posttoday
ปัญหารากเหง้าของสังคมไทย...ที่รอรับการแก้ไข

ปัญหารากเหง้าของสังคมไทย...ที่รอรับการแก้ไข

01 มิถุนายน 2557

ปุจฉา ...จะปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างไร และจะมีการคิดอ่านแก้ไขปัญหาในคณะสงฆ์ไทยอย่างไร

ปุจฉา ...จะปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างไร และจะมีการคิดอ่านแก้ไขปัญหาในคณะสงฆ์ไทยอย่างไร... เนื่องด้วยข่าวสารที่ผุดปรากฏในเรื่องเสื่อมเสีย เสื่อมวินัย ที่ปรากฏอยู่เนือง ดังเช่นที่ข่าวพระภิกษุระดับเจ้าอาวาส ๔๕ แห่ง ละเมิดทางเพศ ซื้อบริการเด็กผู้ชาย จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับสึกดำเนินคดีกันไป... ซึ่งข่าวลักษณะดังกล่าวมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แสดงว่า ไม่ได้มีการแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง...!? ต้องถามว่า... มหาเถรสมาคมกำลังทำอะไรกันอยู่ ทำไมปัญหาหมักหมมมากมายในสังคมพระสงฆ์บ้านเรากลับไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ดังปัญหา “พระตุ๊ด เณรแต๋ว” ซึ่งดูจะเป็นแฟชั่นกันไปแล้ว ด้วยเห็นสำนักเรียนพระเณรในวัดดังๆ หลายแห่ง มีอลัชชีพวกนี้ปะปนอยู่ไม่น้อย และดูเหมือนว่า สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ มิได้ให้ความสนใจที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง... ไม่เหมือนงานด้านอื่นที่ดูจะสนใจทำกันยิ่งนัก อยากจะฝากท่านพระอาจารย์ช่วยนำคำถามดังกล่าวสื่อถึงผู้รับผิดชอบงานพระพุทธศาสนาว่า “พวกคุณคิดอ่านกันประการใด เพื่อแก้ไขปัญหาอลัชชี ทุมมังกุ ที่แพร่ระบาดไปทั่วมณฑลพระศาสนา”...

วิสัชนา ก่อนอื่น ขอวิสัชนาปุจฉาที่ ๑ เรื่อง จะปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างไร!? อาตมาขอวิสัชนาสั้นๆ ว่า ควรปฏิรูปจิตวิญญาณครูบาอาจารย์นักการศึกษา ให้มีพุทธะเกิดขึ้นเสียก่อนเป็นเบื้องแรก นั่นหมายถึง การปฏิรูปความคิด ยกระดับจิตวิญญาณบุคคลเหล่านี้ให้เข้าถึง หัวใจแท้ของการศึกษาเพื่อชีวิต... ซึ่งหากยังจับหัวใจการศึกษาเพื่อชีวิตที่แท้จริงยังไม่ได้ ก็คงป่วยการที่จะกล่าวต่อไปในรายละเอียดของกระบวนการจัดการศึกษาเพื่อชีวิต... วันนี้ของการศึกษาไทยมันสับสน หลงทิศจนไปไม่ถูก... ไม่มีแบบแผนแม่บทที่แท้จริง จึงเหวี่ยงไปตามกระแสการเมือง-สังคม ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งในประเทศพุทธศาสนา ด้วยความเป็นจริงแล้ว การศึกษาเพื่อพัฒนาชีวิตไปสู่ความสุขความเจริญ ทัดเทียมเทียบเท่านานาอารยประเทศนั้น จะต้องมีจุดมุ่งหมายที่มั่นคง ไม่แปรเปลี่ยนไปตามกระแส ด้วยหลักสัจธรรมของการศึกษาเพื่อชีวิต ที่ไม่ผันแปรไปตามกาล แต่สามารถผ่อนผันปรับตัวตามสถานการณ์ เพื่อให้สอดคล้อง ไม่ขัดแย้งกับกาลสมัย อย่างมีหลักมั่นคงในจุดมุ่งหมายแห่งการศึกษาเพื่อชีวิตที่ไม่เปลี่ยนแปลง... ดังนั้น จึงไม่ว่าจะปรับปรุง ตบแต่ง กระบวนการศึกษาเพื่อชีวิตอย่างไร ก็จะต้องไม่ไปกระทบต่อเป้าประสงค์ของการศึกษา... ทั้งนี้ เพราะการศึกษาเพื่อชีวิต คือ การพัฒนาจิตวิญญาณของสัตว์มนุษย์ให้ประเสริฐ สู่ประโยชน์สุขโดยธรรม ที่มีสันติธรรมเป็นเครื่องหมาย จึงไม่แปลกหากมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ด้านวิชาการความรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาการของโลก แต่ทั้งนี้ จะต้องคงหลักคุณธรรม อันเป็นสาระธรรมในการศึกษาเพื่อชีวิตที่แท้จริง ให้ดำรงอยู่สืบไป... ซึ่งแก่นแท้ในสาระธรรมแห่งความจริง คือ จะต้อง สะอาด สว่าง สงบ ในจิตวิญญาณนั่นเอง... การศึกษาเพื่อชีวิตจึงต้องมุ่งพัฒนาไปสู่ความสะอาด สว่าง สงบ ด้วยกาย วาจา ใจ โดยกุศลกรรมเป็นหนทางดำเนินไป เพื่อยกระดับพัฒนาชีวิตให้มีความยั่งยืน พอเพียง และมั่นคง ในประโยชน์สุขโดยธรรมอย่างแท้จริง... ซึ่งหากเรามองดูเข้าไปในรั้วการศึกษาทุกระดับในปัจจุบัน มันดูวุ่นวาย พลิกไปพลิกมาหลายตลบ หาจุดนิ่งยังไม่เจอในการเคลื่อนตัวของกระบวนการศึกษาไทย ทั้งนี้ เพราะเราลืมคำว่าเพื่อชีวิตไป ด้วยไม่เข้าใจในสัจธรรม และห่างไกลพระพุทธศาสนา ที่มีหลักมั่นคง เข้มแข็ง ในการจัดการศึกษาเพื่อชีวิตมายาวนาน มากกว่า ๒,๖๐๐ ปี... อะไรทำให้การศึกษาไทยห่างไกลพระพุทธศาสนา เรื่องนี้ก็คงต้องไปขอคำตอบจากนักการศึกษา ผู้จบจากเมืองนอกเมืองนา มีดีกรีถึงดอกเตอร์ทั้งหลายว่า อะไรเป็นสาเหตุให้เป็นไปเช่นนั้น และตรงนี้เองใช่ไหม คือ จุดร้าวของสังคมไทย อันนำไปสู่ความแปลกแยกแตกต่างกันออกไปในหมู่ชน จนนำไปสู่การทำผิด ถือผิด ด้วยมีความเห็นผิดไปจากทำนองคลองธรรม... ผิดไปจากหลักพระศาสนาดังที่บรรพชนถือปฏิบัติกันมา!!!

