
พญ.มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์ พาไปรู้จักธรรมชาติของ ‘แผลเป็น’
ฉบับนี้พาไปรู้จัก “พญ.มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
ฉบับนี้พาไปรู้จัก “พญ.มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคณะอนุกรรมการวิชาการ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมาเล่าให้ฟังถึง “แผลเป็น” ว่ามีกี่ชนิด และวิธีการรักษาวิธีใดที่จะทำให้แผลเป็น กลายเป็นเรื่องเล็กสำหรับคุณ
พญ.มาริษา บอกว่า แผลเป็นเกิดจากการซ่อมแซมของผิวหนัง เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการห้ามเลือดจากบาดแผลไปถึงการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่แข็งแรงบริเวณใต้ผิวหนัง โดยจะกลายเป็นแผลเป็นที่สมบูรณ์ ในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ แผลที่ลึกกว่าชั้นหนังแท้ลงไป ผิวหนังส่วนบนมักจะหายไม่ดีจนกลายเป็นแผลเป็น ซึ่งเป็นได้ทั้งแผลเป็นนูน และแผลเป็นลึกลงไป ซึ่งปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดว่าแผลเป็นจะหายดีหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับความลึกของแผล กรรมพันธุ์และเชื้อชาติ ตำแหน่งของบาดแผล สาเหตุของบาดแผล ปัจจัยจากการเย็บแผล รวมถึงการดูแลรักษาในขณะที่เป็นแผล
ทั้งนี้ พญ.มาริษา พูดถึงแผลเป็น 3 แบบที่คนไทยเป็นกันมาก ได้แก่ 1.แผลเป็นอันเกิดจากสิว และ 2.แผลเป็นจากการถลอก และ 3.จากการผ่าตัด โดยแผลเป็นที่เกิดจากการเป็นสิวนั้น พบบ่อยในช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยวิธีรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความลึก และขนาด โดยมีวิธีรักษาตั้งแต่ ตัดหลุม ขัดผิว และใช้เลเซอร์ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเทคโนโลยีการรักษาใหม่ๆ มากมาย แต่ผลการรักษายังมีข้อจำกัดทำให้ต้องรักษาหลายวิธีร่วมกัน
“แผลเป็นที่มีความลึกหรือแผลที่มีการทำลายของรูขุมขนจะไม่สามารถกลับมาเป็นผิวหนังปกติได้ 100% เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยควรมีการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการเลือกวิธีการรักษาและผลที่จะได้รับ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ป้องกันด้วยการไม่แกะสิว”
แบบที่ 2 ได้แก่ แผลเป็นจากการล้มถลอก พญ.มาริษา แนะนำให้รีบห้ามเลือดในเบื้องต้น และล้างทำความสะอาด หรือใช้สบู่ฟอกกำจัดสิ่งสกปรกออกจากบาดแผลทันที โดยหลังจากนั้น ให้ใช้ยาปฏิชีวนะชนิดครีมหรือขี้ผึ้งทาก่อนปิดแผลด้วยปลาสเตอร์เพื่อป้องกันแผลจากสิ่งสกปรกภายนอก ขณะเดียวกัน เมื่อตกสะเก็ดก็ควรหลีกเลี่ยงการแกะเกาสะเก็ดแผลเนื่องจากจะทำให้แผลหายช้า
ส่วนแผลเป็นจากการผ่าตัดนั้น พญ.มาริษา บอกว่า แผลที่เกิดจากการเย็บสามารถป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนโดยการใช้แผ่นปิดเพื่อกดทับหรือเจลปิดแผล เช่น ซิลิโคนเจล โดยเริ่มใช้หลังผ่าตัดหรือหลังตัดไหม ปิดไว้นาน 12-24 ชั่วโมง และปิดไว้ประมาณ 3-6 เดือน โดยแผลเป็นจากการเย็บใน 6 เดือนแรกมักพบเป็นแผลนูน แต่แผลนูนตามร่องรอยการเย็บนั้นส่วนใหญ่สามารถหายได้ เมื่อแผลมีการซ่อมแซมสมบูรณ์ภายในเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี
อย่างไรก็ตาม แผลเป็นนูนในบางรายอาจเป็นชนิดคีลอยด์ซึ่งมักโตขึ้นหลังการเย็บแผลนานหลายเดือน และมีขนาดหรือการขยายลามออกจากแผลดั้งเดิมมาก โดยการรักษาทำได้ตั้งแต่ ฉีดยาเข้าไปในแผล ยาที่ใช้ ได้แก่ สเตียรอยด์ และยาต้านการเจริญของพังผืด รวมถึงการรักษาเสริมอื่นจะมีส่วนช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นและทำให้สีหรือพื้นผิวของแผลดีขึ้น เช่น การทายา การทำเลเซอร์ เป็นต้น ส่วนการรักษาโดยการตัดแผลเป็นนั้นอาจเป็นทางเลือกทางหนึ่ง ซึ่งต้องคำนึงถึงโอกาสการกลับเป็นซ้ำของแผลนูน เนื่องจากเป็นการทำให้เกิดแผลเย็บใหม่ จึงอาจต้องให้การรักษาอื่นเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ เช่น การฉายแสง หรือการฉีดยาสเตียรอยด์ และตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง







