
ศิลปะที่เรียกว่า ‘เทปอาร์ต’
ได้ยินครั้งแรกทำเอางง (เล็กน้อย) “เทปอาร์ต” มันคืออะไรหนอ แต่ทุกอย่างก็ถูกคลี่คลายลง เมื่อ “แม็กซ์ ซอร์น”ปรากฏตัว
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ได้ยินครั้งแรกทำเอางง (เล็กน้อย) “เทปอาร์ต” มันคืออะไรหนอ แต่ทุกอย่างก็ถูกคลี่คลายลง เมื่อ “แม็กซ์ ซอร์น”ปรากฏตัว
เจ้าพ่อเทปอาร์ตชาวเนเธอร์แลนด์ เดินทางมากรุงเทพฯ ครั้งแรก เพื่อเปิดนิทรรศการศิลปะว่าด้วยการใช้เทปกาว ฟังไม่ผิดหรอก ก็เทปกาวติดกระดาษนี่แหละ ที่เขานำมาสร้างสรรค์เป็นภาพต่างๆ ตามจินตนาการ เห็นแล้วต้องทึ่งในไอเดียและฝีมือ
แม็กซ์ ซอร์น เปิดโอกาสให้เราร่วมสังเกตการณ์ขณะที่เขากำลังทำงาน 2 ชิ้นพิเศษ เป็นภาพท้องฟ้าในกรุงเทพฯ กับภาพบ้านพักตากอากาศริมทะเล อุปกรณ์ของเขามีแค่เทปกาวและคัตเตอร์ขนาดจิ๋ว ที่เหลือคือไอเดียล้วนๆ
“ปกติผมจะมีภาพในหัวอยู่แล้ว ว่าจะทำเป็นภาพอะไร แต่ไม่มีการร่างภาพไว้ก่อน ตอนที่ผมทำก็อาจจะเพิ่มนั่นนู่นนี่ได้ตลอด มันเหมือนเวลาเล่นดนตรี ที่คุณสามารถจะขยับคีย์ได้ตามอารมณ์ โดยไม่จำเป็นต้องฟิกซ์ตามตัวโน้ต เช่นเดียวกัน การทำเทปอาร์ตของผม สิ่งที่อยู่ในเฟรมก็อาจจะเป็นภาพใหม่ๆ ที่ผมนึกได้ตอนนั้น”
จุดเด่นของเทปอาร์ตจะอยู่ที่แสงและเงาอันเกิดจากชั้นของเทปกาวที่วางทับซ้อนกันหลายๆ ชั้น จนกลายเป็นภาพที่ชวนตะลึง ความงามที่คาดไม่ถึง แสงและเงานำสายตาไปสู่มิติ ซึ่งศิลปินบอกว่ามันคล้ายภาพสามมิติ
“ทักษะที่ผมใช้จะเป็นการผสมผสานระหว่างการวาดภาพกับการทำงานประติมากรรม แต่สิ่งที่ผมคำนึงมากที่สุดก็คือชั้นของเทปกาว ถ้าไม่มีชั้นของเทปกาว มันก็จะไม่ใช่เทปอาร์ต ฉะนั้นเทปอาร์ตเลยไม่เหมือนการเพนติ้ง แล้วก็ไม่เหมือนการทำงานประติมากรรมซะทีเดียว แต่มันคืองานศิลปะที่ผสมผสานกัน”
นอกจากนี้ การทำงานเทปอาร์ตยังเต็มไปด้วยความสนุกและท้าทาย ทั้งจินตนาการ ไอเดีย มีอิสระในการเล่าเรื่อง ภาพแต่ละภาพที่ถูกสร้างสรรค์ จึงค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และมุมมองของศิลปินว่าจะถ่ายทอดออกมายังไง
“ช่วงแรกๆ ผมเจอปัญหาหนัก คือ คัตเตอร์บาดนิ้ว บาดจนถึงขั้นผมไม่มีรอยนิ้วมือเลย ผมจำได้ว่าตอนไปทำพาสปอร์ต เจ้าหน้าที่ให้ผมประทับรอยนิ้วมือ แต่มันกลับหารอยนิ้วมือไม่เจอ ก็เป็นเรื่องขันสำหรับผมและเจ้าหน้าที่มากๆ ตอนนี้ก็บาดน้อยลง เพราะความชำนาญและประสบการณ์ที่ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะไม่ให้คัตเตอร์บาดนิ้ว
แรงบันดาลใจเหรอครับ ผมรู้จักเทปอาร์ตด้วยความบังเอิญ ตอนนั้นผมเดินเล่นในอัมสเตอร์ดัม ผมไปเจอโคมไฟบนถนน มันมีแสงไฟและเงาลอดออกมา ผมก็ปิ๊งไอเดียว่าอยากจะทำงานศิลปะอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับแสงและเงา ก็เลยลองหาเทปกาวมาใช้ ซึ่งมันก็เหมือนลองผิดลองถูก จนสุดท้ายมันก็กลายมาเป็นงานเทปอาร์ตอย่างที่เห็นในปัจจุบัน”
ผลงานเทปอาร์ตของ แม็กซ์ ซอร์น ส่วนใหญ่จะอยู่ในโทนภาพซีเปีย เป็นการจับเทปกาวสีน้ำตาลกับสีขาว ทำให้ได้ภาพที่คลาสสิกและแฝงไว้ซึ่งความเท่ ดูแล้วไม่น่าเบื่อ แม้จะดูซ้ำๆ หรือภาพนั้นผ่านกาลเวลาไปกี่ปี กลับมาดูอีกรอบก็ยังคงความคลาสสิกและความเท่
“จริงๆ แล้วก็ใช้เทปกาวได้ทุกสี อยู่ที่ว่าอยากจะสื่อภาพถึงอะไร เช่น ท้องฟ้า ทะเล ก็ใช้เทปกาวสีฟ้า ภูเขา หรือต้นไม้ ก็ใช้เทปกาวสีเขียว แต่ผมชอบที่จะใช้เทปกาวสีน้ำตาลกับสีขาว ผมว่ามันสะท้อนเรื่องแสงและเงาได้ดี ที่สำคัญ ผมว่ามันสามารถที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้ ทั้งเอาต์ดอร์หรืออินดอร์ อย่างมากรุงเทพฯ ครั้งนี้ผมก็ชอบเมืองไทยที่มีเทกเจอร์ไม่เหมือนที่อื่น ซึ่งมันก็เป็นความท้าทายใหม่ๆ ให้ผมต้องฝึกและเพิ่มลูกเล่นเข้าไปได้”
ก่อนจากลากับ แม็กซ์ ซอร์น เราถามเล่นๆ ว่าเขาเคยคิดจะนำภาพส่วนตัวมาทำเป็นงานเทปอาร์ตหรือเปล่า เขาอมยิ้มก่อนตอบ ไม่เคยคิดเลย และไม่แน่ว่าหลังกลับเนเธอร์แลนด์เขาอาจจะลองทำดูบ้าง เผื่อเก็บไว้เป็นผลงานเทปอาร์ตในประวัติศาสตร์ชีวิต
(หมายเหตุ : ผลงานเทปอาร์ตของ แม็กซ์ ซอร์น สามารถชมได้ในนิทรรศการพิเศษ “ลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ครั้งที่ 2 แอท ราชประสงค์” ณ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเกสร จนถึงวันที่ 24 พ.ค.นี้)







