
กลับมาเพื่อดีกว่าเดิม เปาโล นูตินี
ลูกชายเจ้าของร้านฟิชแอนด์ชิพจากกลาสโกว์ สกอตแลนด์ “เปาโล นูตินี”
ลูกชายเจ้าของร้านฟิชแอนด์ชิพจากกลาสโกว์ สกอตแลนด์ “เปาโล นูตินี” ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 20 ด้วยงานเพลงชุดแรก ตามมาด้วย Sunny Side Up งานชุดที่ 2 ซึ่งขายได้ 2 ล้านแผ่น และขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตถึง 3 ครั้ง
จากคนที่ถูกวางตัวให้รับสืบทอดธุรกิจจากปู่และพ่อ กลายมาเป็นศิลปินดัง เปาโล นูตินี ค่อนข้างช็อกกับชื่อเสียงรวมทั้งปรับตัวไม่ค่อยได้กับวิถีชีวิตใหม่ๆ ยิ่งเมื่อต้องเลิกร้างกับแฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เขาอยากที่จะหยุดทุกสิ่งไว้ก่อน เขาบอกว่า เป็นการถอยหลังกลับเพื่อทบทวน เขาหยุดทำงานทุกอย่างก่อนจะบินไปทัสคานี อิตาลี บ้านของบรรพบุรุษพร้อมกับกีตาร์หนึ่งตัวและใช้เวลาที่นั่นช่วงหนึ่ง จากนั้นก็กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ก่อน เปาโล นูตินี จะบอกกับตัวเองว่า ชีวิตต้องดำเนินต่อไป เขาจะไม่กังวลกับการที่ต้องดำเนินชีวิตท่ามกลางสายตาของสาธารณะอีกแล้ว “ผมแค่ต้องเติบโตขึ้น” จากที่ได้ฟังอัลบั้มนี้ เปาโล นูตินี ก็เติบโตขึ้นอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ
หลังหายไปนานถึง 5 ปี เปาโล นูตินี กลับมาแล้วพร้อมกับอัลบั้มที่ 3 ซึ่งใช้ชื่อว่า Caustic Love เมื่อออกวางขายในเดือน เม.ย. งานชุดนี้สร้างสถิติเป็นอัลบั้มที่ขายเร็วที่สุดในปี 2014 และติดอันดับ 1 ในยูเคชาร์ตมา 3 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว
อายุเพิ่งจะ 27 ปี แต่ว่างานเพลงของ เปาโล นูตินี นั้นมีกลิ่นอายที่เก่าแก่กว่าอายุของเขามาก อาจจะเพราะว่าเขาฟังเพลงตามปู่มาตั้งแต่เด็กๆ เขาเล่นดนตรีกับคนที่อายุมากกว่าเขามาตลอด ในบทเพลงของ เปาโล นูตินี คนฟังจะสัมผัสได้ถึงยุคสมัยที่แตกต่าง มีทั้งปี 1960 และ 1990 อยู่ในบทเพลงเหล่านี้ ความหลากหลายที่ผสมผสานกันอยู่ในงาน สำหรับศิลปินคนนี้แล้วมันก็ไม่ต่างกับการดูหนังสักเรื่อง หนังซึ่งมีฉากที่แตกต่างรวมอยู่ด้วยกัน
Caustic Love เป็นอัลบั้มเพลงป๊อปที่มีส่วนสัดของร็อกอาร์แอนด์บีและโซลผสมเข้าด้วยกัน มีความเป็นอเมริกันอยู่ในนั้น เสียงร้องมีกลิ่นอายเคลติก เป็นเสียงที่มีพลังและมีโทนที่เป็นเอกลักษณ์ หม่นสาก เท่ ส่วนเนื้อหา “เมาๆ” แบบชาวสกอต นอกจากเรื่องรัก ความเชื่อแล้วยังมีเรื่องสังคมการเมืองผสม
เปิดอัลบั้มด้วย Scream (Funk MyLife Up) ซึ่งเป็นบลูส์ฟังค์ Better Man เป็นบัลลาดกอสเพล “เธอทำให้ผมยิ้ม ผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีกว่าเดิม” เขาว่าอย่างนั้น Diana คล้ายงานของ มาร์วิน เกย์ ที่บ่งบอกตัวตนอีกด้านของเปาโล ซึ่งแฟนเพลงป๊อปอาจจะไม่คุ้นกับลีลาแบบนี้นักเขายังได้ทดลองแนวทางใหม่ๆ อย่างที่ปรากฏใน Let Me Down Easy ซึ่งนำเพลงดัง Bettye LaVette มาเป็นแซมเพิล นี่เป็นเพลงอาร์แอนด์บีฟังค์ที่มีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาผสมผสานนักร้องสาวชาวอเมริกัน จาเนล โมเน มาทำงานร่วมในเพลง Fashion ซึ่งมีกลิ่นอายคล้ายเพลงชื่อเดียวกัน โดย เดวิด โบวี อย่างยิ่ง Iron Sky นำเสียงจากหนัง The Great Dictator ของชาร์ลี แชปลิน มาใส่ เป็นเพลงที่สะท้อนแนวคิดเรื่องการเมืองและสังคม ศิลปินสาว อะเดลล์ ชื่นชม เปาโล นูตินี และการแสดงเพลงนี้ของเขาอย่างยิ่ง เธอมีส่วนทำให้คนจำนวนหนึ่งหันมาสนใจงานของเปาโล นูตินี ส่วน Cherry Blossom นำอิทธิพลไซคีเดลิคร็อกมาสร้างสรรค์ใหม่
ความสามารถของ เปาโล นูตินี เปล่งประกายชัดเจนในอัลบั้มนี้ เขาได้เติบโตขึ้น เป็น “โซลแมน” ที่นำอิทธิพลหลากหลายมาเป็นจุดเริ่มต้น เพื่อค้นหาแนวทางเฉพาะตัวจนพบ หลังหยุดทำงานไป 5 ปี เขากลับมาอีกครั้งเพื่อที่จะดีกว่าเดิม
จากที่เป็นขวัญใจชาวสกอต ตอนนี้ เปาโลนูตินี พร้อมที่จะเป็นขวัญใจของคนทั้งโลก







