posttoday
ณัฐกาญจนี อินถา ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

ณัฐกาญจนี อินถา ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

02 พฤษภาคม 2557

เมื่อครั้งที่ได้เจอกับเจ้าของร้านกาแฟและเบเกอรี่ “ชุบชีวา” บนถนนแนบเคหาสน์ หัวหิน

โดย...ภาดนุ / ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

เมื่อครั้งที่ได้เจอกับเจ้าของร้านกาแฟและเบเกอรี่ “ชุบชีวา” บนถนนแนบเคหาสน์ หัวหิน เราก็พบว่า “ณัฐกาญจนี อินถา” หรือ “จุ๊ก” เป็นคนที่มีบุคลิกร่าเริง พูดจาฉะฉาน คุยด้วยแล้วสนุกสนานเพลิดเพลิน

แต่ก่อนที่จะมาเป็นเจ้าของร้านและเชฟเบเกอรี่อย่างทุกวันนี้ จุ๊กเริ่มต้นบนเส้นทางในการทำสิ่งที่ตัวเองรักอย่างไรบ้าง

“จุดเริ่มต้นก่อนจะมาทำร้านชุบชีวา มาจากการที่จุ๊กมีความฝันว่าอยากมีร้านกาแฟและเบเกอรี่น่ารักๆ สักร้านหนึ่ง ตั้งแต่ตอนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตแล้วค่ะ มันจึงเป็นแรงผลักดันให้จุ๊กมองหาพื้นที่ให้เช่าเพื่อเปิดร้าน ด้วยความที่จุ๊กเป็นคนชอบดื่มกาแฟเป็นทุนเดิม และมักจะอินกับบรรยากาศของร้านกาแฟมากๆ จึงมาลงตัวกับโลเกชั่นที่หัวหิน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะมีสวนเล็กๆ คล้ายกับสวนของบ้านให้นั่งเล่น เดินเล่นได้สบายๆ ก็เลยตัดสินใจเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้านขึ้นที่นี่”

เมื่อรู้ว่าตัวเองตัดสินใจลงเอยกับการเปิดร้านกาแฟแล้ว จุ๊กก็เริ่มซื้ออุปกรณ์ในการทำกาแฟแบบครบเซต พร้อมทั้งไปเข้าคอร์สเรียนรู้วิธีการชงกาแฟชนิดต่างๆ อย่างจริงจัง ซึ่งเธอเชื่อมั่นว่ากาแฟนั้นขายได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ถ้าวัตถุดิบซึ่งก็คือกาแฟดี เครื่องชงกาแฟดี สำหรับเธอแล้วการขายกาแฟก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง

“ช่วงแรกๆ ของการเปิดร้านกาแฟ ด้วยความที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำเบเกอรี่มาก่อน จุ๊กยอมรับว่าช่วงแรกก็ไปรับเบเกอรี่จากที่อื่นมาขายก่อน เพราะที่ร้านจะขายกาแฟเป็นหลัก พร้อมทั้งอาหารว่าง เช่น แซนด์วิช สลัด และเค้กต่างๆ ที่รับมาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เพื่อเป็นการลองตลาดดูก่อน ซึ่งก็มีอุปสรรคในการขนส่งอยู่ไม่น้อย”

เมื่อเป็นเช่นนี้ จุ๊กจึงหันมาเอาใจใส่ในการเรียนรู้ที่จะทำเค้กอย่างจริงจัง และด้วยแรงผลักดันจากการเป็นคนที่ชอบกินเค้กอีกข้อหนึ่ง เธอจึงเริ่มศึกษาสูตรการทำเค้กและวิธีการทำจากอินเทอร์เน็ต รวมทั้งขอคำแนะนำจากเพื่อนสนิทที่เรียนจบการทำขนมจาก เลอ กอร์ดอง เบลอ มาช่วยถ่ายทอดวิธีการตีส่วนผสมของเค้ก พร้อมทั้งแนะนำเทคนิคในการทำเค้กให้อย่างจริงจัง

จุ๊ก บอกว่า หัวใจสำคัญของเค้กที่อร่อยนั้นอยู่ที่วัตถุดิบ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนผสมทุกอย่างต้องมีคุณภาพดี และเมื่อทำเสร็จแล้วก็ต้องให้เพื่อนๆ รวมทั้งลูกค้าที่ร้านได้ลองกินเค้กดูเสียก่อน หากผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจสมดังที่ตั้งใจไว้ เธอก็จะทำเค้กชนิดนั้นวางขายในร้านต่อไป

ณัฐกาญจนี อินถา ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

 

“ตอนนี้เค้กที่ร้านมีทั้งมูสช็อกโกแลต บราวนี่ บานอฟฟี่ บลูเบอร์รี่ชีสพาย ทีรามิสุ และบางชนิดอย่างสตรอเบอร์รี่พันนาคอตตา ซึ่งจะมีเป็นบางช่วงเวลาเท่านั้น เพราะจุ๊กต้องการวัตถุดิบที่สดใหม่จริงๆ แม้เค้กแต่ละชนิดจะมีสูตรที่ตายตัวเป็นพื้นฐาน แต่อย่างไรก็ตาม จุ๊กจะนำมาปรับสูตรนิดๆ หน่อยๆ ให้ได้เค้กหรือเบเกอรี่ที่มีสไตล์เฉพาะตัวของร้านชุบชีวา

อย่างมูสช็อกโกแลต ที่ร้านอื่นเค้าจะใช้แป้งสำหรับทำมูสช็อกโกแลตโดยตรงเลย ซึ่งจุ๊กรู้สึกว่ามันเลี่ยนไป อาจเป็นเพราะส่วนผสมที่ใส่ลงไปด้วย ดังนั้นมูสช็อกโกแลตของชุบชีวา จุ๊กจึงนำมาปรับสูตรนิดหน่อย โดยลดวัตถุดิบที่ทำให้เลี่ยนลงไป แล้วใช้วัตถุดิบอื่นใส่ลงไปแทน เช่น ใส่ชีสลงไปในช็อกโกแลต ถ้ารู้สึกว่ามันเลี่ยนไปก็จะเบรกด้วยวิปครีม เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องผ่านการเทสต์ทั้งโดยตัวเองและลูกค้าแล้วว่าอร่อยจริง จึงจะสามารถนำไปวางขายในร้านได้”

ใครที่กำลังคิดว่ารสชาติของเค้กจะอร่อยจริงมั้ยน้อ? จุ๊ก บอกว่า ถ้ามีโอกาสผ่านมาที่หัวหิน ก็ให้แวะมาลองกินเค้กและกาแฟรสชาติอร่อยๆ ได้ที่ร้านชุบชีวาเลยจ้ะ

จุ๊กมีแพลนไว้ว่า ถ้าร้านอยู่ตัวดีแล้ว ทั้งในเรื่องของรายได้และการบริหารเวลา เธออยากจะต่อยอดโดยการไปเรียนรู้เพิ่มเติมทางด้านเบเกอรี่และการทำอาหาร ที่เน้นการใช้ประสบการณ์จริงมากกว่า เธอไม่ได้ต้องการที่จะเรียนเพื่อให้ได้ประกาศนียบัตรหรือดีกรีมาประดับชีวิตเท่านั้น เพราะเชื่อว่าเมื่อคนเรามีประสบการณ์จริงในการเรียนรู้และการลงมือทำอะไรจริงแล้ว ในอนาคตก็จะสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นซิกเนเจอร์ของตัวเองที่มีคนยอมรับได้อย่างแน่นอน

ทีรามิสุ

ถือว่าเป็นเค้กที่ทำง่ายที่สุด การทำไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะไม่ต้องใช้เตาอบก็สามารถทำได้

ส่วนผสม (สำหรับ 10 ชิ้น)

กาแฟเอสเปรสโซ 3 ช็อต

เหล้าอะมาเร็ตโต 3 ช้อนโต๊ะ

วิปครีม

ไข่ไก่ 2 ฟอง

ชีสมัสคาโปเน (ชีสเหลว)

น้ำตาล

บิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์ส

วิธีทำ

1.นำเอสเปรสโซ 3 ช็อต เทลงในชาม จากนั้นใส่เหล้าริเคียวลงไป 3 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ให้เย็นลง (อุณหภูมิปกติ)

2.นำไข่ไก่ 2 ฟองมาตีกับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟูได้ที่ จากนั้นใส่ชีสมัสคาโปเนลงไป ตีให้เข้ากัน แยกวิปครีมไว้อีกถ้วย แล้วตีให้ขึ้นฟูได้ที่ จากนั้นนำส่วนผสมทั้งสองถ้วยนี้มาผสมกันแล้วตีเบาๆ ให้เข้ากัน พักเอาไว้

3.นำบิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์สมาจุ่มกับกาแฟ ไม่ต้องจุ่มเยอะจนเลดี้ฟิงเกอร์สแฉะเกินไป โดยวางเป็นเลเยอร์สลับกับชีสมัสคาโปเน (ในข้อ 2) โดยเทลงไปสลับเป็นเลเยอร์อย่างละ 2 ชั้น เป็นอันเสร็จ จากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็นที่อุณหภูมิปกติทิ้งไว้ 1 คืน พอตื่นเช้ามาก็สามารถอร่อยกับทีรามิสุสูตรนี้ได้เลย (เก็บไว้ได้แค่ 3 วันเท่านั้นนะ)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท