
กิน-อยู่เพื่อชีวิต
เพิ่งสำนึกว่าการกิน การอยู่ เป็นเรื่องสำคัญ ก็ตอนที่ได้รู้ผลตรวจสุขภาพประจำปีนี่แหละ
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
เพิ่งสำนึกว่าการกิน การอยู่ เป็นเรื่องสำคัญ ก็ตอนที่ได้รู้ผลตรวจสุขภาพประจำปีนี่แหละ
รายงานสุขภาพปีล่าสุดบ่งบอกว่า สุขภาพผมย่ำแย่ลง และไม่ใช่ผมแค่คนเดียว เพื่อนร่วมงานหลายคนก็แย่ลงเหมือนกัน และเชื่อแบบเข้าข้างตัวเองว่า หลายๆ คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ต่างมีสุขภาพที่ไม่ดีไปกว่าก่อน เพราะการกิน การอยู่ การใช้ชีวิตแบบคนเมืองนี่แหละเป็นต้นเหตุ
ด้วยชีวิตที่รีบเร่ง ทำงานเยอะ พักผ่อนน้อย กินไม่เป็นเวลา กินอาหารแบบตามใจปาก ห่างไกลจากการออกกำลังกาย ล้วนทำให้เรามีไขมันเลวในเลือดเกินกำหนด เป็นความดันสูง เป็นเกาต์ เป็นกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ โรคเครียด นานาสารพัดรุมเร้าร่างกายเราอย่างไม่ปรานีปราศรัย
หลังจากรู้ผลตรวจร่างกายทำให้คิดได้ว่า ถึงเวลาต้องปฏิวัติตัวเองเป็นการใหญ่ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ทำได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว กระเป๋าใส่รองเท้าชุดกีฬา เพื่อออกกำลังกายยังโยนกองอยู่ข้างโต๊ะ ผัก ผลไม้ที่ตั้งใจจะกินให้เยอะขึ้นก็เป็นได้แค่อาหารเสริม เมื่อยังบังคับใจให้ลดการกินที่ไม่มีประโยชน์ลงไม่ได้ หลับนอนก็ยังต้องหลังเที่ยงคืน สุดท้ายชีวิตก็ยังเหมือนเดิม
หลายๆ คนเป็นแบบเดียวกับผม รู้ทุกอย่าง แต่ก็ทำไม่ได้สักที
จนเมื่อหลายวันก่อนได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ จากหมอท่านหนึ่งที่ไปออกรายการที่นี่หมอชิต ทางช่อง 7 เลยอยากจะมาเล่าสู่กันฟังเท่าที่พอจำได้
หมอบุญชัย อิศราพิสิษฐ์ มีโรครุมเร้าถึง 6 โรค ที่ล้วนแต่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการกิน การอยู่ ด้วยความที่เป็นแพทย์แผนปัจจุบันจึงรู้ว่า โรคต่างๆ เหล่านี้กินยาไปก็แค่บรรเทาอาการ ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ จึงไปศึกษาพฤติกรรมการกิน การอยู่ การใช้ชีวิตของคนที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
ต้องย้อนกลับไปถึงบรรพบุรุษเรากันเลยล่ะครับ หมอท่านเล่าว่า ชีวิตคนวิวัฒนาการมาจากลิง ลิงในยุคดึกดำบรรพ์นั้นกินแต่ผักไม่กินเนื้อ มายุคหลังเริ่มไปกินหอยทะเลและสัตว์ทะเลจนสมองมีพัฒนาการมากขึ้นๆ จากโอเมก้า 3 สุดท้ายกลายมาเป็นคนเราที่กินได้ไม่เลือกนี่แหละ
หมอมีข้อแนะนำหลายข้อที่ทำให้หายจากโรคต่างๆ ได้ภายใน 4 เดือน ข้อแรก ให้กินผัก ผลไม้ครึ่งหนึ่งของมื้ออาหาร และต้องกินก่อนอาหาร เพื่อให้คุณประโยชน์จากผักและผลไม้ดูดซับเข้าร่างกายได้ดีที่สุด
ข้อต่อมาต้องงดน้ำตาลทุกชนิด เพราะในร่างกายเรามีน้ำตาลไหลเวียนอยู่ในเลือดแค่ครึ่งช้อนชา การกินน้ำตาลแม้ว่าจะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แต่น้ำตาลจะไปกระตุ้นร่างกายในทุกครั้งที่กิน และเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ มากมาย แค่น้ำตาลจากผัก ผลไม้ที่กินเข้าไปในแต่ละวันก็เพียงพอแล้ว
ต่อไปต้องลดแป้งจากข้าวลง หมอแนะนำว่า อายุ 40 ปีขึ้นไป ให้ทานต่อมื้อแค่ 1 ทัพพีครึ่ง อายุ 50 ปี เหลือ 1 ทัพพี อายุ 60 ปี เหลือแค่ครึ่งทัพพีก็พอ พยายามลดการทานเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ให้มาทานปลาและธัญพืช ลดไขมันจากการทอด เติมไขมันดีจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก เปลี่ยนจากการดื่มนมจากสัตว์มาเป็นนมจากถั่วเหลือง ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง พักผ่อนให้เพียงพอ ช่วงเวลาที่ควรต้องนอนหลับคือช่วง 4 ทุ่มตี 2 และสุดท้ายต้องมองโลกในแง่ดี คิดบวก และต้องรู้จักปล่อยวาง
สูตรการกิน การอยู่ของหมอนอกจากจะทำให้หายจากโรครุมเร้าแล้ว น้ำหนักยังลดลงมากจาก 100 กว่ากิโลกรัมเหลือแค่ 80 กว่ากิโลกรัม และยังสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ
ผมแถมให้อีกข้อสำคัญและทำยากที่สุด คือ ต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ใครผ่านข้อนี้ได้ รับรองชีวิตจะดีขึ้นเยอะ







