posttoday

ชีวิตครบรสแบบธันยพร เชี่ยวหัตถ์พงษ์

18 พฤษภาคม 2553

เธอว่าถึงจะทำงานมา 4-5 ปีแล้ว แต่ก็ต้องเรียนรู้อยู่เสมอเพราะความรู้ไม่มีวันจบสิ้น เธอจึงต้องสร้างแรงบันดาลใจและแสวงหาความสุขในการทำงาน เพื่อให้มีพลังใหม่ๆ อยู่เสมอ

เธอว่าถึงจะทำงานมา 4-5 ปีแล้ว แต่ก็ต้องเรียนรู้อยู่เสมอเพราะความรู้ไม่มีวันจบสิ้น เธอจึงต้องสร้างแรงบันดาลใจและแสวงหาความสุขในการทำงาน เพื่อให้มีพลังใหม่ๆ อยู่เสมอ

เรื่อง...อนุสรา ทองอุไร / ภาพ...กิจจา อภิชนรจเรข

สาวน้อยรูปร่างผอมบางวัย 27 ปีคนนี้ เอิร์ธ-ธันยพร เชี่ยวหัตถ์พงษ์ ผู้จัดการฝ่ายส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของบริษัท เกรซ ออฟ อาร์ท ซึ่งมี 2 แบรนด์ดัง ทา เทียร่า และแซนดี้

ชีวิตครบรสแบบธันยพร เชี่ยวหัตถ์พงษ์

เธอไปเรียนชั้นมัธยมที่สหรัฐอเมริกาอยู่ 5-6 ปี ก่อนจะกลับมาเรียนมหิดลอินเตอร์ ทางด้านการเงิน และปริญญาโททางด้านบริหารที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นลูกสาวคนโตที่มาช่วยธุรกิจของครอบครัว บ้านนี้แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ลูกสาวคนโตดูด้านการตลาดและส่งออก ลูกชายดูเรื่องการผลิตและโรงงาน ส่วนลูกสาวคนเล็กถูกวางตัวที่จะมาดูเรื่องการออกแบบ ตามความชอบของแต่ละคน

โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ห้ามที่ลูกจะชอบอะไร เรียนอะไรตามสบาย ขอแค่ยังไงก็มาดูแลธุรกิจของครอบครัวกันหน่อย ทุกคนหลังเรียนจบจะให้ลองไปทำงานที่อื่นเพื่อหาประสบการณ์สัก 2-3 ปี ก่อนจะมาทำธุรกิจของครอบครัว

เธอว่าถึงจะทำงานมา 4-5 ปีแล้ว แต่ก็ต้องเรียนรู้อยู่เสมอเพราะความรู้ไม่มีวันจบสิ้น เธอจึงต้องสร้างแรงบันดาลใจและแสวงหาความสุขในการทำงาน เพื่อให้มีพลังใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

 

5 ความสุขใจ

1.อ่านหนังสือ

หนังสือที่เธอประทับใจสุดๆ คือเรื่อง The Last Lecture ของ แรนดี พอสช์ เป็นศาสตราจารย์ที่สอนในมหาวิทยาลัยที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย คำสอนครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิตเขาพูดไว้ดีมาก เขาสอนให้เรามองการใช้ชีวิตที่ผ่านมาว่า เราสามารถใช้ชีวิตตามที่ฝันไว้ได้หรือไม่ กว่าจะไปให้ถึงฝันต้องมีความอดทน สอนให้ทำประโยชน์กับคนอื่นและสังคม และอย่าลืมที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุข ซึ่งแม้เขาจะเป็นมะเร็งก็ไม่เคยท้อแท้สิ้นหวัง เขายังสู้และใช้ชีวิตให้เป็นปกติที่สุด หลายข้อเขียนในหนังสือให้ข้อคิดที่ดีมาก

2.ออกงานจิวเวลรีแฟร์ทั่วโลก

การเดินทางไปออกงานแฟร์แบบนี้ถือว่าเป็นของสำคัญในการทำธุรกิจนี้ นอกเหนือจากการไปทำงานไปเปิดตลาดใหม่ๆ แล้ว ยังเป็นการไปเรียนรู้ว่าระดับโลกเขาค้าขายอะไรกัน การออกแบบ การเลือกใช้วัตถุดิบได้พัฒนาไปถึงไหน ถือเป็นการไปเปิดหูเปิดตา แม้การเดินทางไปในแต่ละครั้งทั้งเหนื่อยและเครียด แต่ก็ขาดไม่ได้ ธุรกิจมันไปเร็ว ถ้าเราหยุดก็อาจจะตกเทรนด์ไปได้ แต่ละปีจะเดินทางไม่น้อยกว่าปีละ 2-3 ครั้ง

3.ดำน้ำเพื่อความสุขใจ

เธอเป็นคนรักธรรมชาติมาก โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ คิดดูแล้วกันก็ลูกสามคนชื่อเป็นธรรมชาติหมดเลย (เอิร์ธ ซี แซนดี้) เธอจะไปดำน้ำปีละ 2-3 ครั้ง ไปดูโลกใต้ทะเล ได้ทั้งความสุขและแรงบันดาลใจในการทำงาน แม้เธอจะไม่ได้ข้องเกี่ยวเรื่องการออกแบบเท่าใดนัก แต่ก็มักจะเอาข้อมูลไอเดียต่างๆ มาบอกเล่าให้ดีไซเนอร์เสมอ เป็นการไกด์คร่าวๆ ให้ฟัง และการออกแบบคอลเลกชันล่าสุดของทั้งสองแบรนด์คือ Save the Earth ก็เกี่ยวกับธรรมชาติอย่างแรง เน้นออกแบบเป็นธรรมชาติ ดอกไม้ ใบไม้ ผีเสื้อ ผึ้ง แมลง ผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราและความงามจากธรรมชาติจะถูกใจคอลเลกชันนี้อย่างแน่นอน

4.ไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์

บ้านเธอนับถือศาสนาคริสต์ ทุกวันอาทิตย์จะไปโบสถ์กันทั้งครอบครัว การไปโบสถ์ทำให้รู้สึกสงบ สบายใจ แล้วยังได้ไปพบญาติๆ คนอื่นด้วย เช่น ที่บ้านคุณยาย นอกเหนือจากการไปสวดมนต์แล้วก็ได้ไปเจอญาติพี่น้องอีกด้วย ถือเป็นวันครอบครัวของพวกเรา

5.ชมภาพยนตร์

การดูหนังเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง ให้ทั้งความสุขและความบันเทิง เธอชอบแนวโรแมนติกคอมมิดี เช่น บริดเจต โจนส์ ไดอารี่ นอกจากได้เรื่องความบันเทิงแล้ว เวลาได้ดูบ้านเมือง ดูการแต่งตัว ดูเครื่องประดับแล้วยังนำเอามาใช้กับงานได้อีกทางหนึ่ง 

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?