posttoday
ผู้นำกับความไม่โกรธ

ผู้นำกับความไม่โกรธ

25 พฤษภาคม 2557

ความโกรธนั้นนอกจากจะเป็นเหตุแห่งความวิบัติ การทะเลาะวิวาทแล้ว

ความโกรธนั้นนอกจากจะเป็นเหตุแห่งความวิบัติ การทะเลาะวิวาทแล้ว ยังเป็นเหตุแห่งความมีรูปลักษณ์ไม่งามและทำให้ผิวพรรณทรามอีกด้วย จากพระสูตร ชื่อ “ทุพพัณณิยสูตร” ท้าวสักกะ หรือพระอินทร์ ได้แสดงไว้ว่าท่านเป็นผู้ไม่มักโกรธ ด้วยคาถาว่า

เราเป็นผู้มีจิตอันโทสะไม่กระทบกระทั่ง

เป็นผู้อันมาร นำไปไม่ได้โดยง่าย

เราไม่โกรธมานานแล ความโกรธย่อมไม่ตั้งอยู่ในเรา

ถึงเราโกรธ ก็ไม่กล่าวคำหยาบ และไม่กล่าวคำไม่ชอบธรรม

เห็นประโยชน์ของตนจึงข่มตนไว้

ผู้ที่เป็นผู้นำทั้งหลายจึงควรนำธรรมข้อนี้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ทำให้ท้าวสักกะได้เกิดเป็นจอมเทพ คือเป็นหัวหน้าของเทวดาทั้งสองชั้น คือ ชั้นจาตุมหาราชิกาและดาวดึงส์

ความไม่โกรธนั้นจะเป็นไปได้ก็ต้องอาศัยขันติธรรม คือ ความอดทน อดกลั้น ซึ่งเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ ในพระสูตรชื่อ “เวปจิตติสูตร” พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงเรื่องราวของสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ซึ่งท้าวสักกเทวราชหัวหน้าเทวดาได้ถูกท้าวเวปจิตติหัวหน้าอสูรด่าว่าด้วยวาจาอันหยาบคาย ในตอนที่เทวดาชนะพวกอสูร แล้วท้าวเวปจิตติถูกมัดไว้ แต่ก็ตะโกนด่าว่าท้าวสักกะอย่างร้ายแรง หยาบคาย เช่นว่า เจ้าเป็นโจร เจ้าเป็นคนพาล เจ้าเป็นลา เจ้าเป็นสัตว์นรก เจ้าไม่มีสุคติ เจ้าหวังแต่ทุคติ เป็นต้น อีกทั้งยังข่มขู่อีกมากมาย ขณะนั้นมาตลีเทพบุตร ได้ทูลถามท้าวสักกะว่า

พระองค์ได้ทรงสดับถ้อยคำอันหยาบคาย เฉพาะหน้า ของท้าวเวปจิตติจอมอสูร

ยังทรงอดกลั้นได้ เป็นเพราะความกลัว หรือเพราะไม่มีกำลัง พระเจ้าข้า

ท้าวสักกะ ได้ตรัสตอบว่า

เราอดทนถ้อยคำอันหยาบคายของท้าวเวปจิตติได้ เพราะความกลัวหรือเพราะไม่มีกำลัง ก็หาไม่ วิญญูชนผู้เช่นเรา ไฉนจะพึงโต้ตอบกับคนพาลเล่า

มาตลีเทพบุตร ได้ทูลถามท้าวสักกะต่อไปว่า

คนพาลไม่มีผู้กำราบ มันยิ่งกำเริบ เพราะฉะนั้น ธีรชนพึงกำราบคนพาลด้วยอาชญาอย่างรุนแรง

ท้าวสักกะ ตรัสตอบว่า

ผู้ใดรู้ว่าคนอื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติสงบระงับได้ เราเห็นว่าการสงบระงับได้ของผู้นั้นแล เป็นการกำราบคนพาลละ

มาตลีเทพบุตร ได้ทูลถามท้าวสักกะต่อไปว่า

ข้าพระองค์เห็นโทษในความอดทนนี้แล เมื่อใด คนพาลย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่า

ผู้นี้ย่อมอดกลั้นต่อเราเพราะความกลัว เมื่อนั้น คนมีปัญญาทรามยิ่งข่มขี่ผู้นั้น เหมือนโคยิ่งข่มขี่โคตัวแพ้ที่หนีไป ฉะนั้น

ท้าวสักกะ ตรัสตอบว่า

บุคคลจงสำคัญเห็นว่า ผู้นี้อดกลั้นต่อเราเพราะความกลัวหรือหาไม่ก็ตามที

ประโยชน์ทั้งหลาย มีประโยชน์ของตนเป็นอย่างยิ่ง ประโยชน์ยิ่งกว่าขันติไม่มี

ผู้ใดแล เป็นคนมีกำลังอดกลั้นต่อคนผู้ทุรพลไว้ได้ ความอดกลั้นของผู้นั้น

บัญฑิตทั้งหลาย กล่าวว่าเป็นขันติอย่างยิ่ง

คนทุรพลจำต้องอดทนอยู่เป็นนิตย์ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวกำลังของผู้ซึ่งมีกำลังอย่างคนพาลว่ามิใช่กำลัง ไม่มีผู้ใดที่จะกล่าวโต้ต่อผู้มีกำลัง ผู้ซึ่งธรรมคุ้มครองแล้วได้เลย เพราะความโกรธนั้น โทษที่ลามก

จึงมีแก่ผู้ที่โกรธตอบต่อผู้ที่โกรธ

บุคคลผู้ไม่โกรธตอบผู้ที่โกรธ ย่อมชื่อว่าชนะสงครามซึ่งเอาชนะได้ยาก

ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติระงับไว้ได้ ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายตนและคนอื่น

คนที่ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมสำคัญเห็นผู้รักษาประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

คือ ของตนและของคนอื่น ว่าเป็นคนโง่ ดังนี้

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสอนภิกษุว่า ก็ท้าวสักกะเป็นจอมเทพ ยังพรรณนาคุณของ ขันติ (ความอดทน) และ โสรัจจะ (ความสงบเสงี่ยม) ดังนั้นภิกษุทั้งหลาย พวกเธอบวชมาแล้วในธรรมวินัยพึงเป็นผู้อดทนและสงบเสงี่ยม จะพึงงามในธรรมวินัยนี้โดยแท้...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท