
ภาพพุทธประวัติ ศิลปะคันธาระที่ปากีสถาน
....สมาน สุดโต
เมื่อคณะผู้แทนองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกเข้าชมพิพิธภัณฑ์เปชวาร์ ประเทศปากีสถาน เมื่อเดือน มี.ค.นั้น ได้เห็นภาพแกะสลักหินทรายที่เล่าเรื่องพุทธประวัติเรียงลำดับ ตั้งแต่เรื่องเวสสันดรชาดก พระเจ้าสุทโธทนะ พุทธบิดา พระนางสิริมหามายา พุทธมารดาทรงสุบินนิมิตเห็นช้างก่อนที่พระโพธิสัตว์จะเสด็จสู่พระครรภ์ ภาพการประสูติของพระโพธิสัตว์ เสด็จออกทรงผนวช มารผจญ พระอินทร์เข้าเฝ้า แสดงปฐมเทศนา และเสด็จดับขันธปรินิพพาน ที่ตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์นั้น
เนื่องในวันเทศกาลส่งเสริมพระพุทธศาสนา และวันวิสาขบูชาโลกที่ประเทศไทยเราจัดงานระดับโลก และเฉลิมฉลองกันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเป็นพุทธบูชา ผมเห็นเป็นโอกาสที่จะนำภาพจารึกพุทธประวัติ ที่เริ่มตั้งแต่สมัยพระเจ้ากนิษกะ ราชวงศ์กุษาณะ ทรงริเริ่มไว้เมื่อ ประมาณ พ.ศ. 620 เศษ จนกลายเป็นศิลปะคันธาระ บ่อเกิดแห่งอารยธรรมมนุษยชาติอันยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้
ผลงานเหล่านั้นที่ยังหลงเหลือเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์เปชวาร์ ประเทศปากีสถาน ส่วนภาพที่ผมเลือกมาตีพิมพ์ ส่วนหนึ่งจากภาพถ่ายและส่วนหนึ่งจากหนังสือคันธาระ คลาสสิค ศิลปะพระพุทธศาสนา เล่มที่ 1 ฉบับภาษาอังกฤษ โดย Aftab Ahmad Khan
ผมประทับใจกับการสรรเสริญของผู้ประพันธ์หนังสือดังกล่าวที่ว่า หุบผาแห่งคันธาระ เป็นดินแดนแห่งความรัก สันติ ภูเขาสวย แม่น้ำ ดอกไม้ สระน้ำที่เต็มด้วยดอกบัว สีชมพู น้ำเงิน และขาว รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรม ส่วนประชาชนชาวคันธาระ เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวอมชมพู ใบหน้ารูปไข่ เก่งทางด้านศิลปะและการแกะสลัก ทำงานหนัก ฉลาด มีเมตตา สำหรับตัวผู้เขียนถือว่า หุบผาคันธาระ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน คือสวรรค์บนดิน
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่งานศิลปะคันธาระเป็นงานที่ยั่งยืน และไม่มีวันดับ แม้คำสอนพระพุทธศาสนาจะหายไปจากประเทศนั้นนานแล้วก็ตาม







