posttoday
‘ดึกนะคุณขา’ เชียร์ฟุตบอลโลก 2014

‘ดึกนะคุณขา’ เชียร์ฟุตบอลโลก 2014

19 พฤษภาคม 2557

ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค. 2557 ที่จะถึงนี้ เป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 20

โดย...พริบพันดาว&<2288;

ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค. 2557 ที่จะถึงนี้ เป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 โดยมีการคาดหมายว่าช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2014 เม็ดเงินที่มาจากการจัดกิจกรรมและการตลาดจะสะพัดกว่า 4,000 ล้านบาท

กิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดสด ช่วยสร้างสีสันความสนุกสนานและสร้างความเร้าใจให้กับคอบอลชาวไทย ก็ย่อมมีการรวมตัวกันดูฟุตบอลตามร้านอาหาร ผับ คลับ บาร์ ร้านเหล้าต่างๆ เพื่อให้สมใจอยากของคอลูกหนังคนไทยที่รอคอยมาถึง 4 ปี จะมีโอกาสได้ลุ้นได้เชียร์ทีมโปรดจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

แต่หากมองให้ลึกลงไป ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลกลับไม่เอื้อต่อคนดูเมืองไทยและในเอเชียเท่าที่ควร เพราะเวลาการแข่งขันหรือลงสนามแข่งของฟุตบอลโลกปีนี้ตรงกับเวลาในไทยค่อนข้างดึกมากจนถึงช่วงเช้ามืด เป็นข้อจำกัดทำให้มีคนดูไม่มาก กอปรกับสภาวะการเมืองไม่นิ่ง สภาพเศรษฐกิจซบเซาต่อเนื่อง จึงทำให้มีการคาดหมายว่าตลาดของสถานบันเทิงยามค่ำคืนต่างๆ ที่อู้ฟู่ช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกทุก 4 ปี จะไม่เป็นดังที่ตั้งความหวัง

เพราะหากเอากรณีปราบเซียนของความพยายามบุกเบิกถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกของบราซิล และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอเมริกาใต้ (โคปา ลิเบอร์ตาโดเรส) ของทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีบางช่องยังล้มเหลว ด้วยเวลาที่แข่งขันอยู่ในช่วงดึกมากจนถึงเช้าตรู่จนเกินไป ไม่มีใครรอดู โดยส่วนมากจะตกอยู่ในช่วงเวลาตี 4 ถึง 9 โมงเช้า และอีกกรณีก็คือความพยายามถ่ายทอดสดฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ (โคปา อเมริกา) ของช่องฟรีทีวียักษ์ใหญ่ของไทยก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน ด้วยเหตุผลไม่ใช่เวลาที่คนไทยจะดู หรือไม่ใช่ช่วงไพรม์ไทม์ของการออกอากาศในช่องทีวีเมืองไทย

ฟุตบอลโลก 2014 จึงเป็นความท้าทายว่าจะเอาผู้ชมในเมืองไทยอยู่หรือไม่ เพราะถ่ายทอดสดดึกเหลือเกิน

อาร์เอสมองเมินคนดูบอลตามผับ

ผังการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่ออกมาอย่างเป็นทางการ คู่แข่งขันที่แข่งเป็นคู่แรกเริ่มต้นจาก 5 ทุ่ม หรือ 23.00 น. ซึ่งถือว่าดึกไปหน่อยสำหรับเมืองไทย แต่ยังไม่เสียหายมากนักสำหรับคนที่ตั้งใจดู แต่เวลานี้ก็เป็นแค่ส่วนน้อยในผัง เวลาส่วนใหญ่ที่ถ่ายสดก็คือระหว่างตี 2ตี 4 และตี 3ตี 5 ซึ่งเป็นเวลานอนของคนส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์

ผู้บริหารลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ทำตลาดยากมาก เพราะช่วงเวลาถ่ายทอดสดที่ดึกจนเกินไป

“ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เราได้บริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วที่แอฟริกาใต้ และครั้งนี้ที่บราซิลก็แตกต่างกัน เพราะอยู่คนละทวีป เวลาการถ่ายทอดสดก็ต่างกันเยอะ แอฟริกาใต้เวลาจะคล้ายๆ ยุโรป ไม่ต่างกันมากนัก ก็จะต่างกับบ้านเรา 5-6 ชั่วโมง แล้วแต่เมือง ปีนี้เป็นอเมริกาใต้จะต่างกันถึง 10 ชั่วโมง พอเวลาต่างกันมากอย่างนี้ก็คล้ายๆ สลับกันในแง่มูลค่าของการถ่ายทอดสดที่จะหมุนมาเป็นรายได้ของโฆษณามันก็แตกต่างกันอยู่”

‘ดึกนะคุณขา’ เชียร์ฟุตบอลโลก 2014

 

พรพรรณชี้ว่า เรื่องของเงื่อนเวลาจะสำคัญที่สุด เพราะว่าครั้งที่แล้วแมตช์แข่งขันส่วนใหญ่จะเป็น 6 โมงเย็น 3 ทุ่ม แล้วก็ 5 ทุ่ม ซึ่งสามารถขายโฆษณาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ครั้งนี้ต้องบริหารลิขสิทธิ์แบบใหม่ด้วยเงื่อนไขการถ่ายทอดสดที่ดึกมาก โฆษณาหลักลดลง

“แอฟริกาใต้จะแข่งกันช่วงเย็นถึงหัวค่ำและดึกนิดหน่อยสำหรับคนไทย ตรงกับไพรม์ไทม์ในบ้านเรา และเป็นเวลาที่คนออกเที่ยวกลางคืนไปผับไปกินอาหารนอกบ้าน รอบนี้แข่งเร็วสุดก็ 5 ทุ่มเข้าไปแล้ว ในมุมของการดูถ่ายทอดสดก็จะดูยากกว่านิดหนึ่ง เรื่องกังวลนั้นไม่กังวล เพราะตอนที่เราได้สิทธิในการถ่ายทอดสดก็รู้อยู่แล้ว และช่วงเวลาถ่ายทอดสดที่ต่างกัน มันก็นำมาซึ่งวิธีการบริหารสิทธิที่ต่างกันด้วย ในปี 2010 ไม่แปลกที่เราจะถ่ายทอดสดให้ดูฟรีหมดทั้ง 64 แมตช์ โดยหวังรายได้จากโฆษณาเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีความแตกต่างเรื่องเงื่อนเวลา คือ 4 ปีผ่านไป ความเป็นไปได้ที่จะมองการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในมิติและแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันก็มีมากขึ้น

“คือในปี 2010 ต่อให้เราคิดว่าไม่อยากถ่ายทอดสดให้ดูฟรีหมดก็ทำไม่ได้อยู่ดี เพราะหนึ่งตอนนั้นเราไม่ได้เป็นเจ้าของช่อง และก็ไม่มีช่องทางไหนที่จะสามารถสร้างได้ในระยะเวลาอันสั้นเพื่อจะนำมาถ่ายทอดสดในช่องของตัวเอง สองตลาดเซตท็อปบ็อกซ์ก็ยังไม่เกิดอย่างกว้างขวาง เพราะฉะนั้นบริบทของการตลาดและสภาพแวดล้อมของสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป บวกกับความแตกต่างในเรื่องเวลาของการถ่ายทอดสด มันก็นำมาถึงการบริหารลิขสิทธิ์ที่เปลี่ยนไป คือมันไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการที่เราอยากทำแบบนี้แล้วเราลุกขึ้นมาบอกว่า เราไม่ถ่ายฟรีแล้วนะ มันมีเหตุและผลของมัน”

ในส่วนของบริษัท ทีซีซี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอาร์เอส ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่จัดเก็บค่าตอบแทนจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดรายการฟุตบอลโลก 2014 อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นร้านอาหาร สวนอาหาร ศูนย์จำหน่ายอาหาร ร้านคาราโอเกะ ภัตตาคาร เธค ผับ บาร์เบียร์ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ ศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า คลับเฮาส์ และบริเวณสถานที่กลางแจ้งของร้านอาหาร สวนอาหาร สถานบันเทิง โรงแรม ส่วนร้านค้ารายย่อย เช่น ร้านข้าวต้ม ร้านลาบ ส้มตำ ร้านบะหมี่ เป็นต้น จะไม่จัดเก็บ

“คิดว่าไม่น่าจะต่างกับฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วในเรื่องของความสำเร็จ เพราะพูดถึงผลกำไรคิดว่าน่าจะมากกว่าเดิม ที่เคยมีการติติงเรื่องการเก็บค่าลิขสิทธิ์ในคราวที่แล้ว คิดว่าคราวนี้เราก็พูดชัดมาก ประกาศไปล่วงหน้าว่าเราจะไปยุ่งเลยกับแผงลอย ร้านข้าวต้ม ร้านผู้ประกอบการรายย่อยเราก็สนับสนุน ก็เปิดดูฟรีได้เลย ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะมีปัญหาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ เราจะบริหารจัดเก็บสำหรับกลุ่มที่เป็นกลุ่มทำธุรกิจจริงๆ อย่างพวกโรงแรมหรือสถานบันเทิงขนาดใหญ่ ชาวบ้านร้านตลาดก็เฮได้เลย”

พรพรรณบอกว่า ตัวเลข 1 หมื่นราย คือจำนวนร้านค้าที่ทีซีซีคาดว่าจะติดต่อขอถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ราคาค่าลิขสิทธิ์จะลดหลั่นกันไป โดยมีราคาค่าเริ่มต้นขั้นต่ำที่ 3 หมื่นบาท หากคำนวณตัวเลขขั้นต่ำเท่ากับว่าอาร์เอสจะมีรายได้เข้ากระเป๋าประมาณ 300 ล้านบาท แต่อาร์เอสจะไม่จัดอีเวนต์ให้ดูบอลฟรีตามสถานที่สาธารณะเพราะแข่งกันดึกเกินไป

“ถ้าพูดถึงเรื่องการจัดออนกราวด์ หรือพับลิก ลิฟวิ่ง คิดว่าคงทำยากในอีเวนต์แบบนี้ เพราะแมตช์แข่งดึกมาก ถ้าไปจัดเวลาในช่วงแบบนั้นไม่สะดวกกับคนดู เราเลยไม่โฟกัสไปที่จุดนั้นเลย แล้วเป็นตลาดที่มีมูลค่าไม่มากแต่วุ่นวาย เพราะว่ามีความสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์ค่อนข้างสูงกับฟีฟ่า แล้วเราไม่อยากเข้าไปยุ่งสักเท่าไหร่ ครั้งนี้เน้นในเรื่องมีเดีย ไรต์ แบบจริงๆ ให้ดูกันบนหน้าจอจริงๆ ตอนที่เราทำเวิลด์คัพ แชนแนล ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นช่องหลักในการรับชมทั้ง 64 แมตช์ คิดว่าเราได้พิจารณาเรื่องความสะดวกของผู้บริโภคแล้วว่า ดึกอย่างนี้คงมีคนมากมายที่ไม่สะดวกที่จะดูถ่ายทอดสด เราก็พยายามนำมารีรันให้เหมาะกับไพรม์ไทม์ของลูกค้า ทุกอย่างผ่านกระบวนการคิดมาหมดแล้วว่าช่วงเวลาไหนเป็นอย่างไร สะดวกกับคนแค่ไหน เพราะฉะนั้นใครที่ดูช่องนี้ได้ก็น่าจะได้รับความสะดวกอยู่พอสมควร”

แม้ว่าจะดึกอย่างไร แต่ฟุตบอลโลกทุกครั้งเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของมนุษยชาติ พรพรรณมองว่า แฟนบอลก็มีความต้องการที่เฉพาะของเขา เธอคิดว่าถ้าดูภาพรวมในเรื่องคนดูคงไม่น้อยลง ฟุตบอลโลกก็คือฟุตบอลโลก ดึกแค่ไหนก็มีคนดู

“เราพร้อมแน่นอน และจะเอาประสบการณ์ที่เราได้รับจากการบริหารลิขสิทธิ์จากฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วมาเป็นปัจจัยเวลาที่เราพิจารณาเพื่อนำเสนอบริการให้กับลูกค้า ก็จะเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้ หลายครั้งคนก็พยายามคิดว่า อยากให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลง รสชาติหลักของฟุตบอลโลกยังมีอยู่เต็มเปี่ยม เพียงแต่เราทำในสิ่งที่อดีตทำไม่ได้ เพราะในอดีตมีข้อจำกัดเรื่องการออกอากาศ คราวนี้เราจะให้ดูตั้งแต่ 45 นาทีก่อนที่จะคิกออฟ หลังจากจบเกมเป่านกหวีดยาวสุดท้ายแล้ว เราก็จะปล่อยยาวให้ดูบรรยากาศในสนาม สัมภาษณ์โค้ช สัมภาษณ์นักเตะ สามารถเห็นมุมใหม่ๆ ที่คนไทยไม่เคยได้ดู เป็นมิติใหม่ของการดูฟุตบอลโลกในประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง ครบเครื่องมากยิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

‘ดึกนะคุณขา’ เชียร์ฟุตบอลโลก 2014

 

ผ่านศึกฟุตบอลโลกมา 2 ครั้งยังหวั่น

การถ่ายทอดสดตามสถานบันเทิงต่างๆ หรืออีเวนต์ออน กราวด์ ธวัชชัย จารนัย เจ้าของร้านมูนไชน์บาร์ ถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพฯ ซึ่งผ่านประสบการณ์รับมือลูกค้าทั้งไทยและชาวต่างชาติในการเชียร์ฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งจัดกันที่เยอรมนี ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ครั้งนี้จึงเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 ของร้านเข้าไปแล้ว โดยไม่นับรวมฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโรอีก 2 ครั้ง

“จอโปรเจกเตอร์กับเครื่องฉายมีอยู่แล้ว ซื้อมาเมื่อ 8 ปีที่แล้วตอนฟุตบอลโลกปี 2006 ซึ่งจัดกันที่เยอรมนี ทั้งชุดประมาณ 8 หมื่นบาท ได้ใช้มาถึงทุกวันนี้ ร้านมูนไชน์ถ้าเทียบพื้นที่ร้านบนถนนข้าวสารและพระอาทิตย์ ที่นี่เนื้อที่จะเยอะ มีให้นั่งเกือบ 30 โต๊ะ ที่นี่กึ่งเป็นสวนเปิดโอเพ่นแอร์ด้วย การเชียร์บอลก็จะสนุกเป็นบรรยากาศเปิดโล่งแบบสบายๆ มากกว่า มีชาวต่างชาติเยอะ แบบถนนข้าวสารและพระอาทิตย์โดยทั่วไป จะได้บรรยากาศเชียร์บอลที่ผสมผสานทั้งฝรั่งและคนไทย เวลาอังกฤษเตะก็มีคนอังกฤษเข้ามาดูกันเยอะ ฝรั่งเศสก็ยกโขยงกันมา สนุกตรงนี้ พวกนี้จะจัดเต็มในการเชียร์ ทั้งแต่งตัวแต่งหน้าอุปกรณ์พร้อม บรรยากาศจะคล้ายกับเชียร์ในต่างประเทศ เป็นสีสันมากกว่า เพราะเป็นโซนนักท่องเที่ยวฝรั่ง บรรยากาศจะครึกครื้นมากโดยเฉพาะในย่านนี้ ตามท้องถนนก็มีสีสันการเชียร์บอลโลก เริ่มตั้งแต่กลางเดือนไม่รอให้ถึงฟุตบอลโลกเริ่มเตะ ร้านอื่นก็จะเปิดทีวีเฉยๆ”

ธวัชชัย บอกว่า ลูกค้าที่เข้ามาเชียร์ฟุตบอลโลกในร้านเขา จะแบ่งเป็นชาวต่างชาติประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคนไทยแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะสปอนเซอร์ประเภทเครื่องดื่มที่เป็นพันธมิตรสนับสนุนฟุตบอลโลกกับผู้บริหารลิขสิทธิ์จะเป็นตัวกลางที่ดูแลค่าใช้จ่ายให้

“ผมบุกเบิกถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกแถวข้าวสาร-พระอาทิตย์ เมื่อก่อนเช่าที่เดือนละ 2 แสนบาท ใช้จอใหญ่ขนาด 200 นิ้ว มีฝรั่งมาดูเยอะเชียร์สนุก เรื่องลิขสิทธิ์ไม่มีปัญหา พวกยี่ปั๊วส่งเหล้าเบียร์เครื่องดื่มเขาจัดการให้ ช่วยเป็นธุระหาสติกเกอร์อนุญาตให้ฉายได้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ ใครเป็นผับที่เป็นลูกค้าประจำที่ซื้อของเขาก็จะดูแลให้ เราก็โปรโมทให้เขาเป็นการแลกเปลี่ยน ใช้วิธีนี้ดีที่สุด ปีนี้จัดงานร่วมกับเบียร์ยี่ห้อหนึ่งอย่างเป็นทางการ ค่าลิขสิทธิ์เขาจะจ่ายให้ตามเดิม”

ฟุตบอลโลกปีนี้ ธวัชชัยฟันธงว่า เขาหืดขึ้นคอแน่นอน ไม่เหมือนกับ 2 ครั้งที่ผ่านมา เพราะมีการถ่ายทอดสดที่ดึกมาก ต้องทำใจยอมรับและทำใจว่าไม่ใช่อีเวนต์ทองหรือทำเงินสำหรับผับหรือสถานบันเทิงยามค่ำคืนอย่างแต่ก่อน

“การถ่ายทอดสดดึกอย่างนี้เป็นผลลบต่อผับและร้านเหล้าอยู่แล้ว ฉายได้น้อยคู่ คนไม่ออกจากบ้าน สรุปเป็นผลเสียมากกว่าเดิมเสียอีก เพราะคนไม่ออกมา รอดูอยู่ที่บ้านดีกว่า ต้องยอมรับชะตากรรม ร้านคงถ่ายทอดสดได้เฉพาะคู่ 5 ทุ่ม ถ้าคู่ตี 2-ตี 4 หรือคู่ตี 3-ตี 5 คงฉายไม่ได้ เสียดายถ้าถ่ายทอดอีกคู่ตี 1 อาจพอไหลได้ถึงตี 3 แต่หลังตี 2 แล้วไม่ได้ในทางปฏิบัติจริง เพราะเปิดร้านไม่ได้ คู่ดึกคนจะกลับบ้านไปดูมากกว่า หรือไม่ออกมาดูเลย ดูอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลา นอนหัวค่ำแล้วตื่นมาดู หรือดื่มเหล้ารอที่บ้าน หรือกินร้านใกล้บ้าน แต่ก็พยายามแก้ด้วยวิธีอื่น จัดอีเวนต์ถ่ายคู่ 5 ทุ่มให้หนัก โปรโมทในร้านอย่างจริงจัง และจัดชิงโชคใช้วิธีทายแชมป์เป็นรางวัลใหญ่แบบจัดหนัก ให้ลูกค้ามามีส่วนร่วมกับร้านเต็มที่ สร้างกระแสบอลโลกร่วมกับร้าน ใช้วิธีแบบนี้ให้คนมีส่วนร่วมมากกว่าการดูบอลเพียงอย่างเดียว เป็นงานที่หนักมาก”

จากการลงสำรวจพื้นที่ร้านข้าวต้มและร้านอาหารที่ขายโต้รุ่งในหลายร้านๆ และหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้านคงไม่มีลูกค้าเพิ่มขึ้นมากมาย ยอดขายคงเป็นปกติหรือเพิ่มนิดหน่อย เพราะส่วนมากคนดูบอลก็ไม่ใช่คนที่เที่ยวดื่มกินอย่างดึกดื่น เป็นลูกค้าคนละกลุ่มกันอยู่แล้ว และทางร้านคงไม่มีการนำทีวีมาฉายฟุตบอลโลกให้เชียร์กันอย่างเต็มที่ เพราะไม่ใช่จุดขายหลัก

ฟุตบอลโลก 2014 จึงเป็นฟุตบอลโลกสำหรับคนนอนดึก แต่ไม่ใช่ฟุตบอลโลกของบรรดาธุรกิจผับ คลับ และสถานบันเทิงยามค่ำคืน...

สูตรดูแลร่างกายสำหรับคนอดนอนเพื่อดูฟุตบอลโลก 2014

จากคำแนะนำจาก พญ.ลลิตา ธีระสิริ แห่งศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี มีดังนี้

1.กินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบีและซี เพราะเวลาอดนอนทำให้เกิดความเครียดแบบลึกๆ จึงต้องแก้ด้วยวิตามินคลายเครียดประเภทบีและซีปริมาณมาก ดังนั้นในระยะนี้ต้องกินข้าวกล้อง กินผัก ผลไม้ กินน้ำผลไม้คั้นสด น้ำส้มคั้นสดๆ หากกินอาหารประเภทดังกล่าวไม่ได้ ให้ใช้วิตามินบี 100 วันละ 1 เม็ด และกินวิตามินซี 1,000 มก. วันละ 2 เม็ด หลังอาหารเช้า

2.ถึงกลางคืนจำเป็นต้องเติมพลังงานให้กับตัวเอง เพราะส่วนอาหารที่เรากินเข้าไปจะใช้ได้ประมาณ 6 ชม.เท่านั้น หากกินอาหารเย็น 6 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืนพลังงานก็หมดแล้ว จะต้องเติมอาหารที่ให้พลังงานเข้าไป ทั้งนี้ควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายประเภทข้าวต้ม โจ๊ก น้ำข้าว ธัญพืช จะดีกว่าอาหารที่มีไขมันสูงอย่างนมวัว หรือเครื่องดื่มประเภทโกโก้ หรือมอลต์ เนื่องจากเวลาที่จะนอนมีน้อยอยู่แล้ว ไม่ควรกวนกระเพาะให้ย่อยอะไรที่ยาก เพราะจะทำให้หลับไม่สนิทดีนัก และมีอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ทำให้หลับง่ายกว่า เช่น ข้าวเหนียว กล้วย หากเลือกกินยามดึกได้จะทำให้นอนเร็วกว่า

3.ควรนอนทันทีหลังจากเสร็จจากดูบอลหรือดูหนังสือ ไม่ควรเสียเวลาออกไปหาข้าวต้มรอบดึกกินนอกบ้าน เพราะจะยิ่งมีเวลานอนน้อย และควรระลึกไว้ว่าน่าจะมีเวลานอนติดกันประมาณ 4 ชั่วโมง สุขภาพจึงจะไม่เสื่อมทรุดในระยะนี้ ถ้าต้องนอนตี 3 ก็แปลว่าควรจะตื่นตอน 7 โมงเช้าจึงจะดี

4.ไม่ควรแก้ง่วงด้วยการดื่มกาแฟหรือชา เพราะกาแฟมีฤทธิ์ 6-8 ชั่วโมง หากกินกาแฟตอน 4 ทุ่มก็แปลว่าจะหลับได้เอาตอนตี 4 ซึ่งจะทำให้เวลาพักผ่อนไม่พอ หากง่วงก็ควรงีบหลับก่อนแล้วค่อยตื่นมาดูหนังสือหรือดูโทรทัศน์เอาตอนดึก

5.ตื่นเช้าหลังจากอดนอน ควรกระตุ้นตัวเองให้กระปรี้กระเปร่าด้วยวิตามินดังที่ได้กล่าวแล้ว หรือจะใช้โสมกินร่วมด้วยก็ดีกว่าดื่มกาแฟ เพราะการใช้วิตามินกับโสมจะทำให้สมองปลอดโปร่งกว่ากินกาแฟ

‘ดึกนะคุณขา’ เชียร์ฟุตบอลโลก 2014

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท