
ชีวิตและคำทำนาย
“ความไม่แน่นอน” เป็นเหตุทำให้ผู้คนขาดความเชื่อมั่นในการดำเนินชีวิต
โดย...เจษฎา จี้สละ
“ความไม่แน่นอน” เป็นเหตุทำให้ผู้คนขาดความเชื่อมั่นในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ต้องแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายกว่าจะได้รับการยอมรับในหน้าที่การงาน เวลาส่วนตัวไม่อาจแยกขาดจากเวลาทำงาน การจัดการกับชีวิตจึงยุ่งยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อปัญหาถาโถมหน่วงเหนี่ยวชีวิตให้ติดขัด การมีผู้ช่วยในการตัดสินใจ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น “หมอดู” ในสังคมไทย จึงทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรกับนักจิตวิทยา ผู้เป็นที่ปรึกษาสะสางปัญหาคาใจและคลายชีวิตจากความสับสนแก่ผู้คนปัจจุบัน
โสด
หนุ่มสาวกังวล ‘ความไม่แน่นอน’
อาจารย์แพร ฟอร์จูน หรือ เบญจพร วรนันทกุล หมอดูผู้คลี่คลายความสับสนให้คนวัยทำงานมานักต่อนัก อธิบายถึงปัญหาที่วัยทำงานหนุ่มสาวเข้ามาปรึกษาว่า ส่วนใหญ่นิยมมาปรึกษาเรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ชีวิตจะต้องเดินไปทางไหน งานที่ทำอยู่เหมาะสมกับตัวเองแล้วหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนงานแล้วจะเป็นอย่างไร ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่คนวัยทำงานให้ความสนใจเป็นอันดับแรก
“โดยเฉพาะลูกค้าผู้ชายจะเข้ามาถามถึงการงานก่อนเลย ทำธุรกิจตรงนี้ดีไหม ช่วงอายุเท่าไหร่ที่ควรจะเริ่มลงทุน เรื่องอื่นกลายเป็นเรื่องรองไปเลย จะดูเรื่องความก้าวหน้าเป็นหลัก” อาจารย์แพร กล่าว
อันดับที่ 2 เป็นเรื่องของความรัก ถ้าอยู่ในวัยนี้มักถามเกี่ยวกับเรื่องของคู่ครอง จะได้พบเนื้อคู่เมื่อไร คนที่คบอยู่เป็นคู่แท้หรือไม่ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่รู้กันอยู่แล้วว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของเวลา ถ้าไม่เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ปัญหาเรื่องความน้อยเนื้อต่ำใจจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะคนโสดในวัยทำงานเริ่มคิดเรื่องการมีครอบครัวแล้ว ความกังวลต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนรักจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ ประเด็นเหล่านี้ในฐานะที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาต้องพิจารณาสภาพความเป็นจริงของสังคม ควบคู่ไปกับดวงชะตา เพราะหลายอย่างสามารถอธิบายในเชิงเหตุผล ไม่ต้องอาศัยการทำนายจากดวงชะตาอย่างเดียว ทั้งนี้ อาจารย์แพรกำหนดช่วงเวลาของการพยากรณ์อยู่แล้ว จึงสังเกตได้ชัดเจนว่าช่วงอายุไหนต้องเผชิญกับปัญหาอะไร
