posttoday
การทะเลาะ

การทะเลาะ

04 พฤษภาคม 2557

สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ การทะเลาะวิวาทนั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทยอีกต่อไป

สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ การทะเลาะวิวาทนั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทยอีกต่อไป ในสมัยพุทธกาลภิกษุ (อุปักกิเลสสูตร) ในกรุงโกสัมพีก็เกิดขัดใจทะเลาะวิวาทกันขึ้น รุนแรงจนในพระสูตรกล่าวไว้ว่า “เสียดสีกันและกันด้วยฝีปากอยู่”

มีพระภิกษุรูปหนึ่งได้เข้าไปเฝ้าขอร้องให้พระพุทธเจ้าเสร็จไประงับการทะเลาะวิวาท พระผู้มีพระภาคได้เสด็จเข้าไปแล้วตรัสกับภิกษุเหล่านั้นว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อย่าเลย อย่าขัดใจ อย่าทะเลาะ อย่าแก่งแย่ง อย่าวิวาทกันเลย” แต่ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลว่า “ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดทรงเป็นผู้ขวนขวายน้อย ทรงประกอบเนืองๆ แต่สุขวิหารธรรมในปัจจุบันอยู่เถิด พวกข้าพระองค์ยังจักปรากฏอยู่ด้วยการขัดใจ ทะเลาะ แก่งแย่ง วิวาทกันเช่นนี้”

ฟังดูแล้วท่านผู้อ่านอาจคุ้นๆ กันสถานการณ์เช่นนี้ พระพุทธองค์ทรงห้ามถึง 3 ครั้ง แต่ภิกษุเหล่านั้นถูกความโกรธครอบงำจึงไม่เชื่อฟัง พระผู้มีพระภาคจึงได้เสด็จออกจากกรุงโกสัมพีไปยังพาลกโลณการคามและปาริเลยยกะ โดยมีช้างชื่อปาริเลยยกะบำรุงอยู่ พระผู้มีพระภาคเสด็จไป 3 เดือน ชาวนครโกสัมพีเกิดความไม่พอใจ เมื่อชาวเมืองเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อบูชาและฟังธรรมยังพระวิหาร แต่ไม่พบพระศาสดา จึงไต่ถามได้ความก็ไม่พอใจภิกษุเหล่านั้น ด้วยว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาเพื่อจักเกลี้ยกล่อมภิกษุให้สามัคคีกัน แต่ไม่อาจทำให้สามัคคีกันได้ จึงเสด็จออกไปแล้ว พวกชาวเมืองจึงคาดโทษภิกษุเหล่านั้นว่า จะไม่ถวายภิกษา เมื่อรุ่งขึ้นภิกษุก็ไปบิณฑบาตตามละแวกบ้าน ไม่ได้อะไรเลย ภิกษุเหล่านั้นจึงได้สำนึก

การทะเลาะกันนั้นท่านกล่าวไว้ว่า ภิกษุมีสติหลงลืม พูดตามอารมณ์ ไม่มีสติปัฏฐานควบคุม พูดไปเพื่อเพียงปรารถนาจะตีฝีปาก ไม่เคารพในสงฆ์ ความทะเลาะ นำไปสู่ความเป็นคนหน้าด้าน มีการผูกโกรธกันว่าคนโน้นได้ด่าเรา คนโน้นได้ลักของของเรา คนโน้นได้ประหารเรา ย่อมไม่รู้ว่าพวกเราจะย่อยยับ คือจะฉิบหายใกล้ตายเข้าไปทุกขณะมิได้ขาด เวรในโลกนี้ ย่อมไม่ระงับได้ด้วยเวรเลย ในกาลไหนๆ แต่จะระงับได้ด้วยไม่มีเวรกัน นี้เป็นธรรมดามีมาเก่าแก่ ก็คนพวกอื่นย่อมไม่รู้สึกว่า พวกเราจะย่อยยับในที่นี้ แต่ชนเหล่าใดในที่นั้นรู้สึก ความมุ่งร้ายกัน ย่อมสงบแต่ชนเหล่านั้นได้ คนพวกอื่น ตัดกระดูกกัน ผลาญชีวิตกัน ลักโค ม้า ทรัพย์กัน แม้ชิงแคว้นกัน ยังมีคืนดีกันได้

พระพุทธองค์ทรงเห็นโทษในการอยู่เป็นหมู่ที่ทะเลาะคือสหายที่เป็นพาลหลงลืมสติ และเห็นคุณแห่งสหายที่เป็นบัณฑิตคือผู้มีปัญญา หากไม่ได้สหายผู้มีปัญญา พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไป เหมือนพระราชาที่ทรงสละราชสมบัติ การเที่ยวไปคนเดียวประเสริฐกว่า เพราะความเป็นสหายกันในคนพาลไม่มี พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไป และไม่พึงทำบาป...

ในพระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จไปแสดงธรรมให้พระภิกษุที่อยู่ในบ้านพาลกโลณการและในป่าปาจีนวังสทายวันในระหว่างทางด้วย มีเกร็ดธรรมที่น่าสนใจ คือ

ภิกษุเหล่านั้นได้ทำฌานจนได้ทิพจักษุ แต่ยังมีสมาธิไม่มั่นคง แสงสว่างและการเห็นรูป (ด้วยฌาน) ยังไม่ตั้งมั่น บางทีแสงสว่างและการเห็นรูปก็หายไป จึงได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้า พระพุทธองค์ได้ทรงอธิบายถึงสาเหตุว่ามีหลายสาเหตุด้วยกันที่ทำให้สมาธิถดถอย เมื่อครั้งก่อนที่พระองค์จะทรงตรัสรู้ก็ได้เกิดเช่นนี้และทรงพิจารณาถึงสาเหตุแล้วนำมาตรัสสอนว่า เนื่องจากเหตุเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่า

อุปกิเลส 11 ประการ ผู้เขียนขอยกมาโดยสรุปย่อๆ คือ

- วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัย เกิดขึ้น

- อมนสิการ คือ ความไม่ใส่ใจด้วยดี เกิดขึ้น

- ถีนมิทธะ คือ ความหดหู่ท้อถอย ความเกียจคร้าน เกิดขึ้น

- ความหวาดเสียว (เปรียบเหมือนบุรุษเดินทางไกลเกิดมีคนปองร้ายขึ้นที่สองข้างทาง เขาจึงเกิดความหวาดเสียว เช่น การเห็นนิมิตที่น่ากลัว ต้องแก้ด้วยการทำความเข้าใจว่า เวลาแลดูปกติย่อมไม่มี คือ เห็นเฉพาะในสมาธิ เมื่อไม่มี ทำไมจะต้องไปกลัว) เกิดขึ้น

- ความตื่นเต้น (เปรียบเหมือนบุรุษผู้แสวงหาแหล่งขุมทรัพย์แห่งหนึ่ง เกิดพบขุมทรัพย์เข้า 5 แห่งในคราวเดียวกัน ต้องแก้ด้วยการประคองจิตไว้อย่างมั่นคง) เกิดขึ้น

- ความชั่วหยาบ เกิดขึ้น

- ความเพียรที่มากเกินไป (เปรียบเหมือนบุรุษเอามือจับนกคุ่มไว้แรงเกินไป นกนั้นก็ตายในมือนั่นเอง) เกิดขึ้น

- ความเพียรที่ย่อหย่อนเกินไป (เปรียบเหมือนบุรุษเอามือจับนกคุ่มไว้หลวมเกินไป นกนั้นก็บินไปจากมือเขาได้) เกิดขึ้น

ตัณหาที่คอยกระซิบ (เช่น เห็นหมู่เทวดา) เกิดขึ้น

- ความสำคัญสภาวะว่าต่างกัน (แก้โดย ตั้งใจว่าจะใส่ใจถึงรูปที่มีกำเนิดอย่างเดียวกัน จะน่าปรารถนาหรือไม่ก็ตามที) เกิดขึ้น

- ความเพ่งเล็งรูปเกินไป (ใส่ใจแต่แสงสว่างแห่งบริกรรมอย่างเดียว ใส่ใจถึงรูปที่เป็นอารมณ์เท่านั้น) เกิดขึ้น

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องเกาะจิตให้เศร้าหมองได้ พระพุทธเจ้าทรงให้รู้สาเหตุว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุให้สมาธิเลื่อมได้ ให้ละสิ่งเหล่านี้ สมาธิจึงจะเจริญ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง