
@work
โดย...วรธาร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...วรธาร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
เทคนิคสร้างโฮมสเตย์โดยชุมชน
ประเทศไทยไม่เป็นรองประเทศใดในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่มีอยู่ทั่วทั้งภูมิภาคของประเทศที่รองรับการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ได้สบายๆ เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเพณี ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต้น เพียงแต่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักวิธีการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ตนเองมีอยู่ รวมถึงมองข้ามสิ่งดีๆ ที่ตนเองมี และไม่พยายามรักษาสิ่งดีๆ ที่มีนั้นไว้
ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ปัญหาคือคนไทยอาจจะไม่พร้อมเรื่องการประชาสัมพันธ์และการตลาด และไม่มีพื้นฐานในการทำธุรกิจ จึงไม่ค่อยรู้จักวิธีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในสิ่งที่ตนมี บางครั้งก็มองข้ามและไม่รักษาสิ่งดีๆ ไว้ เช่น แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี อาชีพ ที่สามารถสร้างรายได้ให้ตนเองและชุมชนได้ รวมถึงคนไทยเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จแล้วก็มักจะทำตามไม่ค่อยสร้างไอเดียของตนขึ้นมาเอง
“คนไทยเราไม่ค่อยมีพื้นฐานความรู้และวิธีคิดในเรื่องการทำธุรกิจ ซึ่งพอเห็นคนอื่นดีประสบความสำเร็จก็จะทำตามบ้าง ลักษณะการลงทุนก็จะเป็นแบบเอาเงินไปต่อเงิน แต่ไม่ได้คิดหาเทคนิคของการหาเงิน เหตุนี้เองกรมการท่องเที่ยวโดยสำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จึงฝึกอบรมให้ผู้นำชุมชนได้รู้จักวิธีคิดที่จะนำไปพัฒนาชุมชนของตน โดยอาศัยของดีที่มีอยู่ในชุมชนที่เคยมองข้ามมาสร้างอาชีพและรายได้ให้คนในชุมชน”
พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมการท่องเที่ยวได้จุดประกายวิธีคิดการทำโฮมสเตย์ชุมชน โดยที่คนในชุมชนหรือชาวบ้านทั่วไปสามารถทำได้ โดยต้องอาศัยวิธีคิดและทัศนคติที่เป็นบวกของคนในชุมชนจึงจะสำเร็จ
“สมมติหมู่บ้านหนึ่งมี 7 หลัง 2 หลังมีคนอยู่เต็ม อีก 5 หลังอยู่ไม่เต็ม มีห้องว่างก็เอามาจับกลุ่มทำโฮมสเตย์ บ้านนี้เหลือ 1 ห้อง บ้านนี้ 2 ห้อง บ้านนี้ 3 ห้อง 4 ห้อง รวมกันก็จะมีประมาณ 10 กว่าห้อง ถ้าคูณห้องละ 2 คน สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 20 กว่าคน เจ้าของบ้านบางคนมีฝีมือด้านไหนก็ทำด้านนั้น เช่น ถ้านวดเป็นก็นวด คนที่ไม่มีอาชีพก็ไปฝึกหัดทำอย่างอื่น เช่น ปูที่นอน ทำความสะอาดก็ได้ อีกบ้านทำอาหารเก่งก็ทำเป็นห้องครัวของทั้ง 5 บ้าน หรือถึงเวลาประกอบอาชีพ เช่น ทำนา ทำสวน ประมง ก็พานักท่องเที่ยวเข้าไปใช้ชีวิตเรียนรู้เหมือนไปเรียนรู้เชิงนิเวศ
ส่วนบ้านหลังใดมีคนแก่ก็ให้คนแก่นั้น ซึ่งโดยมากเป็นผู้ทรงความรู้ บางคนมีฝีมือด้านต่างๆ เช่น จักสาน บางคนมีเรื่องเล่าดีๆ ทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี หรือการใช้ชีวิต ก็ให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ หรือเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตให้นักท่องเที่ยวฟัง ถ้านักท่องเที่ยวต่างชาติอาจมีล่ามแปล ก็จะทำให้เขารู้สึกว่ามาแล้วได้ความรู้และได้ศึกษาวิถีชีวิตของคนชุมชน”
อธิบดีกรมการท่องเที่ยว อธิบายต่อว่า นี่คือโฮมสเตย์โดยชุมชน ซึ่งเอาสิ่งที่เหลืออยู่หรือต้นทุนดีๆ ที่มีอยู่ในชุมชนมาสร้างเป็นสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานที่ดีขึ้นในชุมชน เป็นลักษณะของการพึ่งพาอาศัยอย่างเป็นระบบตามหลักปรัชญาการอยู่แบบเชิงนิเวศ อยู่อย่างอนุรักษ์ พอเพียง และอยู่อย่างได้ประโยชน์ทางวัฒนธรรมของคนในชุมชน
ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องยากหากชาวบ้านหรือชุมชนจะนำวิธีคิดดีๆ นี้ไปใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมาดูว่าชุมชนของตนมีดีอะไรบ้าง หรือมีอะไรเป็นจุดขาย ถ้าคิดว่ามีวิธีคิดแบบนี้สามารถทำได้ โดยที่ทุกคนต้องพร้อมใจและมีทัศนคติบวกจึงสำเร็จ
ฝึกซ้อมล้มเหลวเพื่อความสำเร็จ
คนทำงานส่วนใหญ่มีความหวังและความฝันที่จะมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้น มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีสังคมที่ดี ทุกคนมักจะเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรับแต่ความสำเร็จ มีบางคนที่ได้เผื่อใจไว้รับกับความล้มเหลว แต่น้อยคนนักที่ได้ฝึกซ้อมรับกับความล้มเหลวอย่างจริงจัง
ณรงค์วิทย์ แสนทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล แวลูว์ ให้เหตุผลการฝึกซ้อมรับล้มเหลวไว้ 2 อย่าง ประการแรก เพื่อทำใจในกรณีที่ล้มเหลวจริง การซ้อมล้มเหลวจะช่วยให้มีโอกาสปรับตัวและทำใจในกรณีที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ขอให้ลองย้อนกลับไปดูการฝึกซ้อมดับเพลิงขององค์กรต่างๆ ทำไมต้องซ้อมทุกปี เพราะจะช่วยให้เราคุ้นเคยกับเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น ลดความตื่นตระหนกตกใจ เช่นเดียวกันกับการซ้อมล้มเหลวในเป้าหมายของชีวิตในเรื่องต่างๆ ถ้าเราซ้อมบ่อยๆ จะทำให้เราเริ่มปรับตัวปรับใจได้มากขึ้น ได้เร็วขึ้นกรณีที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ล้มเหลวนั้นจริงๆ
“ถ้าเราขับรถไปบนถนนแล้วลองซ้อมหยุดรถเหมือนกับรถเสียบ่อยๆ เราจะมีโอกาสได้คุ้นเคยกับที่รถเสียกลางทาง ในกรณีที่รถเราเสียจริงเราจะได้มีสติมากขึ้นกว่าคนทั่วๆ ไป เพราะอะไรก็ตามที่เราทำบ่อยๆ จะเกิดความเคยชิน อะไรก็ตามที่เป็นความเคยชินจะไม่รู้สึกตกใจ เพราะไม่ใช่เรื่องแปลก”
ณรงค์วิทย์ กล่าวต่อว่า ประการที่ 2 เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ ซึ่งการซ้อมล้มเหลวนอกจากจะช่วยให้ทำใจหรือเตรียมใจรับกับสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาแล้ว ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือช่วยให้เราค้นหาจุดอ่อนที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ เพราะในความเป็นจริงแล้วปัจจัยที่ก่อให้เกิดความล้มเหลวนั้นก็เป็นปัจจัยเดียวกันกับสิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ
“ถ้าเราซ้อมรถเสียกลางถนน เราจะพบว่ารถเราไม่มีเครื่องมืออะไรเลย เราไม่รู้ว่าเราจะโทรไปขอความช่วยเหลือที่ใคร เบอร์โทรอะไร ถ้าเป็นเช่นนี้ผมเชื่อมั่นว่าพรุ่งนี้เราจะตรวจสภาพรถก่อนออกจากบ้าน ไปซื้อหาเครื่องมืออุปกรณ์มาเก็บไว้ในรถ หรือไม่ก็เริ่มจดบันทึกเบอร์ของหน่วยงานที่สามารถช่วยเหลือเราได้ในยามฉุกเฉิน”
กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล แวลูว์ กล่าวว่า การซ้อมล้มเหลวเพื่อความสำเร็จนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในชีวิตลงได้มาก ถ้าซ้อมแล้วไม่เกิดอะไรก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้ามีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น อย่างน้อยก็ได้มีโอกาสฝึกซ้อมทำใจ ฝึกซ้อมดำเนินการไว้ล่วงหน้า ยิ่งซ้อมมาก ยิ่งทำให้มั่นใจและกล้าเผชิญความล้มเหลวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
“ความล้มเหลวถือเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ และมีคนจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จผ่านการล้มเหลวในชีวิตมาก่อน แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสำเร็จ คิดว่าไม่จำเป็นต้องล้มเหลวจริง ขอเพียงแต่เราเคยซ้อมล้มเหลวมาก่อนก็น่าจะเพียงพอสำหรับการก้าวขึ้นไปสู่แท่นแห่งความสำเร็จได้เหมือนกัน"