...สู่ปุจฉาที่ ๒ เรื่อง ปัญหาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเกิดจากคณะบุคคลที่เข้ามาอาศัย สิงสถิตอยู่ในบวรพระพุทธศาสนา และอ้างว่าตนเองมีฐานะเป็นบริษัทในพระพุทธศาสนา แต่มีพฤติกรรมนอกแนวปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เรื่องดังกล่าวมีมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย มากบ้าง น้อยบ้าง สามารถหยุดยับยั้งแก้ไขได้บ้างไม่ได้บ้าง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของคณะสงฆ์และพุทธบริษัททุกฝ่าย ที่จะต้องช่วยกันดูแลรักษาพระพุทธศาสนาไว้... สมัยใด คณะสงฆ์ส่วนใหญ่พร้อมเพรียง มีความสามัคคีธรรม ถือปฏิบัติถูกต้องในพระธรรมวินัย แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นจากพระทุศีลเณรทุจริตบ้าง ก็ย่อมแก้ไขกันไปได้... แต่สมัยใด คณะสงฆ์ไร้ความสามัคคีธรรม พระผู้ใหญ่ไม่ปฏิบัติตนให้เป็นแบบฉบับ พระผู้น้อยก็ดื้อรั้น ไร้ความเคารพพระผู้ใหญ่ มีการแบ่งหมู่แบ่งคณะ มุ่งแสวงหาแต่เงินทอง ลาภยศ สมณศักดิ์ จนลืมบำเพ็ญเพียรสมณธรรม เที่ยวเตร่ใช้ชีวิตดุจคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน... แม้อลัชชีเหล่านั้นจะทรงความรู้ จดจำท่องบ่นได้มากมาย แต่ไร้การปฏิบัติ... ก็ย่อมเป็นเหตุให้พระศาสนาเสื่อมถอยอย่างแน่นอน ดังนั้น ประเด็นสำคัญของการสืบอายุพระพุทธศาสนา และเพื่อขจัดปัญหาต่างๆ ให้หมดไป พุทธบริษัทจะต้องเรียนรู้ถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาที่แท้จริง! เพื่อความไม่คลาดเคลื่อนในการดำเนินชีวิตไปบนเส้นทางในพระพุทธศาสนา ที่จะต้องยึดหลักศึกษาและปฏิบัติ อันถูกต้องตรงตามพระธรรมวินัย เพื่อมุ่งสู่จุดมุ่งหมายในพระพุทธศาสนา ที่ต้องการให้รู้จัก รู้ ละ วาง ว่าง สงบ และหลุดพ้น... โดยการอบรมจิตให้มีสติ คือ ความระลึกชอบ เพื่อการเข้าถึงสมณธรรมในภิกษุสงฆ์ ซึ่งไม่ควรยึดติดอยู่กับสมณศักดิ์ อันเป็นของเล่นทางโลก ที่ไม่มีในสาระธรรมของพระพุทธศาสนา ซึ่งการเจริญสตินั้นเป็นเรื่องสำคัญมากของการพัฒนาจิต เพื่อเข้าให้ถึงจุดมุ่งหมายในพระพุทธศาสนา ด้วยการรู้จิต กำหนด... จดจ่อ... ต่อเนื่อง... รู้เท่าทัน... ตรงอาการ นั่นหมายถึง จะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างนักปฏิบัติในฐานะพุทธบริษัท เพื่อยังศรัทธาให้ถึงพระรัตนตรัย เชื่อมั่นในปัญญาตรัสรู้ มีศีลบริสุทธิ์ ไม่ถือมงคลตื่นข่าว ไม่แสวงบุญนอกเขตพระพุทธศาสนา และแม้อยู่ในพระพุทธศาสนาก็ไม่ศรัทธาในบุญ จนเกิดความลุ่มหลง มึนงง ประพฤติผิดไปจากการบำเพ็ญบุญในพระพุทธศาสนา ที่มุ่งหวังการชำระล้างกิเลสให้สิ้นไป เพื่อจุดหมายสูงสุดของการศึกษาในพระพุทธศาสนา... จึงควรช่วยกันในทุกฝ่าย ด้วยการนำตนมาสู่ทางธรรม ด้วยการมุ่งสู่การปฏิบัติให้จริงจัง... ถ้าปฏิบัติได้จริงๆ ทุกปัญหาในพระพุทธศาสนาจบแน่นอน แต่ที่มันไม่จบปัญหา เพราะอำนาจตัณหามันขวางกั้นการปฏิบัติธรรมนั่นเอง...เอวัง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์