัยก่อนมีเพื่อนคู่หูที่ทำงานร่วมกันหลายคน แต่พอมาหลังๆ แยกย้ายกันไปหมด แต่ช่วงนี้กลับมาสนิทสนมกับ ร.ต.ท.ปรีดี ที่เป็นผู้บังคับบัญชาที่เป็นหนุ่มไฟแรงในการทำงานอย่างขยันขันแข็ง มีความกระตือรือร้นช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะคนเจ็บป่วย กวดขันจราจร เจอคนป่วยจะกระวีกระวาดเข้าไปช่วยเหลือ แม้แต่คนจะคลอดบุตรก็จะเข้าไปช่วยเหลือทันที มีจิตใจที่พร้อมช่วยเหลืออย่างไม่ลังเล มีความเอื้ออารี ซึ่งเป็นนายตำรวจที่มุ่งมั่น ไม่เกี่ยงการทำงาน ทั้งยังชำนาญเรื่องงานเอกสาร สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ เป็นคนเพียรทำงานแอ็กทีฟตัวเองสูงอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นงานบริการที่ไม่ได้มีผลตอบแทนอะไรคืนกลับมา กระทั่งผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆ ยังเอ่ยปากชื่นชม ยกย่องด้วยความจริงใจ
จุดเริ่มต้นที่เราสนิทกันเมื่อครั้ง ร.ต.ท.ปรีดี ได้สอบย้ายมาจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ตชด. ก่อนจะเข้ามาประจำที่กองกำกับการ 6 บก.จร. ซึ่งครั้งแรกที่เห็นจนรู้สึกประทับใจในตัว ร.ต.ท.ปรีดี เพราะได้เห็นแกเข้าไปช่วยเหลือคนข้ามถนน คนเจ็บป่วย เฝ้าสังเกตการณ์พฤติกรรมท่านอยู่นาน ก็เห็นว่าเป็นคนทำงานมาโดยตลอด จนเกิดความรู้สึกว่า ร.ต.ท.ปรีดี นั้นทำงานอย่างจริงใจทุ่มเท เหมือนเคมีในร่างกายตรงกับตน
ลักษณะนิสัยแบบนี้จึงทำให้ร่วมงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอัธยาศัยของท่านเป็นกันเองกับลูกน้อง ยิ้มแย้มแจ่มใส จนลูกน้องประทับใจ ถือเป็นความโชคดีของตำรวจโครงการพระราชดำริ ที่เข้ามาเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรตำรวจให้ดูดีขึ้น แม้ท่านจะเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร แต่ยังลงมาคลุกคลีทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ช่วยเหลือประชาชนอย่าง ‘ถึงลูกถึงคน’
จากวันนั้นจนถึงวันนี้เพียงแค่มองหน้า หรือพยักหน้าใส่กันก็รู้แล้วว่าหน้างานเราต้องทำอะไรบ้าง อย่างเช่น ‘มีเหตุคนคลอดลูก ซึ่งอยู่ไกล เราก็จะถามว่าไปไหม อ่ะไป ลุยกัน’ หลายต่อหลายครั้งมักไปทำงานคู่กันตลอดเวลา จนไม่เหมือนนายกับลูกน้อง กินเที่ยวสังสรรค์กันแบบคู่หู ปรึกษาในทุกเรื่องทั้งส่วนตัวและการทำงาน จนมันมากกว่าคำว่า “ผู้บังคับบัญชา” แต่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่เราก็จะเคารพกันตามกฎระเบียบทุกอย่าง พอหลังงานคือพี่น้องกัน







