
เอลตัน จอห์น 40 ปีต่อมา...
นี่คืองานอันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ“เอลตัน จอห์น” ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างตัวเขาให้กลายเป็น “ซูเปอร์สตาร์” ที่ส่งประกายแสง “ฟรุ้งฟริ้ง” เข้าตาและอยู่ในสายตาคนทั่วทั้งโลก ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
นี่คืองานอันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ“เอลตัน จอห์น” ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างตัวเขาให้กลายเป็น “ซูเปอร์สตาร์” ที่ส่งประกายแสง “ฟรุ้งฟริ้ง” เข้าตาและอยู่ในสายตาคนทั่วทั้งโลก ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ต้นปี 1973 เอลตัน จอห์น กับคนเขียนเนื้อเพลงคู่บารมี คือ เบอร์นี ทอปิน รวมทั้งโปรดิวเซอร์และนักดนตรี รวมตัวทำงานอยู่ที่ชาโต้อันเก่าแก่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส พลังในการทำงานของพวกเขาเหลือเฟือ สามารถแต่งเพลงได้วันละ 34 แทร็กต่อวัน และเพลงส่วนใหญ่บันทึกเสียงแค่ 2 หรือ 3 เทกเท่านั้นก็ผ่าน
เพลงเหล่านั้นรวมกันเป็นอัลบั้ม Goodbye Yellow Brick Road งานชุดที่ 7 ของเอลตัน จอห์น ซึ่งประกอบด้วยเพลงหลายลีลาและสไตล์ ตั้งแต่ป๊อปไปถึงเร็กเก้ ฮาร์ดร็อก และโปรเกรสซีฟ หลายเพลงสะท้อนถึงหนังและรายการโทรทัศน์ ที่ เบอร์นี ทอปิน ชื่นชอบในวัยเด็ก
นี่นับเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดและขายดีที่สุดของ เอลตัน จอห์น ยอดขายทั้งหมดมากกว่า 30 ล้านแผ่น และติดชาร์ตความนิยมอันดับ 1 นานถึง 8 สัปดาห์ เพลง Bennie and the Jets, Goodbye Yellow Brick Road และ Saturday Night's Alright For Fighting กลายเป็นเพลงฮิตระดับนานาชาติ เพลงอื่นๆ ที่เหลือก็โด่งดังไม่แพ้กัน ทำให้งานชุดนี้เหมือนเป็นงานรวมเพลงฮิต
เอลตัน จอห์น บอกว่า ตอนที่ทำอัลบั้มนี้ คือ ช่วงที่พลังการสร้างสรรค์ของเขาพุ่งถึงขีดสุด!!! ในวัย 20 เศษ เอลตัน จอห์น ยังไร้เดียงสาต่อโลกและวงการ แต่ความไร้เดียงสานี้กลับเป็นเรื่องดีที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นไอเดียสดใหม่ได้ เอลตัน จอห์น บอกว่า นั่นเป็นช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้น เป็นช่วงเวลาที่เขาไม่มีความกลัว ไม่มีอะไรที่ทำไม่ไป เป็นสิ่งยอดเยี่ยมซึ่งมีในคนหนุ่มคนหนึ่ง
เพื่อฉลอง 40 ปี อัลบั้ม Goodbye Yellow Brick Road นำออกมาขายอีกครั้ง เป็นอัลบั้มแผ่นคู่ โดยแผ่นแรกเป็นอัลบั้มที่นำมารีมาสเตอร์ อีกแผ่นเป็นบทเพลงเด่นจากอัลบั้มซึ่งนำมาตีความขับร้องใหม่ โดยนักร้องร่วมสมัยไม่ว่าจะ เอ็ด ชีแรน ฮันเตอร์ เฮย์ส ฟอลล์ เอาต์ บอย แซค บราวน์ แบนด์ ฯลฯ รวมทั้งบันทึกการแสดงสดของเอลตัน จอห์น จากเทศกาลคริสต์มาสปี 1973 พร้อมมีบุ๊กเลตเล่มหนาที่มีเรื่องและรูปเกี่ยวกับศิลปินและผลงานรวมอยู่ด้วย
เอ็ด ชีแรน เลือกร้องเพลง Candle in the Wind ตามคำแนะนำของ เอลตัน จอห์น“ผมกังวลนะ เพราะนี่เป็นเพลงที่สำคัญสำหรับแฟนๆ และคนอังกฤษ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า” นี่เป็นเพลงที่เบอร์นีเขียนเกี่ยวกับ มาริลีน มอนโร ผู้เป็นสัญลักษณ์ของชื่อเสียงและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เมื่อเพลงนี้นำมาใช้ในช่วงที่เจ้าหญิงไดอาน่าสิ้นพระชนม์ จึงกลายเป็นเพลงแห่งความเศร้าที่บางคนอาจจะไม่อยากฟังอีก สำหรับ เบอร์นี ทอปิน เขาเห็นว่า ถ้าเพลงเพลงหนึ่งทำให้คนรู้สึกอย่างนี้ได้ นี่ย่อมจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกเสียจากเพลงที่ดี “นี่เป็นอีกหนึ่งเพลงซึ่งเป็นการรวมตัวที่ลงตัวระหว่างเนื้อเพลงกับเมโลดี้”
ส่วน ฮันเตอร์ เฮย์ส ได้รับเลือกให้ร้อง Goodbye Yellow Brick Road บทเพลงนี้สะท้อนบุคลิคกของนักร้องหนุ่มน้อยคันทรีวัย 22 ปี คนนี้ได้อย่างดี เพราะในเนื้อนั่นเล่าถึงเด็กชายคนหนึ่งที่อยากกลับคืนสู่ถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง ฮันเตอร์ ยังเล่นคีย์บอร์ดในเพลงนี้ด้วย ขณะที่ จอห์น แกรนต์ บอกว่า ความฝันของเขากลายเป็นจริง เมื่อได้ร้องเพลง Sweet Painted Lady และเขาก็ทำออกมาได้โดดเด่นอย่างยิ่ง
Goodbye Yellow Brick Road เป็นงานคลาสสิกขึ้นหิ้ง ซึ่งก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินมากมายในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้งานเพลงของ เอลตัน จอห์น ชุดนี้ก็ยังไม่ล้าสมัย กับการฉลอง 4 ทศวรรษที่สุดพิเศษนี้ แฟนคลับทั้งหลายไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง







