posttoday
ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม ดูแลตัวเองแบบองค์รวม

ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม ดูแลตัวเองแบบองค์รวม

03 มิถุนายน 2557

สาวสวยตรงหน้า ไม่ใช่เพียงเป็นเจ้าของเดสติเนชั่นสปาสุดหรูระดับ 5 ดาว “อมาธารา”

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา &<2288;

สาวสวยตรงหน้า ไม่ใช่เพียงเป็นเจ้าของเดสติเนชั่นสปาสุดหรูระดับ 5 ดาว “อมาธารา” ที่นำเสนอบริการสำหรับนักท่องเที่ยวผู้รักสุขภาพ ด้วยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic) แต่เธอยังสวมหมวกอีกใบ ด้วยการเป็นหัวหน้าภาควิชากลยุทธ์และนวัตกรรม วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และยังเป็นประธานหลักสูตรการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล อีกด้วย

การพบกันวันนี้ ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม หรือ ทราย ปรากฏตัวในฐานะผู้บริหารสปาผู้มุ่งมั่นจะปลุกปั้นให้ “อมาธารา” เป็นสวรรค์สำหรับคนรักสุขภาพ ที่อยากดูแลสุขภาพแบบครบวรจรทุกวัน ไม่มีวันหยุด ดังนั้น สปาแห่งนี้ จึงไม่ได้ดูแลแค่การผ่อนคลายจากการเมื่อยล้า แต่ยังมีบริการจัดเตรียมอาหารสุขภาพและมีนักกายภาพบำบัดแนะนำพฤติกรรมการยืนนั่งที่ถูกต้องให้ด้วย

“ทรายคิดว่า การทำสปาเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าอย่างเดียวไม่พอ เราต้องมองหาต้นตอของปัญหา ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ เราจะถามก่อนเลยว่า คุณมาเพื่ออะไร ลดน้ำหนัก ผ่อนคลาย คลายเครียด หรือดีทอกซ์ เราจะได้จัดบริหารให้ถูก เพราะเรามีทั้งนักกายภาพบำบัดคอยให้คำแนะนำเรื่องการยืนนั่งให้ถูกวิธี มีเชฟโรงแรมเตรียมอาหารสุขภาพ เพื่อให้มั่นใจเรื่องรสชาติ มีฟิตเนสสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก และในอนาคตอาจนำเรื่องการนั่งสมาธิเข้ามาอีก ทั้งหมดนี้เพื่อให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ”

ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นก่อนจะเบนเข็มจากสายวิชาการมาทำธุรกิจ ทรายเล่าว่า ถึงจะร่ำเรียนมาทางสายวิทยาศาสตร์ ทำงานในโรงน้ำมัน บริษัทสี มาตลอด แต่ตอนเรียนปริญญาเอก เริ่มสนใจด้านสุขภาพ เพราะต้องประสานงานกับโรงพยาบาลต่างๆ บ่อย ประกอบกับได้มารู้จักกับหุ้นส่วน ซึ่งคุณพ่อเป็นเจ้าของโรงแรมรีเจนท์ ภูเก็ต เคปพันวา อยู่แล้ว เลยคุยกันว่าอยากจะทำสปาที่เป็นเดสติเนชั่นแห่งใหม่ในภูเก็ต โดยชูจุดเด่นเรื่องสุขภาพ เพราะกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของนักท่องเที่ยว

ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม ดูแลตัวเองแบบองค์รวม

 

“ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาไทย เดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาล เพราะหมอไทยค่อนข้างเก่ง ค่ารักษาถูกกว่าหลายประเทศ ดังนั้น การชูจุดขายเรื่อง “Health Tourism” เป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ จะเห็นว่านักท่องเที่ยวยุคนี้มีความต้องการแฝง (Hidden Demand) ว่าอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพไปด้วย พูดง่ายๆ คือ ถึงไปเที่ยวก็ยังต้องรักตัวเอง ดูแลตัวเองไปด้วย อมาธารา จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ตรงนี้ ซึ่งทรายมองว่าภูเก็ตยังขาดอยู่”

ถามว่า คนไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หรือเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพขนาดไหน ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังหลักสูตรการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม บอกว่า ตื่นตัวขนาดไหนคงวัดไม่ได้ แต่คนไทยเริ่มตระหนักรู้แล้ว นั่นถือเป็นสัญญาณที่ดี ยกตัวอย่างโครงการต่างๆ ที่เข้ามาดูแลสุขภาพของเด็กไทยมีมากขึ้น อาทิ ตรวจสภาพฟันของเด็ก รณรงค์กินอย่างไรไม่อ้วน ตลอดจน เรียลิตี้โชว์อย่าง “Dance Your Fat Off” ที่กระตุ้นให้สังคมหันมาดูแลสุขภาพโดยเริ่มจากตัวเอง เพราะถ้าตัวเรายังไม่ดูแลตัวเอง จะไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร

ทรายยอมรับว่า ถึงจะอยู่ในแวดวงนี้ แต่เธอเองก็ยังไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีนักในเรื่องการสร้างสมดุลในตัวเอง เพราะยังทำงานเยอะ ยังไม่ได้ดูแลตัวเองแบบ 100% แต่ก็พยายาม มีเวลาว่างก็จะออกกำลังกาย ดูแลเรื่องอาหารกิน แต่หนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องดื่มน้ำมะนาวทุกวัน และก่อนนอนต้องกินผลไม้

“ด้วยความรับผิดชอบของเราที่มีหลายอย่างมากขึ้น แน่นอนเวลาว่างก็ไม่ค่อยมี แต่ทรายมักจะจัดลำดับความสำคัญของงาน อันไหนสำคัญมากต้องทำก่อน หรืออันไหนสำคัญแต่รอได้ ก็ค่อยๆ จัดการไป ถ้ามีเวลาว่าง ทรายชอบไปโยคะ เพราะได้ยืดเส้นยืดสายเรียกเหงื่อ ที่สำคัญเวลาฝึก เราสัมผัสได้ถึงความสงบ ได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ไม่ต้องคิดอะไร แค่กำหนดลมหายใจ ส่วนสปา ก็ไปบ้างถ้ามีโอกาส เพราะการเข้าสปาก็ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง”

ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม ดูแลตัวเองแบบองค์รวม

 

แน่นอนว่า แม้วันนี้หมวกสองใบที่เธอสวมอยู่ จะทำให้ต้องแบกความรับผิดชอบที่มากขึ้น แต่ทรายยืนยันว่า พร้อมจะรับ เพราะงานอาจารย์เป็นงานที่เธอรัก สามารถทำประโยชน์ให้กับลูกศิษย์และสังคม ซึ่งเธอเองยังสนุกกับงานตรงนี้ ส่วนการทำธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหม่ของชีวิต ที่เธออยากจะผจญภัย เพราะเธอเชื่อว่าธุรกิจของเธอมีอนาคตที่สดใส และตั้งใจว่าอีก 5 ปีข้างหน้า สปาแห่งนี้จะเป็น 1 ใน 5 สปา ที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวในภูเก็ต

สุดท้าย ทรายทิ้งท้ายถึงหลักการดำเนินชีวิตและทำงานของเธออย่างน่าสนใจว่า เธอเลือกที่จะทำทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่าทุกงาน ทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะร้ายหรือดี คือ ประสบการณ์สำคัญของชีวิต ถ้าอันนี้ดี ก็ชื่นชมและมีความสุขกับมัน แต่ถ้าไม่ดีก็เหมือนสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไป

“ไม่มีใครรู้ว่าอนาคต เราจะต้องเจอกับอะไร ถ้าเรารับมือกับความลำบากหรืออุปสรรคที่เจอในวันนี้ได้ เชื่อว่าในอนาคตเมื่อต้องเจอกับปัญหาเราก็จะผ่านไปได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตคนเรา จะดีหรือร้ายอยู่ที่มุมมอง และวิถีคิดของตัวเอง”

จากนักเคมีสู่ผู้บริหารสปา

ทรายย้อนวันวานถึงสมัยเด็กว่า ตอนเด็กๆ เธออยากเป็นหมอ แต่ที่บ้านไม่ค่อยสนับสนุน เพราะเห็นว่าอาชีพหมอต้องใช้ชีวิตหนักมาก ด้วยความเป็นเด็กก็เริ่มลังเล แต่ก็ยังเอาดีทางสายวิทย์ โดยเอนทรานซ์เข้าคณะวิทยาศาสตร์ เพราะที่บ้านพี่น้องก็มาทางสายนี้หมด ประกอบกับที่บ้านทำธุรกิจสีทาบ้าน ถ้าจะต่อยอดธุรกิจก็ต้องเรียนด้านนี้

ระหว่างเรียน ทรายได้รับโอกาสดีๆ ด้วยการลัดฟ้าไปฝึกงานกับบริษัทด้านวิศวกรรมที่สหรัฐ ในฐานะนักเคมี และเธอได้เรียนต่อปริญญาโทและเอก ด้านวิศวะอุตสาหกรรมที่สหรัฐ

ทรายบอกว่า ถึงจะเรียนมาสายวิทย์ แต่พอต้องมาทำงานด้านบริหารก็ไม่มีปัญหา เพราะการเรียนสายวิทย์มาช่วยวางระบบการคิดที่เป็นระบบให้เธอ มองทุกอย่างด้วยเหตุและผล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท