posttoday
เอกรินทร์ อินต๊ะสุข จงเดินหาโอกาส

เอกรินทร์ อินต๊ะสุข จงเดินหาโอกาส

01 มิถุนายน 2557

ถ้าช่วงนี้ใครเดินผ่านสกายวอล์กตั้งแต่เซ็นทรัลเวิลด์เรื่อยไปจนถึงอาคารอัมรินทร์ พลาซ่า

โดย...กองทรัพย์

ถ้าช่วงนี้ใครเดินผ่านสกายวอล์กตั้งแต่เซ็นทรัลเวิลด์เรื่อยไปจนถึงอาคารอัมรินทร์ พลาซ่า จะตื่นตาตื่นใจกับงานลิฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ที่นำศิลปะแบบ 3 มิติและ 4 มิติ รวมทั้งงานศิลปะแนวใหม่ที่เรียกว่าเทปอาร์ต จากศิลปินระดับโลกมาจัดแสดงอยู่ตลอดทางเดิน ซึ่งสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว และในงานนี้เราพบกับศิลปินเพนต์ติ้ง 3D ชาวไทยหนึ่งเดียวในงาน เขาเป็นหนุ่มวัย 26 ที่ออกปากว่า “จุดเปลี่ยนเกิดจากความบังเอิญ แต่ผมไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดไป”

เอกรินทร์ อินต๊ะสุข หรือ เช ชวาลา เกิดและโตที่เชียงใหม่ สนใจด้านศิลปะตั้งแต่เด็ก เดินสายประกวดจนได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้ว เขาเลือกเรียนคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

เอกรินทร์ อินต๊ะสุข จงเดินหาโอกาส

 

“ผมจำได้เลยว่ารูปแรกที่วาดคือภาพสิงโตถูกนายพรานยิง เป็นภาพที่ภูมิใจมากๆ จากนั้นก็เดินสายประกวดวาดภาพเหมือนเด็กทั่วๆ ไป ได้รางวัลบ้างไม่ได้บ้าง ตอน ป.6 ได้รางวัลการประกวดภาพวาดด้านสิ่งแวดล้อม ไปรับรางวัลที่ญี่ปุ่น ถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ที่สุด และเรียนมาเรื่อยๆ ขึ้น ม.ปลาย ก็เลือกเรียนวิทย์คณิตฯ เพราะทางบ้านอยากให้เรียน แต่ผมก็ยังไม่ทิ้งงานศิลปะและงานประกวดต่างๆ พอจบ ม.ปลาย ก็ตัดสินใจสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรม”

ในรั้วมหาวิทยาลัย เช ฝึกฝนและศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับศิลปะโดยตลอด จนกระทั่งเรียนจบจึงมีโอกาสเรียนรู้เทคนิคการวาดภาพ 3 มิติ จากการฝึกอบรมของกิจกรรม Chiangmai fest & Art on the street 2012 กับศิลปินวาดภาพ 3 มิติ ระดับโลก ฮวนเดรส เวรา (Juandr้s Vera) ชาวเม็กซิโก ในครั้งนั้น เช มีโอกาสร่วมสร้างสรรค์ผลงานวาดรูป 3 มิติของตนเอง

เอกรินทร์ อินต๊ะสุข จงเดินหาโอกาส

 

จากการแสดงผลงานครั้งนั้น เขาจึงถูกชักชวนให้ร่วมแสดงผลงานในงานลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล (Living Arts Festival 2013 @Ratchaprasong) ซึ่งผลงานของเขาได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ นี่เองทำให้เขาได้รับโอกาสอีกครั้งในปีนี้ เช ชวาลา จึงได้แสดงฝีมืออีกครั้งในงานลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ครั้งที่ 2

“โอกาสที่ได้มาเป็นหนึ่งในศิลปินในงานนี้เป็นจังหวะที่ไม่คาดฝัน คือ เมื่อ 2 ปีก่อน เพิ่งจะเรียนจบแต่ยังไม่ได้ทำงานจริงจัง เห็นว่าเขามีงานอบรมศิลปะอะไรซักอย่าง ผมเลยอาสาไปเป็นสต๊าฟ มารู้ทีหลังว่าเป็นงาน 3 มิติ เฮ้ย! ความรู้ใหม่ 2 ปีก่อนผมไม่รู้เรื่องแบบนี้เลย ไม่เสพข่าว เพราะเราค่อนข้างเที่ยว พอเห็นแบบนั้นก็อยากจะร่วมเวิร์กช็อป ผมใช้เวลาตอนเช้าเข้าเรียนร่วมกับคนอื่นๆ และใช้เวลาช่วงบ่ายมาเป็นสต๊าฟ พอดีว่าในงานเขาก็จะมีพื้นที่ว่างให้เด็กๆ ที่เข้าร่วมเวิร์กช็อปได้แสดงผลงาน เราเห็นว่ามีพื้นที่ว่าง เลยขอโอกาสจากผู้จัดงานขอร่วมเวิร์กช็อปและวาดภาพ

เอกรินทร์ อินต๊ะสุข จงเดินหาโอกาส

 

“พอถึงเวลาแสดงผลงาน ผู้จัดงานเขาชื่นชอบผลงานของผม ก็เลยเป็นเหมือนใบเบิกทางให้เข้าสู่วงการศิลปะ 3 มิติ ตอนนั้นวาดเป็นรูปนกสองตัวโผล่ออกมาจากรัง โดยมีงูนอนม้วนด้านล่าง นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้ามาอยู่ในจุดนี้ จากนั้นก็เริ่มฝึกทักษะนี้อย่างจริงจัง จนได้เข้าร่วมกับงานลิฟวิ่งอาร์ตปีที่แล้ว ซึ่งผมวาดภาพเฟอร์บี้ในหลุมขนาดใหญ่ และปีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่มีโอกาสเข้าร่วมอีกครั้ง”

สำหรับคอนเซปต์ปีนี้คือ ผู้พิทักษ์ โจทย์ที่ เช ได้รับคือต้องมีหมียักษ์เฝ้าขุมสมบัติขนาดยักษ์ โดยตัวหมีจะต้องมีสัดส่วนผิดปกติคล้ายปีศาจที่ถูกล็อกไว้กับหลุมสมบัติ และมีอาวุธเป็นโซ่ตรวนคอยปกป้องสมบัติเอาไว้ไม่ให้ใครเอาไป โดยได้แรงบันดาลใจมาจากหนังการ์ตูนแนวผจญภัยเด็กๆ เมื่อถามถึงวิธีการทำงาน เช บอกว่า คณะสถาปัตยกรรมเอื้อเรื่องแนวคิดการออกแบบให้เขาพอสมควร ประกอบกับทักษะด้านศิลปะที่สั่งสมมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีพื้นฐานการใช้สี

“ในมุมมองของผม งานเพนต์ติ้ง 3D เป็นงานที่จับต้องได้ ไม่ใช่เรียลอาร์ต ไม่ใช่สตรีทอาร์ต หรือกราฟิตี้ที่ระบายความในใจหรือแสดงตัวตนของคนวาด แต่เราทำงานภายใต้คอนเซปต์ มีเรื่องสื่อเข้ามาเกี่ยว เราจะแคร์เรื่องการมีส่วนร่วมของผู้ดู คนจะยืนตรงไหน เล่นกับภาพของเราอย่างไร เล่นกับจินตนาการของคน ภาพ 3 มิติ จะมีชีวิตได้เพราะคนที่เข้าไปถ่ายรูป ซึ่งแต่ละภาพจะไม่ซ้ำกัน แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน”

เอกรินทร์ อินต๊ะสุข จงเดินหาโอกาส

 

งานเพนต์ติ้งหนึ่งชิ้นนอกจากคอนเซปต์แล้ว ศิลปินส่วนใหญ่จะมองพื้นที่แสดงงานก่อนว่ามีพื้นผิวอย่างไร จากนั้นก็ต้องดูระยะเวลาว่าต้องแสดงงานนานเท่าใด ต้องใช้สีชนิดใด เป็นเรื่องที่ศิลปินแต่ละคนต้องหาแนวทางและเทคนิคเฉพาะตัวของเขา แต่สำหรับเมืองไทย เช ชวาลา บอกว่า นักวาดภาพ 3 มิติ ในเมืองไทยอาจจะยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับกระแสความนิยมที่เกิดขึ้น ดังนั้นในมุมมองของศิลปิน เขามองว่า วงการยังต้องการศิลปินหน้าใหม่อีกมาก

“การทำงานต้องเกิดจากสิ่งที่เรารัก ไม่ใช่ทำเพราะมีเงินเป็นตัวตั้ง คือเราทำเพราะอยาก คนที่สนใจแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ผมว่าเดี๋ยวนี้มีความรู้ในอินเทอร์เน็ตเยอะมาก แต่เบื้องต้นเขาจะต้องมีความรู้ด้านกราฟฟิกก่อน มีมุมมองด้านการออกแบบ มีพื้นฐานเรื่องสี ที่สำคัญต้องรักในศิลปะ งาน 3 มิติ ค่อนข้างมีกรอบ ไม่ใช่อะไรที่สื่ออารมณ์ออกมาได้เลย เนื่องจากมีคอนเซปต์กำหนด ดังนั้นเราต้องเป๊ะเรื่องสเกลงาน ไม่จำเป็นต้องลงมือในพื้นที่ใหญ่ๆ ฝึกฝีมือในกระดาษก่อนก็ได้ ค่อยๆ ศึกษางานจากศิลปินต่างประเทศ ลองผิดลองถูกและลงมือทำ ถ้ารักและมั่นใจว่าเราทำได้ ต้องมองหาและลองขอโอกาส อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดมือ” ศิลปินไทยหนึ่งเดียวในงานลิฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท