
ดูจริยธรรม ให้ดูที่ลูกน้อง ดูต้นแบบ ให้ดูที่นาย
เราคงต้องยอมรับว่าทุกประเทศทั่วโลกในเวลานี้ประสบปัญหาความไม่สงบ ความขัดแย้งทางความคิดซึ่งนำไปสู่ความแตกแยกของประชาชนออกเป็นกลุ่มต่างๆ
โดย...รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/ภาพ เอเอฟพี
เราคงต้องยอมรับว่าทุกประเทศทั่วโลกในเวลานี้ประสบปัญหาความไม่สงบ ความขัดแย้งทางความคิดซึ่งนำไปสู่ความแตกแยกของประชาชนออกเป็นกลุ่มต่างๆ ซึ่งเมื่อประชาชนแตกแยกกันก็ส่งผลร้ายแรงต่อการทำมาหากิน องค์กรธุรกิจก็แตกแยก งานไม่เดิน ผลิตภาพมวลรวมขององค์กรและของประเทศก็ลดลงฮวบฮาบ ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่ทำให้เกิดความแตกแยกก็คือการที่ประชาชนไม่วางใจในตัวผู้นำผู้บริหารประเทศในระดับต่างๆ สำหรับประเทศไทยของเราก็ตกอยู่ในสภาพนี้เช่นเดียวกัน ประชาชนแตกแยก นักการเมืองแตกแยก ต่างกลุ่มต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ ลุแก่อำนาจ ฉ้อฉล ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาสร้างประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง หรือบางทีกฎหมายไม่มีช่องโหว่ ก็เลยแก้กฎหมายหรือตีความกฎหมายโดยใช้วาทะคารมเพื่อปกป้องตนเองและพรรคพวก จนประชาชนตาดำๆ อย่างพวกเราสับสนไปหมดแล้วว่าอะไรคือความถูกต้อง อะไรผิด อะไรถูก มันมีด้วยหรือที่คนเราสามารถพูดได้ว่าทำผิดโดยมีเจตนาดี ดังนั้น ถ้าเจตนาดีแต่วิธีการดำเนินการผิด การกระทำนั้นก็ไม่ผิด
โอ้น่าสงสารเด็กสมัยนี้ที่เกิดมาในยุคซึ่งผู้ใหญ่ใช้คารมแทนที่คุณธรรมเป็นกรอบตัดสินผิดชอบชั่วดี เด็กสมัยนี้เกิดในโลกสีเทา เพราะความผิดความถูกมันไม่ได้ถูกตัดสินอย่างฟันธงจะแจ้งว่านี่ผิด นั่นถูก มันมีแต่ผิดน้อยและผิดมาก กับถูกน้อยและถูกมาก และถ้าผิดน้อยก็จะได้รับการตัดสินว่าไม่ผิด หรือผิดไม่เท่าไหร่... พอรับกันได้ เหมือนกับการสำรวจความเห็นของประชาชนชาวไทยที่มีผลต่อพฤติกรรมการโกงของนักการเมืองและข้าราชการที่จัดทำโดยสถาบันแห่งหนึ่งว่า คนไทยยอมรับได้ถ้านักการเมืองหรือข้าราชการจะโกงบ้าง หากเขายังทำประโยชน์ให้ประชาชนบ้าง นี่มันอะไรกันคะ? ใช้หลักจริยธรรมหรือหลักศีลธรรมของชาติใดมาเป็นกรอบการตัดสินกัน เรากำลังสอนให้เยาวชนของเราเชื่อว่าทำผิดบ้าง โกงบ้างก็ไม่เป็นไร ตราบเท่าที่เราแบ่งของที่เราโกงมาให้ชาวบ้านได้กินได้ใช้ประโยชน์บ้างอย่างนั้นหรือ?
และในขณะที่สังคมทุกประเทศรวมทั้งไทยเรา ออกมารณรงค์เรื่องการปลูกฝังให้พนักงานในองค์กรธุรกิจและนักเรียนนักศึกษามีจริยธรรมในการดำเนินชีวิตส่วนตัวและมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ปรากฏว่ามันเป็นพฤติกรรมทำนอง “ปากว่าตาขยิบ” และ “มือถือสาก ปากถือศีล” เสียมาก นั่นก็คือ องค์กรทั้งหลายต่างประชาสัมพันธ์ มีคำขวัญ มีปณิธาน และค่านิยมที่เขียนไว้ติดตามผนังตึก มีปรากฏอยู่ในโฆษณาตามหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ แต่ถ้าเราโผล่เข้าไปในองค์กรนั้นๆ เพื่อสังเกตการณ์ว่าพนักงานและผู้บริหารประพฤติปฏิบัติตนอย่างที่เขียนไว้ในนโยบายหรือไม่ อาจกล่าวได้เลยว่าไม่เกินครึ่งที่ประพฤติตามที่พูดเอาไว้ โดยเฉพาะผู้บริหารตำแหน่งสูงๆ นั่นแหละค่ะ ที่ชอบแหกกฎทำผิดวินัยและจริยธรรมมากกว่าพนักงานในตำแหน่งที่ต่ำกว่า
Patricia J. Harned ประธานศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมชื่อ Ethics Resource Center กล่าวว่าผู้จัดการทั้งหลายและบรรดาผู้นำระดับสูง คือผู้ที่มีบทบาทหลักในการกำหนดว่าพนักงานจะปฏิบัติตามค่านิยมขององค์กรในเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่ เพราะถ้าหัวหน้าและผู้นำไม่ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องจริยธรรม ไม่กำกับดูแลให้กฎระเบียบได้รับการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดยุติธรรม พนักงานจะหมดความเชื่อถือในตัวผู้นำ และที่ตามมาคือไม่เคารพในกฏระเบียบ Harned ยังเปิดเผยตัวเลขเพื่อยืนยันเรื่องบทบาทของหัวหน้าและผู้นำที่มีต่อจริยธรรมของพนักงานด้วยว่า จากการสำรวจเรื่องพฤติกรรมที่ผิดจริยธรรมทั้งหลายในองค์กรต่างๆ ของสหรัฐ พบว่าบรรดาผู้จัดการและผู้นำมีส่วนรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นถึง 60% และในบรรดาพนักงานที่รายงานว่ามีเรื่องผิดจริยธรรมเกิดขึ้นในองค์กร มากกว่า 1 ใน 5 บอกว่าหลังจากที่รายงานแล้วพวกเขาถูกแก้แค้น ซึ่งตัวเลขของผู้ที่ถูกแก้แค้นเพราะรายงานความผิดของผู้อื่นในปี 2013 มีจำนวนสูงขึ้นกว่าปี 2007 ถึง 12% ตัวเลขนี้แสดงว่าคนที่ทำผิดจริยธรรมมีอำนาจคุกคามคนดีมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้พนักงานโดยทั่วไปไม่กล้ารายงานพฤติกรรมผิดจริยธรรม
Rebecca BarnesHoggs ผู้บริหารของบริษัทที่ปรึกษา YOLO Insights ในมลรัฐเซาท์ แคโรไลนา กล่าวว่า ได้พบพฤติกรรมของผู้จัดการระดับกลางในบริษัทแห่งหนึ่งที่ใช้เวลางานทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งผู้จัดการคนนั้นกล่าวว่าไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลยตราบเท่าที่เขาสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรได้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่พอผู้จัดการคนนี้สั่งให้ลูกน้องทำตามวินัย ลูกน้องจึงไปบ่นกับ HR ว่า ทีผู้จัดการทำผิดจริยธรรมที่เอาเวลางานไปทำงานส่วนตัวได้ แต่พอเป็นลูกน้องห้ามทำผิดวินัย แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย HR เจอแบบนี้ก็พูดไม่ออกสิคะ เพราะผู้ใหญ่ทำผิดจริยธรรมแล้วจะมาเข้มงวดให้พนักงานทำตามระเบียบได้อย่างไร ส่วนในอีกบริษัทหนึ่งผู้บริหารระดับสูงดูภาพลามกในคอมพิวเตอร์ ณ ที่ทำงาน แม้ว่าผู้บริหารคนนี้จะมีความสามารถและผลงานดี แต่ CEO ของบริษัทแน่วแน่ในเรื่องของการรักษาจริยธรรม ผู้บริหารคนนั้นจึงถูกไล่ออกจากบริษัท ส่วนพนักงานก็ได้เห็นตัวอย่างของการรักษาจริยธรรมอย่างจริงจังที่พวกเขาต้องจดจำ...และปฏิบัติตามนโยบายอย่างจริงจังเช่นกัน
จริยธรรม (Ethics) ไม่ใช่ศีลธรรม (Moral) แต่ศีลธรรมเป็นส่วนหนึ่งของจริยธรรม เป็นหลักอ้างอิงที่คนเราใช้ในการตัดสินว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก สิ่งไหนเป็นความดี สิ่งไหนเป็นความชั่ว ค่านิยม วัฒนธรรม ความเชื่อและกฎหมายล้วนเป็นปัจจัยที่ร่วมเป็นองค์ประกอบของสิ่งที่เราเรียกว่าจริยธรรมหรือหลักการปฏิบัติที่อยู่บนพื้นฐานของความดีงามถูกต้อง การที่องค์กรต้องการให้พนักงานประพฤติตัวและทำงานอย่างมีจริยธรรมเป็นงานในหน้าที่หนึ่งของชาว HR ที่จะต้องช่วยหัวหน้างานในการกำกับดูแลให้พนักงานมีจริยธรรมให้ได้ สิ่งที่ HR ต้องจัดทำหลายๆ อย่างเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่จะกำกับดูแลพฤติกรรมของพนักงานให้มีจริยธรรม ดังต่อไปนี้คือ
? ร่วมสร้างมาตรฐานจริยธรรมขององค์กรร่วมกับผู้บริหารขึ้นอย่างเป็นทางการ
? สื่อสารผ่านทุกช่องทางให้พนักงานรับทราบนโยบาย (ซึ่งต้องทำบ่อยๆ ซ้ำซาก ก็ต้องทำ)
? จัดฝึกอบรมมาตรฐานจริยธรรม ทั้งเรื่องหลักการ แนวทางปฏิบัติ พร้อมยกตัวอย่างในชีวิตจริงมากๆ เพื่อสาธิตให้พนักงานซึมทราบเข้าใจลึกซึ้งว่าพฤติกรรมแบบใดที่ถือว่าผิดจริยธรรม อย่าอบรมแบบเร่งรัดคลุมเครือ มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาข้อกังขาและโต้แย้งแบบข้างๆ คูๆ ได้ในภายหลัง
? จัดสร้างแหล่งข้อมูลและคณะกรรมการหรือบุคคลที่พนักงานสามารถขอคำปรึกษาได้เมื่อมีความข้องใจเรื่องจริยธรรมได้เสมอ
? มีกระบวนการที่จะคอยตรวจตราและรายงานพฤติกรรมผิดจริยธรรมในองค์กรที่มีหลักฐานแน่นหนาทั้งอย่างเปิดเผยหรืออย่างเป็นความลับ
? มีการประเมินผลงานพนักงานที่วัดผลเรื่องจริยธรรมอย่างเป็นรูปธรรม
? มีการจัดการสอบสวนและลงโทษผู้ฝ่าฝืนหลักจริยธรรมอย่างโปร่งใสยุติธรรม
ทั้งนี้ หลักการดังกล่าวเบื้องต้นเป็นหลักการที่ผู้เขียนดัดแปลงจากข้อมูลของศูนย์ Ethics Resource Center เพื่อเป็นแนวทางให้องค์กรซึ่งมีความจริงใจแน่วแน่ที่จะสร้างจริยธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างจริงจังได้นำไปปฏิบัติดู จริยธรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มที่ผู้นำเพราะกฎทั้งหลายก็เป็นเพียงตัวหนังสือ ถ้าผู้นำไม่มีจริยธรรม ก็เหมือนแม่ปูพยายามสอนลูกปูให้เดินให้ตรงยังไงยังงั้นเลยค่ะ







