
รักฉัน อย่าคิดถึงฉัน (เวลากระเป๋าแบน)
เรื่องเงินๆ ทองๆ ลองได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์ไหน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง สามีภรรยา หรือเพื่อนสนิท ผลลัพธ์มักออกมาไม่สวย
โดย...คุณหนูอี๊&<2288;
เรื่องเงินๆ ทองๆ ลองได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์ไหน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง สามีภรรยา หรือเพื่อนสนิท ผลลัพธ์มักออกมาไม่สวย เพราะยามผลประโยชน์ลงตัว ทุกอย่างรอบตัวก็สดสวย แต่ลองติดขัด มีแต่เงินไหลออกไม่เคยไหลเข้า เมื่อนั้นรอยร้าวในความสัมพันธ์ย่อมปรากฏขึ้นแบบไม่อาจหลีกเลี่ยง
สถานการณ์
ก่อนวันหยุดยาวสงกรานต์ หลิง ตัดสินใจให้ เจน เพื่อนสนิทยืมเงิน 20,000 บาท เพราะเธอบอกว่าต้องการใช้เงินสดด่วนกะทันหัน และสิ้นเดือนนี้จะผ่อนคลาย เพราะจะทำเรื่องถอนเงินจากสหกรณ์ของบริษัท ด้วยความสนิทและพอรู้ภูมิหลังของเจนว่า ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินมาก่อน ที่ผ่านมาเธอก็มีเงินจับจ่ายใช้สอยไม่ขาดมือ อยากได้เสื้อผ้า กระเป๋าก็ไม่ติดขัด ถึงจะไม่ใช่เจ้าแม่แบรนด์เนม แต่ก็มีรสนิยมในการเลือกของใช้พอสมควร
ผ่านสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.ไป เจนยังมาทำงานตามปกติ แต่ทำตามปกติราวกับไม่มีสัญญาใจอะไรกับหลิง พอหลิงตัดสินใจทวง เจนก็ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ บอกว่า จะคืนให้อาทิตย์หน้า พอดีสิ้นเดือนได้เงินมา แต่แม่ป่วยกะทันหันเลยต้องใช้เงิน สุดท้ายแล้ว เมื่อถึงกำหนดคืน เจนคืนเงินมา 8,000 บาท และบอกว่าจะทยอยจ่ายเงินที่เหลือให้
ทางออก
การตัดสินใจให้ใครยืมเงิน มองอีกมุมก็เหมือนการตัดสินใจจะเริ่มต้นรักใครสักครั้ง มีรักก็ต้องมีเจ็บ มียืมก็ต้องมีเบี้ยว ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ถ้าตัดสินใจจะให้เพื่อนหรือใครยืมเงิน ต้องเตรียมใจว่า อาจไม่ได้คืน ได้คืนไม่ครบ แต่ที่แน่ๆ มิตรภาพดีๆ อาจสั่นคลอน เพราะฉะนั้นคิดให้ดีก่อนยืม ถ้าไม่พร้อมเสี่ยง หรือเงินของคุณไม่นิ่งพอ เพราะไปดึงเงินส่วนอื่นมาให้เพื่อนยืม ให้ปฏิเสธไปตั้งแต่ต้นว่า “ไม่สะดวก” เชื่อว่า เพื่อนหรือว่าที่ลูกหนี้คุณคงไม่ขุดคุ้ยว่า ทำไมไม่สะดวก พร้อมแจกแจงรายรับรายจ่ายของคุณแบบละเอียดยิบออกมา
ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง หรือมโนไปไกลว่า ถ้าคุณไม่ช่วยเพื่อนแล้ว แผ่นดินจะถล่ม โลกจะทลาย มองในแง่ดี เพื่อนที่มาความช่วยเหลือ เขาอาจจะเดือดร้อนจริงๆ แต่ก็ต้องย้อนมาสู่ทางออกตอนต้นว่า คุณพร้อมหรือไม่ ที่อาจจะไม่ได้เงินก้อนนั้นกลับมา หรือมีแผนสำรองหรือไม่ ถ้ามี และคุณตอบตัวเองได้ว่า ไม่เดือดร้อนกับการให้ยืม ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะช่วยเหลือเพื่อนหรือไม่ แต่ถ้าไม่ใช่ หากเพื่อนไม่สามารถคืนเงินได้ภายในกำหนด เพราะคุณดันใจดีเอาเงินค่าเทอมลูก หรือค่าบัตรเครดิตเดือนหน้ามาให้เพื่อนหมุนก่อน หรือไปหยิบยืมเงินคนอื่นมาช่วยเพื่อน เกิดเพื่อนไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ตามกำหนดอะไรจะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถึงจะไม่สามารถให้ยืมเงินได้ แต่ยังให้หยิบยื่นคำปรึกษาให้เพื่อนได้ ด้วยการช่วยให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาว่าเพื่อนควรตัดลดรายจ่ายส่วนไหนออกไปก่อน หรือพอจะมีบัตรเครดิตกดเงินสดล่วงหน้าออกมาแก้ขัดได้หรือไม่ เป็นต้น
Ask the Expert
Q.ดิฉันอายุ 40 ปลายๆ มีคนชวนย้ายไปทำงานที่อื่นในอีกสายงานหนึ่ง กลัวๆ กล้าๆ เพราะงานใหม่ดูท้าท้ายน่าสนใจ แต่เป็นบริษัทใหม่ดิฉันก็ห่วงเรื่องความมั่นคง ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดีคะขอคำปรึกษาหน่อยนะคะ?
A. กรรณิการ์ สิทธิชัย Consulting Partner บริษัท ออคิด สลิงชอท ตอบว่า ขั้นตอนแรกที่ต้องทำเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการในชีวิตคือ “ตัดสินใจให้ได้ว่าคุณต้องการอะไร” จากที่ถามมา คุณกำลังกังวลเมื่อคุณต้องเลือกระหว่าง “งานใหม่ที่ดูท้าทาย” กับ “งานเดิมที่มีความมั่นคง” ขอหยิบยกเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยให้เรารู้ความต้องการที่แท้จริงของตัวเองจากหนังสือ “วิธีก้าวจากจุดที่คุณอยู่ ข้ามไปสู่จุดที่คุณต้องการ” เขียนโดย แจ๊ค แคนฟิลด์ ปรมาจารย์ระดับโลกด้านความสำเร็จ แนะนำว่า การทำให้ความต้องการของคุณชัดเจนขึ้นนั้น ให้คุณขอร้องเพื่อนสักคนเพื่อช่วยคุณ เขียนสิ่งที่ “คุณต้องการ” โดยให้เพื่อนของคุณถามไปเรื่อยๆ ว่า “เธอต้องการอะไร เธอต้องการอะไร” เป็นเวลา 1015 นาที แล้วจดคำตอบของคุณไว้ เมื่อนำคำตอบที่ได้มาดู คุณจะพบว่าความต้องการแรกๆ อาจยังไม่ใช่ความคิดที่ลึกซึ้งนัก เป็นความคิดในระดับจิตสำนึกทั่วไป ผู้คนส่วนใหญ่มักได้ยินตัวเองพูดว่า “ฉันอยากได้รถเบนซ์ ฉันอยากได้บ้านหลังใหญ่ๆ” และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายๆ ของแบบฝึกหัด 15 นาทีนี้ ความจริงที่คุณจะเริ่มพูดออกมาคือ “ฉันอยากให้คนอื่นรักฉัน ฉันต้องการแสดงออกถึงความเป็นตัวฉัน ฉันต้องการสร้างความแตกต่าง ฉันอยากมีพลัง” ซึ่งเป็นความต้องการที่บ่งบอกถึงค่านิยมที่แท้จริงของตัวคุณ เป็นคำตอบในระดับจิตใต้สำนึก
ลองพิจารณาดูว่างานเดิมที่ทำอยู่ตอนนี้ กับงานใหม่ที่ถูกชักชวนให้ไปทำนั้น งานใดน่าจะตอบสนองความต้องการของคุณได้มากกว่า จงตัดสินใจเลือก โดยซื่อสัตย์กับความต้องการของตัวเอง.. ขอให้มีความสุขกับชีวิตการทำงาน ในทุกทางเลือกที่คุณกำลังจะตัดสินใจนะคะ :)
He Said/She Said
อู่พนักงานบริษัท
“ผมว่าผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบผู้หญิงสวยๆ แต่สำหรับผมขอแค่น่ารักๆ คุยกันรู้เรื่องผมว่าก็พอแล้วนะครับ”
เฟย์พนักงานบริษัท
“ชอบผู้ชายที่มีคาแรกเตอร์ แต่งตัวนิดนึง ดูมีสไตล์ เป็นนักดนตรีด้วยก็ยิ่งดีค่ะ”
Quote
“พ่อของฉัน (ไมเคิล เบลล์) มีอาชีพที่เจ๋งมาก ลองนึกดู เมื่อคุณเป็นนักแสดงด้วยเสียง (นักพากย์) มันเป็นศาสตร์เฉพาะตัวที่แตกต่างไปจากนักแสดงแบบฉันมากเลย ท่านทำให้สัตว์ประหลาดต่างๆ นานา ตัวการ์ตูนนู่นี่นั่น ที่ไม่ได้มีชีวิตจริงๆ ในโลก กลายเป็นมีตัวตนขึ้นมา แล้วท่านก็จะต้องฝึกฝนสำเนียงภาษาอังกฤษมากมายที่มีคนใช้ในโลกนี้”
แอชลีย์ เบลล์ นักแสดงฮอลลีวู้ด







