
ไฟฝัน แรงพลัง แรงบันดาลใจ The Cheer Ambassadors
คุณเคยหมดแรงพลังและขาดแรงบันดาลใจ ในการทำความฝันให้กลายเป็นจริงบ้างไหมครับ?
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
คุณเคยหมดแรงพลังและขาดแรงบันดาลใจ
ในการทำความฝันให้กลายเป็นจริงบ้างไหมครับ?
หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ผมมีเรื่องราวดีๆ ที่อาจทำให้คุณมีแรงพลังและแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นมาได้บ้าง แล้วเกี่ยวกับความฮอตและคูลอย่างไร เกี่ยวสิครับ เรื่องมีอยู่ว่า... ทีมเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ณ ตอนนี้ เขาได้เดินทางไปป้องกันแชมป์ในการแข่งขันระดับโลก กับเวที เดอะ 2014 ไอซียู เวิลด์ เชียร์ลีดดิ้ง แชมเปี้ยนชิพ และ เดอะ เชียร์ลีดดิ้ง เวิลด์ส ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา และกำลังจะถึงวันตัดสินในวันที่ 4 พ.ค. ณ อีเอสพีเอ็น ไวด์ เวิลด์ ออฟ สปอร์ตส์ คอมเพล็กซ์, วอลท์ ดิสนีย์ รีสอร์ท, ออร์แลนโด ฟลอริดา, สหรัฐอเมริกา ที่ใกล้จะถึงนี้แล้ว (ไทยแลนด์สู้ๆ)
นี่น่าจะเป็นเรื่องที่ฮอตที่สุด
และความคูลของมันก็อยู่ตรงนี้ครับ...
ที่ต้องหยิบเรื่องการแข่งขันป้องกันแชมป์นี้ขึ้นมาพูด เพราะก่อนหน้านี้มีภาพยนตร์สารคดีที่นำเสนอเรื่องราวของชายคนหนึ่งผู้ซึ่งมีความฝัน ฝันอยากเป็นเชียร์ลีดเดอร์ที่มีรูปแบบจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือที่บ้านเราเรียกว่า ปอมปอมเชียร์ และฝันอยากก่อร่างสร้างทีมเชียร์ขึ้นมา เพื่อสักวันหนึ่งจะได้ไปแข่งขันในเวทีระดับโลก และเพื่อคว้าแชมป์ให้ชาวโลกได้รู้ว่า เด็กไทยจากประเทศไทยก็สามารถทำสิ่งนี้ได้ และทำได้ดีเลิศเสียด้วย
ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้มีชื่อว่า “The Cheer Ambassadors”
จากเชียร์ลีดเดอร์ที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็นเชียร์ลีดเดอร์ที่ทำให้ชาวโลกตะลึง เมื่อคว้ารางวัลจากการแข่งขันในปี 2009 และ 2011 ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเรื่องราวของพวกเขากลายเป็นภาพยนตร์สารคดี ที่สร้างสรรค์โดยสามทหารเสือ “เจสัน” ผู้อำนวยการสร้าง “เต้ฐปนนท พิทักษ์รัตนโยธิน” โปรดิวเซอร์ และ “ลุค แคสซาดี ดอเรียน” ผู้กำกับที่พำนักอยู่ในเมืองไทยมายาวนานกว่า 10 ปี (เป็นครูสอนโยคะ ในขณะที่ก็จบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง อีกด้วย จึงทำให้ฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ดีทีเดียว) และเป็นตัวแทนการนำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อคนทั่วโลก
“เราภูมิใจมากครับ ที่ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ได้ออกฉายตามโรงภาพยนตร์กว่า 10 ประเทศทั่วโลก และคว้ารางวัลจากเทศกาลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Best Documentary จากเทศกาลภาพยนตร์ 60 N Os ประเทศนอร์เวย์ และรางวัล the Audience Award จากเทศกาล the ChopShots Documentary Film Festival Southeast Asia ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และเข้าฉายเป็นครั้งแรกที่ทวีปอเมริกาเหนือ ที่ CAAMFest เทศกาลภาพยนตร์อเมริกันเอเชียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยผลตอบรับจากทั่วโลกที่มีต่อภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ก็เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก รวมทั้งเรายังได้มีโอกาสทูลเกล้าฯ ถวายภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย”
ลุค เผยว่า ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ได้เก็บบันทึกเรื่องราวของที่มาของทีมเชียร์ การฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง การแข่งขันในประเทศไทย การก้าวไปสู่การแข่งขันระดับโลก รวมทั้งมิตรภาพอันพิเศษของนักกีฬาเชียร์ลีดเดอร์ทีมไทยและทีมอเมริกัน ซึ่งต่างก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเป็นกำลังใจให้แก่กัน นี่คือภาพยนตร์สารคดีที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจที่จะทำให้คุณเอาใจช่วยทีมนักกีฬาไก่รองบ่อนอย่างหมดหัวใจ
“ผมทำหนังเรื่องนี้เพื่อส่งต่อแรงพลังและแรงบันดาลใจ อีกทั้งยังนำเสนอเรื่องราวด้านบวกของประเทศไทย ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่ดีนัก การที่หนังเรื่องนี้ออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก พอหนังจบ มีคนดูหลายคนเดินน้ำตาคลอเข้ามาหาผม แล้วบอกว่านักกีฬาเชียร์ลีดเดอร์จากเมืองไทยได้สร้างแรงบันดาลใจแก่พวกเขาอย่างมากมาย การที่เราสามารถช่วยให้ชาวต่างชาติมองประเทศไทยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่มีความหมายกับผมมาก และผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่หนังเรื่องนี้ได้เข้าฉายที่ประเทศไทยได้รับการตอบรับจากคนดูชาวไทยด้วยก็ดีใจครับ ซึ่งใครที่สนใจอยากดู สามารถเข้าไปในเว็บไซต์ http://spstories.com/th/tca/ ได้ โดยสามารถเช่าเพื่อมาชมได้ในราคา 2.99 เหรียญสหรัฐ หรือซื้อมาดูได้ในราคา 9.99 เหรียญสหรัฐ และผมคิดว่าถ้าได้รับการตอบรับที่ดีทางโลกออนไลน์ อาจทำเป็นดีวีดีขายด้วยครับ”
สำหรับหัวใจสำคัญของภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ อยู่ที่ผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งลุค เผยว่า เขาคือผู้ที่มีแรงพลังและไฟฝันอันแรงกล้า หากไม่มีผู้ชายคนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
“เขาชื่อ เต้ยสราวุธ สำเนียงดี ผู้ฝึกสอนตัวเล็กๆ แต่ใจยิ่งใหญ่ของทีมเชียร์ของประเทศไทย จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพครับ และเพราะความฝันรวมทั้งหัวใจอันยิ่งใหญ่ของเขานี่แหละ ที่พอเต้ได้เล่าเรื่องราวของเขาให้ผมฟัง มันจึงเป็นการจุดประกายให้ผมอยากทำภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้”
ลุค เล่าว่า หลังจากภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ได้ออกฉายทั่วโลก เต้ยก็ได้บอกเล่าให้เขาฟังว่า เต้ยได้รับอีเมลและข้อความขอบคุณจากเฟซบุ๊กของผู้คนทั่วโลกที่ได้ดูภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ “หลายคนถามเต้ยว่า เมื่อไรทีมของเมืองไทยจะไปแข่งขันที่อเมริกาอีก ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็ได้ไปแข่งขันแล้ว เอาเป็นว่า เราต้องมาตามลุ้นว่าเต้ยและทีมเชียร์ลีดเดอร์จากประเทศไทย จะป้องกันแชมป์ได้อีกหนึ่งสมัยหรือไม่”
หากความฝัน ความมุ่งหวัง ความตั้งใจ ความเพียรพยายามของทีมเชียร์ลีดเดอร์จากเมืองไทย รวมทั้งทีมผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่อยากส่งต่อเรื่องราวดีๆ ให้แก่คนทั่วโลกได้รับชม เพื่อที่จะก่อเกิดแรงพลังและแรงบันดาลใจที่ดีแก่ตัวเอง ผมเชื่อแน่ว่า ในฐานะผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง รวมทั้งเป็นคนไทยที่ได้ชมภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ผ่านทางออนไลน์ ผมขอยืนยันว่า ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย เหมือนที่ทีมเชียร์ลีดเดอร์ของเมืองไทยก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน มันทำให้ผมดูแล้วตื้นตัน จุกอก และเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า
ผมมีความฝันอะไรบ้างไหม?
ผมอยากทำให้มันกลายเป็นจริงหรือเปล่า?
ถ้าผมอยากทำ
ผมได้ทำเต็มที่แล้วหรือยัง
เพื่อที่ว่าวันหนึ่ง ผมจะไม่ได้รู้สึกเสียดายเลย
กับการได้ทำมันอย่างเต็มที่
โดยไม่กล่าวโทษตัวเองว่า...วันนั้น เราน่าจะทำมันให้ดีกว่านี้!







