posttoday
‘เรื่องของเรา’ เก็บไว้เป็น ‘เรื่องของเรา’

‘เรื่องของเรา’ เก็บไว้เป็น ‘เรื่องของเรา’

05 พฤษภาคม 2557

เข้าใจว่า สังคมยุคไหน จะกินอะไร ไปเที่ยวที่ไหน ดูละครเรื่องอะไร ฟังเพลงไหน ก็ต้องขอแชร์ ขอโพสต์ ให้ชาวโลกออนไลน์ได้รู้ว่า ทำอะไรอยู่ รู้สึกยังไง

โดย...คุณหนูอี๊

เข้าใจว่า สังคมยุคไหน จะกินอะไร ไปเที่ยวที่ไหน ดูละครเรื่องอะไร ฟังเพลงไหน ก็ต้องขอแชร์ ขอโพสต์ ให้ชาวโลกออนไลน์ได้รู้ว่า ทำอะไรอยู่ รู้สึกยังไง แต่การจะเลือกโพสต์หรือแชร์อะไร บางครั้งก็ต้องคัดกรอง อย่างน้อยก็อย่าให้กระทบความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรืองานที่ทำ

สถานการณ์ แตงโม สาวสวยประจำแผนกที่เพื่อนให้ฉายาว่า สาวแรงสูง เพราะเธอมักทำอะไร หรือแสดงอารมณ์แบบโอเวอร์เกินจริง ยิ่งกว่านั้น ยังปากพาจน ชอบวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นผ่านโลกออนไลน์ หรือไม่ก็เอาปัญหาระหว่างเธอกับเพื่อนร่วมงานไปโพสต์ไปแชร์บนหน้าวอล เช่น เร็วๆ นี้เธอไปโพสต์หน้าวอลของติ๊กกี้ว่า ถ้าไม่มีเวลาคิดงานออกมาดีๆ ก็ไม่น่าเอาเวลาไปกินข้าว ดูหนัง ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ไปโพสต์หน้าวอลของตัวเอง พร้อมแท็กชื่อของโต เพื่อต่อว่า เรื่องที่โตเอาแต่ทำงานจนต้องผิดนัดไปฉลองวันเกิดของเธอ เรื่องนี้ทำให้ทั้งติ๊กกี้และโตรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ทางออก ถ้าพูดแบบเป็นกลาง แตงโมควรจะคัดกรอง หรือใช้วิจารณญาณในการโพสต์ หรือแชร์บนโลกออนไลน์มากกว่านี้ เพราะอย่าลืมว่า โลกออนไลน์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล ผู้ที่ได้รับสารนั้นๆ ไม่ใช่แค่เพื่อนในกลุ่มในกี่คน แต่เป็นทั้งเพื่อน ญาติ และรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือคนรู้จักคนทั้งสองฝ่าย ดังนั้น ก่อนจะโพสต์อะไรโดยเฉพาะที่ต้องพาดพิงถึงคนอื่น น่าจะใช้สติไตร่ตรองก่อน อย่างกรณีตัวอย่างที่ยกมา ถ้าเนื้อหาเป็นคำชม ความรู้สึกของผู้รับสารอาจไปในทางที่ดี ต่อพอเป็นเนื้อความที่ตัดพ้อต่อว่า ย่อมไม่มีใครชอบ แถมยังมาโพสต์ในเฟซบุ๊กซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ ยิ่งเหมือนเป็นการประจานอีกฝ่ายไปด้วย ทางที่ดีเรื่องบางเรื่องถ้าไม่อยากพูดต่อหน้า ก็อาจใช้วิธีส่งข้อความส่วนตัวเพื่อคุยทางไลน์หรือเฟซบุ๊กน่าจะดีกว่า

สถานการณ์ ธิดา พนักงานแผนกการตลาด ผลงานเข้าตา งานหนักเบาก็สู้ไม่ถอย เสียอย่างเดียวที่เธอเป็นจำพวกธิดารู้โลกรู้ ไม่ว่าใครจะจับกลุ่มคุยกันแบบตัวๆ หรือเมาท์กันเป็นแก๊ง ลองธิดาได้เข้าร่วม เรื่องนั้นเป็นอันว่าโลกรู้ จริงอยู่ ดูจากพฤติกรรมเธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ใครเสียหาย เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าเรื่องไหนควรเก็บไว้แค่เราหรือพวกเรา ทำให้หลายครั้งธิดากลายเป็นคนที่ทำให้วง (สนทนา) แตก ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ตัว คิดว่าเพื่อนไม่รัก

ทางออก เพื่อนรักษามิตรภาพที่ดีเอาไว้ เพื่อนในแผนอาจหาทางเตือนให้ธิดารู้ว่า ปัญหาของเธอคืออะไร พฤติกรรมอะไรที่ทำให้เพื่อนๆ ไม่ชอบ ถ้าบอกแล้วธิดาปรับตัว อย่างน้อยก็ได้เพื่อนที่ดีอีกคนหนึ่ง แต่ถ้าธิดายังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม เพื่อนๆ ค่อยบอยคอตธิดา หรือพยายามเลี่ยงไม่ให้ธิดารู้เรื่องสำคัญที่ปั้นความลับก็ยังไม่สาย

Ask the expert..

Q : ดิฉันทำงานออฟฟิศระดับข้ามชาติมา 7 ปี เพิ่งแต่งงานได้ปีกว่า สามีอยากให้ออกมาช่วยธุรกิจของเขา แต่ดิฉันชอบทำงานแบบมืออาชีพก็บ่ายเบี่ยงเขามาตลอด คิดว่าสักวันเขาอาจจะให้ออกมาช่วยจริงๆ เราจะปรับตัวปรับใจเรื่องนี้อย่างไรดีคะ?

A : กรรณิการ์ สิทธิชัย (Consulting Partner) บริษัท ออคิด สลิงชอท ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีที่สามีเห็นความสำคัญของคุณ อยากให้คุณเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยธุรกิจของเขา เข้าใจว่าการจะให้ทิ้งงานที่เรารักมันยากขนาดไหน ในขณะที่คำร้องขอของสามีก็สำคัญไม่อาจเพิกเฉยได้ แต่ทั้งหมดทั้งปวงเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ขออ้างอิงหลักคำสอนทางพุทธศาสนาบอกว่า คนที่ทุกข์คือ คนที่มักติดอยู่กับอดีตหรืออนาคตข้างหน้าจนเกินไป สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันก็ผ่านมาแล้ว สิ่งที่ยังไม่มาถึงเราก็ยังไปไม่ถึง หากใครไปยึดติดกับมันก็อาจทุกข์ได้ ขอแนะนำให้คุณอยู่กับภาวะปัจจุบัน อยู่กับหน้าที่การงาน เวลา บุคคลที่คุณอยู่ด้วย ณ ขณะนี้ วางข้างหน้าและข้างหลัง สร้างปัจจุบันให้ดี บอกตัวเรา เตือนตัวเราให้ทำสิ่งที่ทำอยู่ให้ดี ทำงานที่คุณรับผิดชอบอยู่ตอนนี้ให้ดีที่สุด จากที่เล่าว่าคุณทำงานอยู่ในบริษัทข้ามชาติ ซึ่งโดยปกติบริษัทข้ามชาติส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับ Performance ของพนักงานมากที่สุด หากมีเรื่องต้องให้กังวลอาจส่งผลกระทบต่องานที่ทำอยู่ในปัจจุบันก็ได้ เมื่อเวลาที่คุณต้องตัดสินใจเลือกมาถึง ไม่สามารถบ่ายเบี่ยงสามีได้แล้ว

ดิฉันขอฝากเทคนิคหนึ่งของ NLP (Neuro Linguistic Programming) คือการใช้คำถามแบบ Cartesian Coordinate Question ไว้ให้คุณถามตัวเอง คำถามมี 4 ข้อดังนี้

1. อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณลาออกไปช่วยธุรกิจของสามี

2. อะไรจะไม่เกิดขึ้นถ้าคุณลาออกไปช่วยธุรกิจของสามี

3. อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณไม่ลาออกไปช่วยธุรกิจของสามี

4. อะไรจะไม่เกิดขึ้นถ้าคุณไม่ลาออกไปช่วยธุรกิจของสามี

ลองเขียนคำตอบทีละข้อลงในกระดาษ เขียนให้ได้มากที่สุด เมื่อได้คำตอบทั้งหมดแล้วให้พิจารณาคำตอบที่ได้ว่ากระทบต่อค่านิยมและความเชื่อของคุณอย่างไร แล้วคุณจะพบว่าคุณควรตัดสินใจอย่างไร Trust your instincts, and make judgments on what your heart tell you.

The heart will not betray you.

He Said / She Said

ไผ่พนักงานบริษัท

“สาวๆ ในสเปกผมนะหรอ ต้องสวยครับ (หัวเราะ) ขอแค่เธอเข้าใจเรา ไม่หวงเราจนมากไป แต่มีความห่วงใยบ้างผมว่าก็โอเคแล้วนะครับ”

ฟ้าพนักงานบริษัท

“ชอบหนุ่มๆ ที่ไม่เรื่องเยอะ เข้าใจง่ายๆ เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง และพร้อมจะรับใครคนหนึ่งไปดูแล เราก็ว่าใช่สเปกแล้วนะคะ”

Quote

“ถ้าผู้หญิงสามารถที่จะไปเป็นคนงานของการทางรถไฟรัสเซียได้ แล้วทำไมพวกเธอจะออกไปอยู่ในอวกาศไม่ได้ล่ะ”

วาเลนติน่า ตาเรชโคว่า นักบินอวกาศหญิงคนแรกของรัสเซีย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน