
ศิรัช เย็นรักษา เดินตามฝันแต่ไม่ทิ้งการเรียน
ยังไม่ทันได้พูดคุยกับหนุ่มหน้าใส แฟรงค์ศิรัช เย็นรักษา ก็พอจะสัมผัสได้ถึงพลัง (งาน)
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
ยังไม่ทันได้พูดคุยกับหนุ่มหน้าใส แฟรงค์ศิรัช เย็นรักษา ก็พอจะสัมผัสได้ถึงพลัง (งาน) บางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ในตัวแฟรงค์ พลังที่พูดถึง คือ พลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะพาตัวเองไต่บันไดแห่งความฝันออกไปสู่โลกแห่งความจริงให้ได้ในวันหนึ่ง
แฟรงค์ แนะนำตัวว่า เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะสถาบันพัฒนาบุคลากรการบิน มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (ร่มเกล้า) แฟรงค์บอกว่า เขาเป็นรุ่นแรกที่เข้ามาเรียนคณะนี้ เพราะคณะนี้เพิ่งแยกตัวออกมาจากคณะศิลปศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่สนใจอยากทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้มาเรียนรู้โดยตรง
“ใจหนึ่งผมก็ชอบนะ ถ้าได้เป็นสจ๊วด เพราะเป็นอาชีพที่ดูดี ยั่งยืน ตอนเด็กเวลามีโอกาสขึ้นเครื่องบิน ได้เห็นพี่ๆ ที่เป็นสจ๊วดผมก็ประทับใจนะ พี่ๆ เขาดูดี ที่สำคัญผมว่าเป็นอาชีพที่เงินดีด้วย”
อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกเรียนในคณะนี้ แต่แฟรงค์กลับบอกว่า อาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไม่ใช่อาชีพในฝันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพราะช่วงเด็ก เขามีความฝันว่าอยากจะเป็นนักกีฬาทีมชาติ โดยกีฬาที่เขามีความถนัด คือ เทนนิส
“ผมอยากเป็นนักกีฬาครับ จำได้ว่า ตอน 9 ขวบ ผมดูโทรทัศน์เห็น ภราดร ศรีชาพันธุ์ ผมบอกกับพ่อว่าอยากเป็นแบบภราดร พ่อก็น่ารัก สนับสนุนผม ให้ผมไปเรียน ผมก็ตั้งใจมาก ซ้อมหนัก วันละ 6 ชม. ไปคัดตัวเป็นทีมชาติหลายปี จนอายุ 16 ปี ถึงสมหวังติดทีมชาติสมใจ แต่พออายุ 17 ปี ผมก็ชักเบื่อ อยากถอนตัว เพราะผมรู้สึกว่าการส่งเสริมกีฬาประเภทนี้ของบ้านเรายังน้อย”
อย่างไรก็ตาม ถึงจะพาตัวเองออกจากวงการมาแล้ว แต่นิสัยและความชอบในการออกกำลังกายยังไม่หายไปไหน เมื่อมีโอกาสแฟรงค์จึงมาร่วมโครงการ “สุขภาพดี ชีวิตดี กับเทสโก้ โลตัส” เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย และการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ
“ผมยังชอบออกกำลังกายอยู่ ทุกวันนี้ผมก็ออกกำลังกายตลอด อย่างโครงการนี้ ปีที่แล้วผมก็มาสมัครแต่ตกรอบสุดท้าย ปีนี้เลยมาใหม่ เพราะเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ความชอบของผมนะ ได้ออกกำลัง ได้ฝึกการพูด การแสดงออก เพราะตอนนี้ผมเริ่มอยากทำงานในวงการบันเทิง”
แฟรงค์ ยอมรับว่า เขามองว่าเวทีเป็นใบเบิกทางชั้นดีสู่การทำงานในวงการบันเทิงของเขา เพราะเห็นว่ามีรุ่นพี่ในวงการหลายคนแจ้งเกิดจากเวทีนี้ เช่น เมนิศาชล ต้วมสูงเนิน ยีนส์เกวลิน ศรีวรรณา สองนักแสดงจากเรื่อง ธิดาแดนซ์
“ตอนนี้ ผมก็เริ่มมีไปลองแคสบทต่างๆ บ้าง แต่ยังไม่เคยมีผลงานจริงจัง มีติดต่อไปเดินแบบ หรือพี่ๆ แนะนำให้ไปแคส เขาก็จะเตือนเราก่อนแล้วว่าบทอาจจะไม่ได้เหมาะมาก แต่การไปแคสงานทำให้เราได้ฝึกการแสดงในบทบาทต่างๆ ไปในตัว ได้ลองเข้ากล้องดู ผมก็โอเค คิดว่าเป็นประสบการณ์”
ถามถึงการแบ่งเวลา ทั้งทำงานและเรียนควบคู่กันไป แฟรงค์บอกว่า เพราะรู้ว่ามีเวลาทบทวนบทเรียนน้อยกว่าคนอื่น เลยเน้นตั้งใจเรียนในห้องเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าตรงกับที่อาจารย์ออกข้อสอบ ก็หนีไม่พ้นส่วนที่อาจารย์สอนในห้องเรียน
“เวลาสอบ ผมก็อ่านทบทวนทั้งหมด แต่อยากน้อยถ้าเราฟังอาจารย์สอนในห้อง จะรู้ว่าตรงไหนอาจารย์เน้นเป็นพิเศษ ส่วนที่เหลือก็อ่านผ่านๆ ตามไป ส่วนเรื่องการขาดเรียนเพื่อไปทำงาน แฟรงค์บอกว่าทางคณะซีเรียสเรื่องเวลาเรียน บางวิชาไม่ให้ขาดเกิน 3 ครั้ง จึงเป็นหน้าที่ของเราต้องวางแผนดีๆ ว่า วิชาไหนขาดไปกี่ครั้ง จะได้ไม่เกิน ไม่ให้งานมากระทบกับการเรียน”
งานอดิเรก : ชอบเต้น แต่ก่อนก็เต้นแนวเกาหลีนะ แต่เดี๋ยวนี้หันมาตามศิลปินไทย เช่น บี้สุกฤษฎิ์ วิแศษแก้ว หรือ แกงส้มธนทัต ชัยอรรถ
“ผมก็เปิดอินเทอร์เน็ต แกะท่าตาม บางเพลงผมก็เติมเอง เห็นว่าตรงนี้น่าจะมีสเต็ปไหน ก็ใส่เพิ่มไป ผมเริ่มมาสนใจการเต้นตอนเรียนปี 1 เพราะคิดว่าถ้าอยากเอาดีในวงการ ก็ต้องมาแบบครบเครื่อง ร้องเพลงได้ เต้นได้”
วันว่าง : ชอบร้องเพลง เล่นดนตรี “ผมว่าการเล่นดนตรี ทำให้เราได้ฝึกและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ทุกวันนี้ผมจะไปร้องเพลงเล่นกีตาร์ตามร้านอาหารสัปดาห์ละวันด้วย
ดูแลตัวเอง : ออกกำลังกาย เล่นเทนนิส ควบคุมอาหาร ไม่กินแป้งหรืออาหารที่มีไขมันสูง







