
@ life
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ถึงเวลาชัตดาวน์ไบโพลาร์
“โรคอารมณ์แปรปรวน หรือไบโพลาร์” นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้าม เพราะโรคนี้นับเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ที่อาจรุนแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตายเลยทีเดียว แต่หากเรารู้จักเข้าใจโรคนี้ก็สามารถมีหนทางรักษาให้หายขาดได้เช่นกัน พญ อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่า ไบโพลาร์นั้นอาจมีปัจจัยมาจากวิกฤตชีวิต เช่น สูญเสียคนที่รัก ตกงาน เจ็บป่วย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการได้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคชนิดนี้ เพราะไบโพลาร์เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งถือเป็นปัจจัยหลัก เมื่อคนกลุ่มนี้เจอมรสุมชีวิตจะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วๆ ไป
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเริ่มปรากฏอาการเมื่ออายุประมาณ 25 ปี ขึ้นไป อาการคุ้มดีคุ้มร้ายที่แสดงออกให้เห็น คือ ภาวะสองขั้วที่แยกเป็น ภาวะแมเนีย (Manic Episode) จะมีอารมณ์ดี สนุกสนาน คึกคักเกินเหตุ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ความคิดแล่น ขยันสุดๆ ชอบพูด ชอบคุย พูดเสียงดัง บ้าพลัง แต่งตัวสีสันฉูดฉาด ช็อปปิ้งกระจาย คิดเร็ว ทำเร็ว หรือฉุนเฉียว ก้าวร้าว และภาวะซึมเศร้า (Depressive Episode) ที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าคิดตัดสินใจ ไม่ใส่ใจดูแลตัวเอง อ่อนเพลีย ป่วยบ่อยๆ แต่หาสาเหตุไม่เจอ เก็บตัว ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง หมดหวังกับชีวิต ผู้ป่วยแต่ละรายนั้น อาจเกิดภาวะใดภาวะหนึ่งก่อนก็ได้ เช่น อยู่ๆ เกิดอาการแมเนีย 23 สัปดาห์ แล้วหาย หลังจากนั้น 10 ปี ถึงมาเป็นอีกครั้งก็ได้ สลับกับช่วงที่ซึมเศร้าเก็บตัว หรือบางรายอาจมีภาวะซึมเศร้าติดต่อกันหลายๆ รอบ โดยอาจกลับมาเป็นปกติช่วงสั้นๆ แล้วสลับมาเป็นแมเนีย โดยอาจจะสังเกตจากพื้นฐานพฤติกรรม เช่น ถ้าเคยเป็นคนเรียบร้อยมีเหตุมีผลแล้วกลายเป็นคนแต่งตัวเปรี้ยว พูดเก่ง เกรี้ยวกราด หรือจากคนที่พูดเก่ง ชอบทำงาน ชอบสังคม กลายเป็นคนซึมเศร้า ไม่อยากลุกจากที่นอน นอนดูเพดานได้เป็นชั่วโมงๆ เบื่อสังคม ขาดงานบ่อย ไม่ดูแลตัวเอง หรือป่วยไม่เจอสาเหตุ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าป่วย และพาไปพบแพทย์ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
“โรคนี้เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ เช่น ในภาวะซึมเศร้า สารสื่อประสาทที่ชื่อว่า Serotonin ต่ำ ยกตัวอย่างง่ายๆ สมองเรามี Serotonin เหมือนน้ำอยู่ในภาชนะ ด้านบนมีก๊อกที่ผลิตสารนี้ใส่ภาชนะ แต่อยู่ๆ ก๊อกนี้เกิดสนิม แถมภาชนะยังรั่วอีก จนน้ำหายไปหมดก็จะเกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งรักษาได้โดยการให้ยาเพื่อไปไขก๊อกที่เป็นสนิมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงอุดรอยรั่ว โดยทั่วไปการรับประทานยาประมาณ 2 สัปดาห์ จะช่วยให้อาการเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่การเติมน้ำกลับเข้าไปต้องใช้เวลานาน ดังนั้น แม้อาการจะดีขึ้นแต่ก็หยุดยาไม่ได้ต้องรักษาต่อเนื่อง 25 ปี แต่ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องครบถ้วน โรคนี้ก็สามารถรักษาหายได้”
โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยมีกุญแจสำคัญที่สุด คือ คนใกล้ชิดควรเตรียมตัวและครอบครัวให้เข้มแข็ง หรือที่เรียกว่า วัคซีนใจ ด้วยการดูแลให้มีสุขภาพจิตที่ดีศึกษาข้อมูล เรียนรู้ดูแลกัน และอย่ารีรอที่จะปรึกษาจิตแพทย์ เพราะอาการของโรคนี้ต้องได้รับการรักษาด้วยยาและทำจิตบำบัดควบคู่กัน ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เพียงแต่สังคมต้องให้โอกาส นอกจากนี้ สิ่งสำคัญ 3 ประการ ที่ต้องคำนึงถึง คือ ไบโพลาร์เป็นการป่วย ไม่ใช่นิสัยไม่ดี ไบโพลาร์สามารถรักษาได้ และเมื่อรักษาแล้ว สามารถกลับเป็นคนดี คนเก่ง และกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขได้
รู้เท่าทันก่อนต่อมไทรอยด์เกิดความผิดปกติ
ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมหนึ่งในระบบต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ ซึ่ง พญ.สมพร วงศ์เราประเสริฐ อายุรแพทย์ระบบต่อมไร้ท่อและเบาหวาน โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ฮอร์โมนที่ต่อมไทรอยด์ผลิตนั้นมีความเกี่ยวข้องกับระบบในร่างกาย ด้วยเหตุนี้ต่อมไทรอยด์จึงมีความสำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่นๆ ดังนั้น ถ้าต่อมไทรอยด์เกิดความผิดปกติ จึงมีผลต่อร่างกายอย่างมาก
ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
ความผิดปกติทางขนาด หรือภาวะต่อมไทรอยด์โต...คอพอก ในความรู้สึกของคนทั่วไปอาจมีความหมายที่ค่อนข้างน่ากลัว มองเห็นภาพคอโตยื่นออกมาเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำ นึกถึงการขาดสารไอโอดีน ซึ่งในทางการแพทย์ต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดโต เรียกว่า Goiter ลักษณะเป็นก้อนหลายแบบ เช่น โตทั่วๆ ไปทั้งต่อม โตเป็นก้อนเดียวโดดๆ ข้างใดข้างหนึ่ง ขนาดแตกต่างกันไป
ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ คือ ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป จนระดับฮอร์โมนในเลือดสูงกว่าปกติ อาการที่พบ เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก หิวบ่อย น้ำหนักลดถึงแม้รับประทานมาก สมาธิสั้น เครียด นอนไม่หลับ บางรายถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้นวันละ 23 ครั้ง สำหรับในผู้หญิงประจำเดือนอาจมาน้อยลง ส่วนผู้ชายจะมีอาการกล้ามเนื้อขาและแขนส่วนต้นอ่อนแรง ทั้งนี้ บางรายอาจตับโต ตัวและตาเหลือง อีกทั้งในรายที่ต่อมไทรอยด์เป็นพิษรุนแรงอาจมีอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวได้
ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป เป็นภาวะที่เกิดจากฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดอยู่ในระดับน้อยเกินไป โดยอาการที่พบ เช่น เฉื่อยชา ขี้เกียจ ง่วงหาวบ่อย คิดช้า พูดช้า ซึมเศร้าไม่มีสมาธิ น้ำหนักเพิ่มขึ้นบวกแบบกดไม่บุ๋ม เหนื่อยง่าย หายใจได้ไม่เต็มที่ ท้องผูก ผิวหนังแห้งหยาบ ผมหยาบหนาเปราะร่วงง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นตะคริวง่าย ในผู้หญิงประจำเดือนอาจมามากกว่าปกติ หรือประจำเดือนขาด และในรายที่อาการรุนแรงมากอาจพบน้ำอยู่ในช่องต่างๆ ของร่างกาย เช่น ช่องปอด ช่องหัวใจ
การรักษาต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย ใช้วิธีการให้ฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อชดเชยที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ จึงต้องรักษาไปตลอดชีวิต เมื่อชดเชยฮอร์โมนได้เพียงพอ ร่างกายจะกลับสู่ภาวะปกติ สิ่งสำคัญคือต้องชดเชยให้ฮอร์โมนจนอยู่ในระดับปกติตลอดไป การรักษาต่อมไทรอยด์เป็นพิษมีอยู่ 3 วิธี คือ การให้ยายับยั้งการสร้างฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ การให้ยาไอโอดีนเคลือบสารกัมมันตรังสี Iodine 131 และการผ่าตัด ทั้งนี้ การเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของอาการผู้ป่วยแต่ละราย
ประกายความคิด
อารมณ์และความรู้สึก แก้ปัญหาไม่ได้
โดย พระธรรมกิตติวงศ์







