
ฤาแชมป์เปลี่ยนมือ
เพิ่มความดราม่าเข้าไปอีกสำหรับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงโค้งสุดท้าย หลังเต็งหนึ่งอย่าง ลิเวอร์พูลถูกแท็กติกเชลซีเล่นงานไป 2-0
โดย...มิวโกโตะ
เพิ่มความดราม่าเข้าไปอีกสำหรับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงโค้งสุดท้าย หลังเต็งหนึ่งอย่าง ลิเวอร์พูลถูกแท็กติกเชลซีเล่นงานไป 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่บุกกำราบ คริสตัล พาเลซ ด้วยสกอร์เดียวกัน กุมชะตาเอาไว้แทน
ช็อตที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันถิ่นแอนฟิลด์ลื่นล้มเสียหลักจนถูกลงโทษประตูแรกยังคงเป็นที่พูดถึงไม่หยุด และอาจเป็นแอ็กชั่นสำคัญของซีซั่นหากต้องชวดแชมป์ อย่างไรก็ตาม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ “หงส์แดง” ได้ปลอบขวัญลูกทีมว่าความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ พร้อมเรียกร้องให้ “เดอะ ค็อป” ทบทวนให้ดี ถ้าไม่มี สตีวีจี ทีมอาจไม่ได้มายืน ณ จุดนี้
“เขาเป็นผู้เล่นที่ปลุกให้ทีมกลับมาสู่เกมหลายนัด มันเป็นเรื่องโชคร้ายที่ดันมาลื่นล้มในสถานการณ์เช่นนี้ แต่เขาทำทุกอย่างที่ควรทำไปแล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องไปตำหนิเขา แน่นอนว่า เจอร์ราร์ด ผิดหวัง แต่เขาเป็นคนแกร่ง และจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้แน่นอน” บีร็อด เผย
ขณะที่ มานูเอล เปเญกรินี นายใหญ่ถิ่น เอติฮัด รีบโยนความกดดันพ้นตัว หลังปฏิเสธตำแหน่งเต็งหนึ่งที่สวิงกลับมายังทัพ “เรือใบสีฟ้า” อีกครั้ง ทั้งที่เงื่อนไขตอนนี้ขอแค่ชนะรวด โทรฟี่จะวกกลับมายัง แมนเชสเตอร์ ดั่งบูเมอแรง
“พรีเมียร์ปีนี้เป็นอะไรที่พิเศษ เพราะตารางคะแนนใกล้เคียงกันมาก ตอนนี้มันสำคัญนะที่ต้องก้าวต่อไปจนถึงบทสรุป เราจะเห็นกันเมื่อจบซีซั่นว่าทีมไหนดีที่สุด ในเกมลูกหนังไม่มีตัวเต็ง เราแค่ได้โอกาสกลับมาอยู่ในมือแค่นั้น” เปเญกรินี กล่าว
ทั้งนี้ แมตช์ชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีก 2014 ถูกเลื่อนไปเป็นเกมสัปดาห์หน้าที่ เอฟเวอร์ตัน เขามีคิวเปิดรัง กูดิสัน ปาร์ก ต้อนรับ “เรือใบสีฟ้า” ซึ่งหาก “ทอฟฟี่เมน” แพ้ เกจิชื่อดัง รวมถึงสถานรับพนันถูกกฎหมายในอังกฤษฟันธงว่า แชมป์คือ ซิตี ชัวร์ เพราะเกมที่เหลือกับ แอสตัน วิลลา กับ เวสต์แฮม ในบ้านไม่น่าพลาด ส่วนเงื่อนไขคัมแบ็กแชมป์ของ ลิเวอร์พูล คือต้องชนะรวด 2 เกมที่เหลือ (คริสตัล พาเลซ และ นิวคาสเซิล) และแช่งให้ แมนฯ ซิตี สะดุดเสมออย่างน้อย 1 นัด หรืออีกกรณีคือถล่มคู่แข่งให้ได้เยอะๆ เพื่อนับประตูได้เสียแข่ง แต่คงลำบาก เพราะเวลานี้ตามหลังถึง 8 ลูก
อย่างไรก็ตาม ถึงเวลานี้แฟนบอลคงต้องห้ามกาชื่อ เชลซี อีกเด็ดขาด แม้ โจเซ มูรินโญนายใหญ่ “สิงห์บลู” จะให้สัมภาษณ์อยู่ตลอดว่าแชมป์ไม่มีทางอยู่ในกรุงลอนดอน แต่ดูจากคะแนนเวลานี้ ทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะสมมติว่า 2 ผู้นำเกิดพลาดสะดุดแพ้คนละ 1 นัด และ เชลซี ชนะ นอริช กับ คาร์ดิฟฟ์ได้ พวกเขาจะเป็นตาอยู่ขโมยแชมป์ไปครองได้อย่างสะใจ
หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ตอนนี้ แมนฯ ซิตี มีโอกาสสมหวังประมาณ 60% ลิเวอร์พูล 25% ส่วน เชลซี 15% ซึ่งพอพลิกประวัติภูมิหลังดูแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฟนหงส์อกหักช่วงโค้งสุดท้าย โดยฤดูกาล 1996/1997 เคยโกยแต้มนำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ดพอสมควร จู่ๆ ช่วงท้ายซีซั่นดันฟอร์มออกทะเลจนเป๋กระทั่งจบเพียงอันดับ 4 ส่วนฤดูกาล 2008/2009 ก็เล่นได้อย่างเหนียวแน่น แต่ช่วงท้ายฤดูกาลกลับถูก อังเดร อาร์ชาวิน ดาวยิงอาร์เซนอลยิง 4 ลูกรวด สุดท้ายได้แค่รองแชมป์
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สุดท้ายจะมีเพียงสโมสรเดียวที่สุขสมหวัง ดังนั้นทีมที่อกหักจึงทำได้เพียงภูมิใจกับสิ่งที่ต่อสู้มาอย่างยาวนาน และเก็บประสบการณ์ลุ้นแชมป์ไปใช้ในอนาคต...







