
โรคตับ จากโรคกระเพาะ
คุณลุงคนหนึ่งวัย 78 ปี แกมีค่าการทำงานของตับสูง จนผมต้องให้ยาบำรุงตับและแนะนำให้งดสุรา แต่ไม่น่าเชื่อว่าที่แกดื่มสุราเพราะความจำเป็น
คุณลุงคนหนึ่งวัย 78 ปี แกมีค่าการทำงานของตับสูง จนผมต้องให้ยาบำรุงตับและแนะนำให้งดสุรา แต่ไม่น่าเชื่อว่าที่แกดื่มสุราเพราะความจำเป็น
“แรกๆ ผมก็ไม่ติดเหล้านะหมอ แต่พอ
ทานเข้าไปบ่อยๆ มันก็ติด”
“เอ่อ! มันก็จริงนะครับ มันคือยาเสพติด
นะครับคุณลุง”
“นี่ไงหมอ หมอพูดถูกแล้ว มันเป็นยา”
“ไม่ใช่ยานะครับ”
“มันเป็นแอลกอฮอล์ มันก็คือยานะหมอมันช่วยฆ่าเชื้อโรคในกระเพาะไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ใช่ครับ โอ๊ย ฟังแล้วอยากจะไปตีคนที่สอนให้คุณลุงคิดแบบนี้จริงๆ แอลกอฮอล์ที่ฆ่าเชื้อต้องเป็นแบบทาภายนอกไว้ทำความสะอาดผิวหนัง ไม่ใช่ทานเข้าไปแล้วเมาแบบเหล้านะครับ”
“งั้นผมก็เข้าใจผิดมาโดยตลอดเลยสิแรกๆ ผมกลัวเป็นโรคกระเพาะ ก็เลยกินเหล้าพอกินมากๆ ตับก็เลยแข็งแรงซะเลย”
“ไม่ใช่ตับแข็งแรงนะครับคุณลุง แต่มันคือตับแข็ง แล้วสุดท้ายจะเป็นมะเร็งตับนะสิครับ”
“โอ๊ย ผมเข้าใจผิดอีกแล้วเหรอนี่”
จากการสนทนาของผมกับคุณลุง ทำให้ผมทราบว่า คนไทยยังมีความเชื่อแปลกๆเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอีกมาก แต่เมื่อสักครู่นี้ ประเด็นของโรคกระเพาะอาหารอักเสบก็น่าสนใจ ทั้งๆ ที่ผมเคยเล่าให้เพื่อนๆฟังไปแล้ว แต่เรามาทวนกันอีกทีละกันว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารมากเกิน นอกจากที่เชื่อว่าเป็นการติดเชื้อของแบคทีเรีย H.pylori แล้ว ยังเป็นจากการที่เราไปเพิ่มปริมาณของกรดในกระเพาะอาหารโดยไม่รู้ตัว เช่น การกินอาหารรสจัดรสเปรี้ยว ก็ถือเป็นการทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง ยิ่งถ้ากินกรดเข้าไปโดยตรงอย่างนำ้อัดลมนำ้ส้มสายชูนำ้มะนาว (ที่ไม่ได้ผสม) ก็จะทำให้แสบกระเพาะได้ง่ายรวมไปถึงเรื่องการกินอาหารมันๆ ของทอด แกงกะทิเบเกอรี่ที่หลายคนคิดว่านา่ จะเป็นแค่โรคอ้วน แต่ก็ยังทำให้กรดในกระเพาะผสมกับไขมัน แล้วเกิดเป็นฟองตีลอยขึ้นมาจุกแน่นท้องได้เหมือนกัน
นอกจากนี้ การกินอาหารไม่ตรงเวลาเคี้ยวไม่ละเอียด รีบกิน ไม่กินมื้อเช้า ก็ทำให้กรดในกระเพาะอาหารถูกสร้างมากน้อยอย่างไม่เป็นเวลา แล้วก็เกิดอาการหิวก็ปวดอิ่ม ก็ปวดได้เช่นกัน บางคนบอกว่าถึงเวลาเที่ยงแล้ว งานยังไม่เสร็จ หรือเวลาพักเที่ยงมีน้อยต้องรีบกินจนไม่มีเีวลาเคี้ยว ถ้า้อย่า่งนั้นผมแนะนำ ให้มีขนมปังชิ้นเล็กๆ ติดตัวเอาไว้กินชั่วคราวก่อนหากยังไม่เสร็จงาน พอเสร็จงานแล้วมีเวลาแต่ก็ยังต้องรีบกิน ก็ควรกินอาหารที่เคี้ยวง่ายๆ จะได้ไม่เป็นภาระหนักให้กระเพาะอาหาร
อีกเรื่องก็คือความเครียดที่มันลงกระเพาะได้ ต้องพยายามผ่อนคลายจิตใจหากิจกรรมที่ทำเพลินๆ เช่น ตอนที่หมอกอล์ฟไปสอนผู้เข้าร่วมสัมมนาก็จะมีการทำการหัวเราะบำบัด ทดสอบความเครียด แถมยังมีการตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงานบริษัทที่สนใจอีกด้วย
ที่พลาดไม่ได้ก็คือ ระวังการกินยาบางชนิดที่มีผลต่อกระเพาะอาหาร เช่น ยาแก้ปวด ยาละลายลิ่มเลือด พวกนี้ระคายเคืองกระเพาะได้ ควรกินตามแพทย์สั่งเท่าที่จำเป็นนะครับ
ทิ้งท้ายนี้อยากบอกเพื่อนๆ ว่า ไม่ว่าอวัยวะส่วนไหนก็ล้วนมีความสำคัญต่อเราทั้งสิ้น เพราะมันจะร่วมกันทำให้ร่างกายของเราทำงานอย่างสมบูรณ์ อย่ามัวแต่เน้นดูแลแค่อวัยวะหนึ่งที่ดูแลอย่างผิดๆ แล้วไปทำร้ายอีกอวัยวะนะครับ คุยกันเพิ่มเติมที่ID:Dr.golfsittha2 ครับ