ไม่ต่างจากความเห็นของคุณปู โลกเบี้ยว หรือ ยุวดี เรืองฉาย นักแสดงและหมอดูชื่อดัง ที่สามารถฟังคำทำนายของเธอได้ง่ายๆ ผ่านหมายเลข 1900XXXXXX ตามด้วยเครื่องหมายโทรออก ที่บอกว่าคนวัยนี้หนีไม่พ้นเรื่องการงานและความรัก ส่วนใหญ่จะขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนงาน เบื่อหน่าย เซ็งกับงานที่ทำ ซึ่งการโทรมาปรึกษาไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก นอกจากการเป็นที่รับฟัง เนื่องจากหลายคนตั้งธงไว้แล้วว่าจะทำอะไร เพียงแต่ต้องการคนสนับสนุนการตัดสินใจเท่านั้น ส่วนเรื่องความรักมักไม่พ้นเรื่องคนรักไม่สนใจ ส่วนใหญ่คุณปูมักถามกลับไปว่า “แล้วเราเอาใจใส่เขามากพอหรือยัง” เรื่องของคนสองคน สองหัวใจ การเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน จึงเป็นคำตอบของทุกปัญหา
นอกจากนั้นปมความรักที่ฮอตฮิตติดชาร์ต คงไม่พ้นเรื่องของความรักระหว่างเพศเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นชายรักชายหรือหญิงรักหญิง อันที่จริงเรื่องไม้ป่าในสังคมไทยได้เปิดกว้างกว่าอดีตมากโข จะกลัวอะไรหากไม่ได้สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ใคร คุณปูจึงแนะทางออก กล้าเปิดตัวเปิดใจให้รู้กันไปเลย แต่หลายคนต้องพิจารณาสภาวะแวดล้อมของตัวเองด้วย โดยเฉพาะคนที่ต้องพะวงกับภาพลักษณ์ในอาชีพการงาน หลายที่เขาไม่รับ หลายแห่งก็ยังรับไม่ได้ เมื่อดูประเด็นนี้สังคมไทยที่ว่าเปิดกว้างในเรื่องเพศสภาวะ(Gender) ดูคับแคบลงไปถนัดตา
สำหรับเรื่องที่คนรุ่นใหม่ไฟร้อนฉ่า ถามน้อยที่สุดคือเรื่องการเงิน ไม่ว่าเศรษฐกิจจะซบเซาเข้าโลงอย่างไร ไม่เคยมีถาม หมุนเงินไม่ทัน งดโอที ไม่มีโบนัส คำถามเหล่านี้คุณปูยืนยันว่าไม่เคยต้องเสียเวลาหาคำตอบ ส่วนคำถามเกี่ยวกับครอบครัวนั้นน้อยยิ่งกว่า เพราะน้อยคนนักจะถามว่าพ่อแม่เป็นอย่างไร คิดถึงพ่อแม่บ้างคงจะดี บางทีปัญหาที่ว่าสับสน คนเป็นพ่อเป็นแม่พร้อมอยู่เคียงข้างลูกเสมอ
ประเด็นคำถามเหล่านี้ ไม่ได้ชี้ให้เห็นเพียงปัญหายิบย่อยส่วนบุคคล แต่กลับสะท้อนภาพของสังคมขนาดใหญ่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไฉนปัญหาเรื่องการงาน เวลา และความรัก จึงเป็นคำถามหลักที่ผู้คนแสวงหาคำตอบ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วผู้ตัดสินใจในย่างก้าวของชีวิต ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวเอง
“อดีตคือความทรมาน อนาคตคือความหวาดกลัว” ความหวั่นไหวที่มีต่อความไม่แน่นอนในเบื้องหน้า จึงเป็นปัญหาจองจำชีวิตผู้คนในทุกยุคสมัย การสร้างอนาคตจากปัจจุบัน คงจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่นใจให้กับชีวิตที่เป็นอยู่
อย่างที่เขาว่าไว้ “หากไม่เริ่มปลูกดอกไม้ เราก็ได้แต่เด็ดดมวัชพืชอยู่ร่ำไป”
เกษียณ
คนสูงวัยห่วงโรคภัย ลูกหลาน สุขภาพ
“การเปลี่ยนแปลง” เกิดขึ้นในทุกช่วงจังหวะของชีวิต บางสิ่งอยู่นานวันยิ่งมั่นคง แต่กับบางอย่างวันเวลาก็พรากความสดชื่นไป ไม่ต่างจากต้นไม้ ที่รากของมันนานวันยิ่งหยั่งลึกแข็งแรง แต่กับใบของมันนานวันยิ่งเหี่ยวเฉาและรอคอยการร่วงโรย ทั้งที่เป็นองค์ประกอบของสิ่งเดียวกัน นั่นคือความสัมพันธ์ของชีวิต
ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ ที่มองไปยังคนวัยเกษียณ อาจคิดว่าเป็นวัยที่มีความมั่นคง ใช้เวลาว่างอย่างสบายใจ หลังผันผ่านจากการงานหน่วงหนักชั่วชีวิต แต่ไม่ใช่กับทุกคน
คุณปูบอกเล่าถึงคำถามส่วนใหญ่ที่คนวัยเกษียณเข้ามาปรึกษา เรื่องเงินยังคงเป็นปัญหาหลักของคนในวัยนี้ เนื่องจากความเหนื่อยล้าลาแรง ที่พยายามเก็บหอมรอมริบมาตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว พอถึงคราวต้องเกษียณ ย่อมกังวลเป็นธรรมดาว่าจะสามารถนำทรัพย์สมบัติที่อดออมไว้มาใช้จ่ายได้อย่างใจต้องการหรือไม่ บางคนยังต้องช่วยเหลือประคับประคองลูกหลานจากการงานที่ยังไม่มั่นคง
ก้าวผ่านชีวิตมาจนถึงวัยพักผ่อน สิ่งที่พวกเขาเป็นห่วงเป็นใยจึงไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกจากเรื่องของลูกหลาน เขาเคยเอาใจใส่ให้ความรักกับลูกหลานอย่างไร พอถึงเวลานี้ย่อมต้องการความอบอุ่นเป็นธรรมดา กลัวความเหงา ความโดดเดี่ยว เพราะเพื่อนในวัยเดียวกันก็ต่างต้องแยกย้าย นัดพบปะพูดคุยไม่สะดวกอย่างคนหนุ่มสาว ลูกหลานจึงเป็นที่พึ่งสำคัญ โดยเฉพาะด้านจิตใจ
น้อยกรณีที่จะบ่นให้ฟังว่าเหน็ดเหนื่อยกับลูกหลาน ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าบ่นไปอย่างนั้น ตัวอย่างเช่น บ่นเหนื่อยกาย เมื่อต้องผจญกับหลานที่ซนกว่าลิง แต่พอพ่อแม่เด็กจะเอาไปเข้าเนิร์สเซอรีฝากเลี้ยง เป็นต้องโทรกลับมาบ่นเหงา โวยพ่อแม่เด็กไม่วางใจให้หลานอยู่กับย่ากับยาย ก็เป็นด้วยประการละฉะนี้ แต่บางทีก็เป็นเรื่องของความไม่คุ้นชิน เพราะสมัยวัยยังหนุ่มต่างก็โหมงานหนัก ไม่มีเวลามาเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง พอถึงคราต้องเลี้ยงหลานเลยงานเข้า ไม่เป็นไร ปรับตัวกันไปนะคะคุณยาย
ส่วนเรื่องสุขภาพนั้นมีประปราย ประมาณการว่า 2 ใน 10 คนเท่านั้น ที่จะถามไถ่เรื่องสุขภาพ อย่างคุณลุงท่านหนึ่งโทรเข้ามาปรึกษา บ่นปวดแข้งขาหัวเข่า เพราะเขาไม่ยอมหยุดขับตุ๊กตุ๊ก แม้วัยจะเข้าเลขเจ็ด แต่ด้วยความกังวลว่าลูกหลานจะไม่มีที่พึ่งยามฉุกเฉินด้านการเงินการงาน ลุงจึงยังคงทำงานไม่ลดละ บางครั้งปล่อยให้ลูกหลานฝึกจัดการกับปัญหาด้วยตัวเองน่าจะเป็นการดี เพราะหนึ่งชีวิตคนเราไม่อาจประคับประคองชีวิตของผู้อื่นได้ตลอดไป
สำหรับเรื่องเด่นโดนใจยกให้เรื่อง “เซ็กซ์” เพราะหลายคนที่เกษียณจากวัยทำงาน ไม่ได้แปลว่าเกษียณจากความกระชุ่มกระชวย ยังคงคึกคักฉวัดเฉวียนเหมือนกระทิงหนุ่มแม่เสือสาวฉันใดฉันนั้น คุณปูจึงพบกับผู้คนที่ต้องการคำปรึกษาในเรื่องนี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะคู่รักวัยเกษียณที่ยังหวานชื่นรื่นรมย์ แต่ต้องคอยเตือนสำหรับผู้ที่ต้องการแสวงหาความรักต่างวัย เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง หากมีคู่ครองจองเรือนอยู่แล้ว ไม่ควรที่จะนอกใจสร้างปัญหาใหม่ในห้วงแห่งรักที่ยาวนาน แต่กับบางคนเพิ่งโดนศรรักปักอกในวัยนี้ ก็ต้องปรึกษาคุณปูบ้างว่าเหมาะสมกันไหม อยู่ด้วยกันแล้วจะเป็นอย่างไร คนแวดล้อมจะเข้าใจหรือไม่ สำหรับกรณีอย่างนี้คุณปูยินดีให้คำแนะนำแน่นอน
เช่นเดียวกับ อาจารย์แพร ฟอร์จูน ขอตีแผ่เบื้องลึกเบื้องหลังคำทำนายว่าคนในวัยเกษียณยังคงให้ความสนใจกับเรื่องความมั่นคงของชีวิต ไม่ใช่ทุกคนที่เกษียณแล้วจะอยู่อย่างสุขสบาย ไม่เครียด ไม่กังวลกับภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน เพราะปัจจุบันไม่ได้มีช่วงกำหนดเวลาเกษียณตายตัวอย่างแต่ก่อน ที่สี่ตะกร้าห้าสิบจะอยู่บ้านเลี้ยงหลาน บางคนยังต้องทำงานดูแลครอบครัว ความกลัวต่อสถานภาพทางเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงจึงยังมีอยู่
บางคนต่อสู้มาทั้งชีวิต แต่ยังคงล้มลุกคลุกคลาน ความสำเร็จที่เป็นตัวเงิน สถานภาพ/การยอมรับทางสังคม ยังคงเป็นตัวแปรที่คนในวัยเกษียน ไม่ยอมเกษียณ คำถามประเภท “how to” จึงผ่านหูอาจารย์แพรอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่คำแนะนำจะเป็นในทิศทางของการปล่อยวาง เพราะบางทีปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของชีวิต อาจไม่จำกัดอยู่เพียงตัวเงิน แต่อาจเป็นความสุขก็เป็นได้
ส่วนคำถามท็อปฮิตติดชาร์ตอันดับ 2 รองลงมา ได้แก่ เรื่องของลูกหลาน ถ้ายังเป็น ด.ญ/ด.ช. จะถามไถ่ถึงอนาคตการเรียน จะสอบได้ไหม จะเข้าโรงเรียนนี้ได้หรือไม่ อนาคตจะประสบความสำเร็จอย่างไร เป็นชุดคำถามที่พอจะเดาได้ไม่ยากนัก ซึ่งหากลูกหลานอยู่ในวัยทำงาน ก็ไม่พ้นถามไถ่เรื่องความก้าวหน้าในอาชีพของลูกหลานอีกเช่นกัน ผู้ใหญ่ในบ้านเราช่างแสนใจดี เป็นผู้มีพระคุณเลี้ยงดูตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ไม่เคยทอดทิ้ง มีแต่คิดถึงและความห่วงใย แล้วพวกเราล่ะ เป็นอย่างไร คิดถึงท่านให้มากหน่อย ท่านคงชื่นใจไม่ใช่น้อย
นอกจากนั้นคำถามที่พบบ่อยคือเรื่องของสุขภาพ เป็นธรรมดาของผู้มีประสบการณ์ผ่านการโหมงานด้วยแรงกายความเสื่อมถอยของสมรรถนะเริ่มปรากฏ โรคภัยเริ่มคุกคามซึ่งอาจารย์แพรอธิบายว่า “เป็นธรรมดาของชีวิต” การพยากรณ์ประเด็นนี้ไม่ต้องใช้พลังจิตหรือญาณทิพย์ทำนาย เพราะสถิติของคนในวัยนี้ ต่างผ่านโลกและเผชิญโรคกันเยอะแล้ว ความดัน หัวใจ เบาหวาน อาการไม่ปกติสารพัด ประเดประดังถั่งโถมโจมตีร่างกาย หากต้องการคลายจากทุกข์ก็ต้องกลับมาดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ถ้าจะให้อาจารย์แพรตีแผ่วินิจฉัยโรคคงไม่ละเอียดเท่ากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ถ้าเป็นความเครียดจากจิตใจที่อ่อนล้า นั่นก็ต้องแก้ปัญหาที่ใจ
ความสัมพันธ์ของลำต้น กิ่งก้าน ราก และใบ ล้วนเป็นปัจจัยในการหล่อเลี้ยงชีวิตของต้นไม้ มิติของสังคมก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องอาศัยความสัมพันธ์ของแต่ละชีวิตในการดำรงอยู่ เด็กน้อยในวันนี้จะกลายเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า และก้าวสู่วัยชราในที่สุด หากไม่มีท่อน้ำเลี้ยงคอยเติมเต็มความชุ่มฉ่ำของจิตใจในแต่ละช่วงวัย ก็คงจะไม่มียอดเขียวใหม่ทดแทนใบเก่าที่ร่วงโรย







