posttoday
สุคโต (3)

สุคโต (3)

01 มิถุนายน 2557

สุคโตนี้เนื้อความก็มีอยู่ว่าเป็นผู้ไปดีแล้ว หรือว่าเป็นผู้ถึงดีแล้ว

สุคโตนี้เนื้อความก็มีอยู่ว่าเป็นผู้ไปดีแล้ว หรือว่าเป็นผู้ถึงดีแล้ว

คตะ ศัพท์แปลว่าไปว่าถึง สุ ว่าดี ถ้าผู้ที่ยังมีความหวังในวิชชาและจรณะ หรือผู้ที่ยังมีความสงสัยอยู่ในจรณธรรม เมื่อฟังสุคโตนี้แล้ว ต้องตรวจตรองให้ได้ความ จรณะก็จะปรากฏขึ้น

ขอให้สังเกตคำที่ว่าพระองค์ไปดีแล้วนั้น คือกายวาจาของพระองค์ไปดีก็ได้แก่ศีลนี้เอง ศีลเป็นจรณะให้พระองค์ทรงพระนามว่า สุคโต แต่ประเภทที่ไปดีด้วยใจนั้นสำคัญมาก อาการที่ไปดีมาดีด้วยใจของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น คือ ไปจากความโลภ ความโกรธ ความหลง พระองค์ละเสียได้ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา กิเลส ทั้งหลายระงับเสียได้สิ้น กิเลสนั้นไม่กลับมาหาพระองค์อีก พระองค์ก็ไม่กลับไปสู่กิเลสเหล่านั้นอีก เช่น กิเลสหยาบ คือการฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดอสัทธรรม ที่พระองค์ละแล้ว ก็เข้ามาหาพระองค์ไม่ได้อีกเลย ส่วนพระองค์ก็ไม่ได้กลับไปสู่กิเลสอย่างนี้อีก

จึงได้ชื่อว่าไปดีแล้วด้วยกายด้วยวาจา คือเป็นตัวจรณะ จรณะคงมี 3 คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เท่านั้น

ที่พระองค์ทรงพระนามว่าสุคโตก็เพราะพระองค์ไปดีด้วยกายด้วยวาจา คือ ศีลนี่แหละ

ส่วนใจที่พระองค์ละเสียซึ่งกิเลสอย่างกลาง คือ กามฉันท์ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ วิจิกิจฉา นี่แหละเป็นกิเลสอย่างกลางสำหรับใจ ส่วนนี้พระองค์ก็ละเสียแล้วด้วยสมาธิ คือ ทำใจให้เป็นเอกัคคตารมณ์ กิเลสเหล่านี้ก็หมดไปไม่ตั้งขึ้นมาได้อีก

สุคโต (3)

 

ถ้าเป็นสามัญชนจนเป็นฌานขึ้นก็ดี เมื่อสิ้นอำนาจของฌานของสมาธินั้นแล้ว กิเลสก็กลับมาได้อีก เวียนเข้าเวียนออกอยู่อย่างนั้นแหละ เมื่อเช่นนั้นตนก็ต้องกลับไปสู่กิเลสนั้นอีก

ส่วนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ไม่เป็นอย่างนั้นกามฉันท์คือ โลภะ พยาบาทคือ โทสะ ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ วิจิกิจฉา คือ โมหะ 3 อย่างนี้รวมเข้าเป็นกิเลสอย่างกลาง พระองค์ก็ละเสียได้ เป็นสมุจเฉทปหาน จึงไม่กลับคืนมาอีกได้

