
หนทางไกลสู่เสรีภาพ ‘เนลสัน แมนเดลา’
โดย...พงศ์ พริบไหว ภาพ ไม่มีเครดิต
โดย...พงศ์ พริบไหว ภาพ ไม่มีเครดิต
“แอฟริกาใต้ได้สูญเสียบุตรชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นการเรียกร้องให้ชาวแอฟริกันดำเนินชีวิตตัวเองด้วยความมีเกียรติและความเคารพนับถือต่อกัน...” คำกล่าวสุนทรพจน์ของ “จาค็อบ ซูมา” ประธานาธิบดีแห่งแอฟริกาใต้ถึง “เนลสัน แมนเดลา”
“เนลสัน แมนเดลา” คือ เอกบุรุษผู้ซึ่งใช้ชีวิตในแบบนักสู้เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และอิสรภาพ ผู้คนทั่วโลกจดจำเขาในฐานะบุรุษผู้ทรงความดี นักประชาธิปไตยผู้นำสันติภาพมาสู่ประเทศแอฟริกาใต้ แม้สิ่งนั้นจะแลกมาด้วยอิสรภาพของเขาเองในเรือนจำบนเกาะร็อบเบินถึง 27 ปี แต่ทว่าช่วงเวลาที่สูญสิ้นไปครึ่งค่อนชีวิตในที่คุมขัง เขาเองยังคงมีความหวังถึงวันที่สดใสเสมอ และอดทนรอสิ่งนั้นด้วยหัวใจทระนง
จนกระทั่งวันแห่งชัยชนะของเขาที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มาถึง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม “เนลสัน แมนเดลา” ได้นำสันติภาพมาสู่ผืนแผ่นดินเกิด และเขาเองได้ใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ให้คนทั่วโลกได้ทำความเข้าใจและเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาทิ้งไว้ แม้ในวันเวลานี้เอกบุรุษผู้นี้จะจากไปในวัย 95 ปี แต่เขาเองได้ทิ้งความทรงจำที่ดีงามไว้มากมาย หนึ่งในนั้นคือหนังสือเล่มสำคัญที่จะทำให้รำลึกถึงสิ่งที่เนลสันและผองเพื่อนได้ทำในวัยหนุ่ม
“เนลสัน แมนเดลา” เขียนหนังสือ “Long Walk To Freedom” ขึ้นเองในห้วงความทรงจำครั้งเมื่อถูกคุมขัง โดยหนังสือเรื่องนี้ทางสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ได้นำมาแปลและจัดจำหน่ายในชื่อ “หนทางไกลสู่เสรีภาพ Long Walk To Freedom” ในเล่มจะบอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ “เนลสัน แมนเดลา” เรียกได้ว่าเป็นอัตชีวประวัติของผู้นำคนสำคัญของโลกเลยก็ว่าได้ที่เขียนขึ้นมาเองด้วยลายมือของประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้
หนังสือเล่มนี้ได้ใช้เวลาเดินทางยาวนานนับ 20 ปี ตั้งแต่ฉบับภาษาอังกฤษพิมพ์ครั้งแรกในปี 1994 ทั้งนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย “สมาพร แลคโซ” ผู้ได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อสนับสนุนการแปลและยังได้รับการสนับสนุนเพื่อจัดพิมพ์ โดยสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเผยแพร่เรื่องราวการต่อสู้ของบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนมากที่สุดในยุคนี้ และเธอเองได้พูดถึงการทำงานแปลหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า
“หนังสือเล่มนี้แปลยากมาก เนื่องจากว่าฉากส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกา ซึ่งภาษาชื่อเรียกต่างๆ ชื่อคน ชื่อเมือง ชื่อสถานที่ ก็คืออยู่ในแอฟริกาเป็นหลัก การที่จะถ่ายทอดด้วยเสียงที่เขาเรียกกันจริงๆ ได้ พี่ต้องไปดูในฉบับที่เป็นเสียงอ่าน คือมีคนที่แปลเป็นไฟล์เสียงภาษาอังกฤษไว้ เราก็ต้องหามาฟังว่าเขาออกเสียงยังไง และแมนเดลาเขายังเขียนหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่เกิดจนออกจากคุก กินระยะเวลายาวนานมาก เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน เกี่ยวข้องกับความรู้หลากหลายสาขา เช่น เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีในแอฟริกา การละเล่น จึงต้องค้นคว้าหนัก
แมนเดลาท่านเป็นคนเขียนหนังสือดีมากและก็สนุก ได้ความรู้พร้อมสาระในเวลาเดียวกัน เราอยากขอเล่าเรื่องการเขียนหนังสือเล่มนี้ของแมนเดลาสักนิด เพราะว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ คือท่านแอบเขียนหนังสือเล่มนี้ตอนถูกจำคุกอยู่ที่เกาะร็อบเบิน โชคดีที่ทางการได้มอบโอกาสผ่อนผันแก่นักโทษ ให้นักโทษการเมืองสามารถเรียนหนังสือได้ ท่านก็แกล้งทำเป็นว่าอยู่ในระหว่างการเรียนหนังสือ ตอนเช้าจะต้องไปทำงานที่เหมืองปูนขาว พอถึงตอนเย็นท่านก็จะเข้านอนไปจนได้เวลาอาหารเย็น หลังอาหารเย็นก็จะนอนต่อไปจนถึงเวลาสี่ทุ่ม จากสี่ทุ่มจนถึงสว่างท่านก็จะใช้เวลานี้เขียนต้นฉบับ โดยเขียนในกระดาษฟุลสแก๊ปได้มาจำนวน 500 หน้า โดยใช้เวลาเขียนสี่เดือน ในขณะนั้นก็ยังมี บก.ถึงสองคน ซึ่งเป็นนักโทษการเมืองเป็นคนดูต้นฉบับ
ก็จะเขียนวันต่อวัน เขียนคืนนี้เสร็จวันรุ่งขึ้นก็จะให้ บก.ทั้งสองคนตรวจ และช่วยกันคอมเมนต์ไว้ข้างๆ กระดาษ ปัญหาก็คือว่าต้นฉบับ 500 หน้า ทำยังไงถึงจะลักลอบเอาออกมาข้างนอกได้ วิธีที่ท่านทำก็คือให้เพื่อนในคุกที่เป็นนักชวเลขถอดแปลต้นฉบับเป็นชวเลข จากสิบหน้ากระดาษฟุลสแก๊ปจะได้เป็นหนึ่งหน้ากระดาษ จากนั้นก็ลักลอบเอาต้นฉบับออกมากับเพื่อนอีกคนที่ได้รับการปล่อยตัวโดยแทรกไว้กับสมุดเรียน จนกระทั่งท่านพ้นโทษออกมาก็นำต้นฉบับนั้นมาเรียบเรียงใหม่และพิมพ์ออกมาในวันครบรอบ 60 ปี ของท่าน”
สมาพรผู้แปลได้เล่าถึงหนังสือเล่มนี้ต่อว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทุกคนควรต้องอ่าน เพราะในเล่มจะมีเนื้อหาสาระในอีกแง่มุมหนึ่งของเนลสัน แมนเดลา นอกจากเรื่องการต่อสู้เพื่อเสรีภาพแล้ว ในเล่มยังสะท้อนให้เห็นเรื่องราวการต่อสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนผิวดำที่ถูกกดขี่และเหยียดสีผิว ซึ่งในเล่มจะเล่าถึงการถูกกดขี่ของคนผิวดำ เช่น ตั้งแต่เกิดก็ต้องไปคลอดแยกต่างหาก ต้องเข้าเรียนเฉพาะที่ของคนผิวดำ ขึ้นรถเมล์ก็ต้องเป็นประเภทที่คนผิวดำขึ้นกัน ร้านอาหารก็ไม่สามารถเข้าปะปนได้ ในเล่มนี้จึงทำให้เห็นภาพความกดดันของการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้อย่างชัดเจน
“นอกจากท่านเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่มีความสามารถในการพูดจาโน้มน้าวคนแล้ว ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่มีพรสวรรค์อีกด้วย เพราะเล่าเรื่องได้สนุก น่าติดตาม และความยิ่งใหญ่ของท่าน คือความคิดและจิตใจ ผู้แปลหวังว่าผู้อ่านจะได้รับทั้งความบันเทิง ความรู้ และข้อคิดจากการอ่านหนังสือเล่มนี้”
ผู้แปลเองหวังว่าหนังสือเล่มนี้ที่เธอตั้งใจทำงานถึง 2 ปีเต็ม จะสามารถบอกเล่าเรื่องราวทุกขั้นตอนได้อย่างครบถ้วน ด้วยลีลาการเขียนง่ายๆ พร้อมเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยที่สอดแทรกเข้ามาประกอบ เพิ่มความสนุกสนานชวนติดตาม เรียกได้ว่าเป็นหนังสือชั้นดี ที่ให้ความรู้ครบทุกองค์ประกอบ ทั้งแง่ของชีวิต ทัศนคติ อุดมคติ
เนลสัน แมนเดลา ถูกปล่อยตัวในวันที่ 11 ก.พ. 1990 ในวันนั้นเขาเดินออกมาหาฝูงชนที่รอต้อนรับพร้อมกับกำหมัดขวา แล้วกล่าวว่าแม้จะมีอายุ 71 ปีแล้วก็ตาม แต่ชีวิตของเขาก็เหมือนได้เริ่มใหม่ในวันนี้
เนลสัน แมนเดลา แต่งงาน 3 ครั้ง มีบุตร 6 คน หลานอีก 20 คน เหตุผลที่หย่าขาดกับภรรยา 2 คนแรก เกี่ยวกับการปฏิวัติและความคิดทางการเมือง
ในปี 1993 เนลสัน แมนเดลา ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ







