
อยากฟังซ้ำ คริสตินา แพร์รี
สาวเสิร์ฟวัยต้นยี่สิบจากฟิลาเดลเฟียดิ้นรนใช้ชีวิตเพื่อไล่ล่าความฝันของตัวเอง หลังจากเพลงซึ่งเธอแต่งและร้องออกสู่สาธารณะ “คริสตินา แพร์รี”
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
สาวเสิร์ฟวัยต้นยี่สิบจากฟิลาเดลเฟียดิ้นรนใช้ชีวิตเพื่อไล่ล่าความฝันของตัวเอง หลังจากเพลงซึ่งเธอแต่งและร้องออกสู่สาธารณะ “คริสตินา แพร์รี” กลายเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่ได้รับความสนใจจากคนจำนวนมาก เธอแนะนำตัวกับโลกอย่างเป็นทางการด้วยอีพี Lovestrong ในปี 2011 โดยมีเพลง Jar of Hearts โด่งดังขึ้นถึงอันดับ 4 ในบิลบอร์ดชาร์ต คริสตินา แพร์รี ก็ออกทัวร์ยาวนานกว่า 2 ปี หลังจากนั้นเธอก็มีเพลง A Thousand Years ซึ่งรวมอยู่ในอัลบั้มเพลงประกอบหนังชุด Twilight ประสบความสำเร็จอย่างมาก
หลังจบทัวร์ ช่วงปลายปี 2012 คริสตินา แพร์รี เขียนเพลงใหม่ๆ ออกมามากมาย เธอทำงานที่ห้องบันทึกเสียงเล็กๆ ในอังกฤษ โดยมี เจค กอสลิง โปรดิวเซอร์ซึ่งเคยทำงานร่วมกับ เอ็ด ชีแรน, วัน ไดเรคชัน ฯลฯ มาช่วยดูแล ทั้งยังได้นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ดังอีกหลายคนมาช่วยด้วย จากเพลงมากถึง 49 เพลง คริสตินา และทีมตัดให้เหลือเพียง 13 เพลง รวมไว้ในอัลบั้ม Head or Heart ซึ่งออกวางจำหน่ายในต้นเดือน เม.ย. 2014 ก่อนไต่ขึ้นชาร์ตในอันดับ 4
อัลบั้มนี้ให้ความสำคัญกับเสียงร้องของ คริสตินา แพร์รี มากกว่าอย่างอื่น ในวัย 28 ปี เสียงของเธอฟังดูเป็นหญิงสาวเต็มตัวกว่าชุดที่แล้ว เพลงส่วนใหญ่เป็นบัลลาด ช้าๆ เนื้อหาตรงมาตรงไป ดนตรีง่ายๆ เสียงเปียโนโดดเด่น ส่วนเนื้อหาในบทเพลงนั้นมีเรื่องราวซึ่งเราสามารถเชื่อมต่อได้
ทุกเพลง คือ สิ่งที่เธอคิดและรู้สึกเมื่อได้มองย้อนกลับไปยังความสัมพันธ์ครั้งเก่าๆ เธอพบว่า ตัวเองใช้ทั้งหัว (สมอง) และหัวใจกับทุกเรื่องที่ผ่านมา โดยไม่รู้ว่า ใช้อะไรกับเรื่องไหนถึงจะถูก แม้แต่วันนี้ก็ยังไม่รู้คำตอบที่แน่ชัด
เพลง Be My Forever คริสตินา ร้องร่วมกับ เอ็ด ชีแรน เป็นการดูเอตที่น่าฟัง เพลงเด่นจากอัลบั้มนี้ คือ Human ซึ่งพูดถึงตัวตนความเป็นมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร “เป็นเรื่องใหม่สำหรับฉันที่เขียนเพลงซึ่งไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ อาจจะเพราะว่าฉันแก่ขึ้น และได้ตระหนักว่ามันไม่ใช่ความผิดของคนอื่นเสมอไป บางครั้งก็ฉันเองนี่ล่ะที่ผิด นั่นอาจจะเป็นบางอย่างที่ฉันได้เรียนรู้ตอนอายุ 27 ปี เพลง Human เป็นเหมือนการให้อภัยตัวเอง มันเป็นช่วงจังหวะของชีวิตเมื่อบางอย่างผิดพลาดไป คุณก็ต้องให้อภัยตัวเอง ก่อนที่จะพยายามใหม่อีกครั้ง อาจจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ งาน ความสัมพันธ์ หรืออาจจะเป็นความหวังหรือความฝัน”
นอกจากนี้ ยังมีเพลง I Believe และ Burning Gold ซึ่งเป็นเพลงศิลปินเขียนถึงตัวเองตอนอายุ 20 ปี เมื่อเธอตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดในฟิลาเดลเฟียไปเสี่ยงโชคที่แอลเอและไล่ล่าตามหาฝัน “ฉันไม่รู้ว่าตัวเองได้ความกล้าขนาดนั้นมาจากไหน”
ในวัยที่เพิ่มขึ้น คริสตินา แพร์รี เชื่อว่า พลังสร้างสรรค์ในการแต่งเพลงของเธอได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น บทเพลงในอัลบั้ม Head or Heart คือ การนำอารมณ์ความรู้สึกเบื้องลึกข้างในออกมาได้มากกว่างานชุดก่อน “มันไม่ใช่อัลบั้มอกหักรักสลาย แต่เป็นเรื่องราวของทุกๆ สิ่ง ซึ่งฉันได้พบเจอในช่วง 3 ปีหลัง” ถึงจะเป็นงาน “อารมณ์” แต่คนฟังก็จะพบว่า มันผ่านการใช้ “สมอง” ตรึกตรอง และกล่อมเกลาด้วย “ประสบการณ์” กับ “รสนิยม” ใหม่ๆ ไม่ได้เป็นงานของ “หัวใจ” ล้วนๆ เหมือนกับที่เรารู้สึกได้จากงานชุดแรกของ คริสตินา แพร์รี
อัลบั้ม Head or Heart ไม่ได้เป็นงานป๊อปร็อคที่เลิศหรือล้ำที่สุด ไม่แฟนซี ไม่ใช่งานแห่งการปฏิวัติ ไม่ได้เพิ่มอะไรที่แปลกแหวกแนวเข้ามา แต่ก็เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกคุ้นเคย
เป็นเสียงที่ทำให้ใจสงบ และอยากฟังซ้ำ