ส่วนสามัญชนที่ยังไม่สิ้นภูมิ ที่ยังบูชาฌานอยู่ เมื่อสิ้นกำลังของฌานของสมาธิแล้ว ก็ต้องกลับมาสู่กิเลสอีก ส่วนสมเด็จพระบรมศาสดาพระองค์สิ้นไปเสียแล้วก็แล้วกัน เป็นวิสุทธิขันธสันดานทีเดียว เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้ธรรมอันใด ความไม่รู้ในธรรมอันนั้นก็หนีออกไปหมด คงเหลือแต่ความรู้อันบริสุทธิ์สะอาดทั้งสิ้น คือ พระองค์ไปจากความโลภความโกรธ ไปจากความไม่รู้คือโมหะ ตกเข้าในภูมิปัญญา ปัญญาของพระองค์คือตัววิปัสสนาญาณได้บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยสมาธิ จนน้อมจิตต์สู่ปฏิจจสมุปบาทรู้แจ่มแจ้งชัดใจเป็นของจริงขึ้น ก็เพราะพระองค์ดำเนินไปสู่มรรคปฏิปทา ฆ่ากิเลสเหล่านั้นสิ้นไป ไม่มีเกิดขึ้นในพระบวรขันธสันดานได้ จึงได้ทรงพระนามว่า สุคโต ไปดีแล้ว ถึงดีแล้ว ด้วยกายวาจาใจ

ส่วนกิเลสอย่างหยาบๆ พระองค์ฆ่าด้วยศีล นำไปสู่ความสุข กิเลสอย่างกลางฆ่าด้วยสมาธิ อย่างละเอียดฆ่าด้วยปัญญา อย่างเราทั้งหลายที่ศึกษาธรรมทุกวันนี้ ก็มาติดอนุสัยที่ฝังใจอยู่นี่แหละ ติดนักติดหนาทีเดียว ติดทั้งรู้ด้วย ไม่ใช่ว่าไม่รู้ ติดทั้งรู้ๆ อย่างนั้นแหละ รู้กันว่าเป็นกิเลสแต่ว่าแก้ไม่ได้ ที่แก้ไม่ได้นั้นคือตัวอุปาทานถือมั่นยึดมั่น มันมีมาเสียก่อนแล้ว อุปาทานแก่ขึ้นไปจนฝังแน่นเป็นอุปธิในขันธสันดานของตนจนแก้ไม่ไหว จึงมองไม่เห็นอะไรนั่นแหละ กิเลสเป็นของยากยิ่งนัก เพียงอย่างต่ำๆ เสมอนามรูป ท่านก็กล่าวว่า นามรูปํ อนิจฺจํ นามรูปํ ทุกฺขํ นามรูปํ อนตฺตา เป็นอันว่าไม่เที่ยงทั้งหมด ผู้ปฏิบัติก็รู้ว่าเป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา และตรองเห็นว่าไม่เที่ยงเป็นทุกข์เหมือนกัน แต่อาการที่มองเห็นนั้นมี 2 เงื่อน

ตัวนามรูปอย่าพากันเข้าใจว่าเป็นของตื้นๆ ถ้าหมายแต่ตื้นๆ เช่นนั้นก็เป็นตัวอุปธิเสียแล้ว คือตัวเข้าไปยึดไว้เอง แต่จะว่าเราเองทีเดียวก็ไม่ได้ คือ บรรพบุรุษของเรานี่แหละฝังไว้ให้ ที่ท่านสอนต่อๆ มานั้นเอง จึงชี้ในประเภทของโสดาปัตติมรรค ที่ให้ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ท่านก็ชี้เอานามรูปนี่เองหรือตามที่มาต่างๆ ท่านก็ชี้อย่างเดียวกันนั่นแหละ

ถ้าผู้ใดยังเห็นตัวเป็นเบญจขันธ์ เบญจขันธ์เป็นตัวๆ อยู่ในเบญจขันธ์ เบญจขันธ์อยู่ในตัวอย่างนี้ ชื่อ สักกาโย ถือว่าเบญจขันธ์ยังเป็นตัวของตัว จึงละสักกายทิฏฐิไม่ได้ ต้องละสักกายทิฏฐิจึงจะไปภูมิโสดาได้

เมื่อได้ความอย่างนี้ ก็น่าจะคิดน่าจะตรองว่าอย่างไรที่เป็นส่วนเบญจขันธ์ไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท