
ปิ่นโตเถารัก
ความรักอาจไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยาก ที่ไหน เมื่อไหร่ รูปแบบใด ความรักก็บังเกิดขึ้นได้
โดย...จีไอโจ
ความรักอาจไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยาก ที่ไหน เมื่อไหร่ รูปแบบใด ความรักก็บังเกิดขึ้นได้
แค่ปิ่นโตข้าวกลางวันที่ส่งผิดคน ก็นำไปสู่ความรัก (แรกพบ) ได้แล้ว เชื่อหรือยังเล่า
พล็อตง่ายๆ แบบนี้ละที่อยู่ในหนังอินเดียเรื่องนี้ พอพูดถึงหนังอินเดีย หลายคนอาจร้องอี๋ โปรดเถอะดวงใจ โปรดไปชมซะก่อน อย่าเพิ่งอี๋ เพราะนี่คือหนังอินเดียที่น่ารัก อบอุ่น และลุ่มลึก ดูจบคุณจะต้องยิ้มในใจแน่นอน
ฉากหลังหนังอยู่ที่อินเดีย แม่บ้านขี้เหงากับเสมียนพ่อหม้าย กลายเป็นเฟื่องหลักของหนัง แต่ส่วนตัวชอบตัวละครแวดล้อมมากกว่า อย่างเสมียนกำมะลอที่จะมารับหน้าที่แทนพระเอก หรือว่าป้าของนางเอก ซึ่งก็ไม่เคยปรากฏตัว มีแต่เสียงตะโกนโหวกเหวก 2 คนนี้ขอยกนิ้วให้เลยว่าสุดยอดดดดด
ส่วนพระเอก (สูงวัย) กับนางเอก (ก็วัยกลางคนละ) เล่นดีโคตร จับต้องได้ มีมิติความตื้นลึกหนาบาง โดยหนังค่อยๆ เผยออกมา รู้เลยว่าไม่ธรรมดาทั้งคู่ กับการแสดงเนียนๆ สมราคาที่คว้ารางวัลจากเทศกาลหนังจากทั่วโลก ไม่เอ่ยถึงก็คงไม่ได้ ผู้กำกับเลือดเนื้อเชื้อไขชาวภารต ทำหนังสั้นมา 4 เรื่อง เพิ่งกระโดดมากำกับหนังยาวเรื่องแรก แต่ขอโทษ ทำดีเกินคาด นึกว่าต้องแหวกส่าหรีดู ต้องวิ่งรอบภูเขา หรือต้องเต้นระบำหน้าท้อง ที่ว่ามาไม่มี
ชื่นชมมุมมองของผู้กำกับที่ลงมือเขียนบทเองซะด้วย เขามองเรื่องง่ายๆ เล็กๆ แล้วต่อยอดมาเป็นเรื่องราวงามๆ ไม่ต้องอินดี้ ไม่ต้องอาร์ตจ๋า แค่เล่นกับความรู้สึก เล่นกับความเป็นสังคมอินเดียแบบเดิมๆ แค่นั้น
สำหรับคนนอก ภาพที่เห็นในหนังมันเป็นอะไรที่เอ็กโซติกมากๆ ชีวิตเสมียน ชีวิตแม่บ้าน การเดินทางของปิ่นโตข้าวกลางวัน แล้วไง ทำไมโดนใจผู้ชมทั่วโลก
ก็ไม่รู้สินะ ถ้าใครได้ชมแล้วจะพบคำตอบว่า ก็หนังมันน่ารัก (อ่ะ) อบอุ่น กินใจ ขยี้ได้ถูกที่ถูกทาง แถมยังแยบยลที่จะสอดแทรกประเด็นนั่นนู่นนี่เข้าไปในหนังแบบไม่เคอะเขิน ยิ่งเฉพาะเรื่องความรัก คนปกติกว่าความรักจะลงตัว กว่าจะเจอคนที่ใช่ มันช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือคณา แต่หนังกลับทำให้เห็นว่า เมื่อถึงเวลาของมัน ความรักก็ช่างง่ายราวกับปาฏิหาริย์
แม่บ้านขี้เหงากับเสมียนพ่อหม้ายคงไม่มีโอกาสเจอกันแน่ๆ หากไม่ได้ปิ่นโตข้าวกลางวันเป็นสื่อกลาง แม่บ้านกะจะเอาใจสามี ด้วยการบรรจงลงมือปรุงเมนูอร่อยสุดใจขาดดิ้น ขณะที่เสมียนพ่อหม้ายก็ใจจดจ่อรอวันเกษียณใกล้มาถึงด้วยลมหายใจมุ่งมั่น
แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อปิ่นโตถูกส่งไปให้ผิดที่ ซ้ำร้ายยังผิดคน และเพราะความผิดฝาผิดตัวนี่แหละ ทำให้คนสองคนโคจรมารู้จักกัน แม้จะยังไม่เคยเจอหน้ากัน ทว่าปิ่นโตข้าวกลางวันก็ถือเป็นใบเบิกทางให้บังเกิดความรักในเวลาต่อมา
จะว่าไปสิ่งที่ร้อยรัดให้คนทั้งคู่มารู้จักกัน อาจไม่ใช่เพียงความอร่อยที่อยู่ในปิ่นโต แต่ยังหมายรวมถึง “จดหมายน้อย” ที่ถูกซ่อนไว้ใต้แผ่นโรตีอันหนานุ่ม ตอบโต้ไปมา ด้วยความสงสัย ใคร่รู้ เปิดเผย ปรึกษา และหาทางออกให้กันและกัน จนนำไปสู่ความผูกพันและกลายเป็นความรักที่สปาร์กกันโดยไม่รู้ตัว
คนแปลกหน้ามาเจอกัน คุยกันผ่านจดหมายน้อย ฝ่ายหนึ่งส่งปิ่นโตข้าวกลางวันให้ทุกเที่ยง ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าส่งผิดคน ไม่ใช่สามีตัวเอง อีกฝ่ายก็เฝ้ารอความอร่อยมาเสิร์ฟ ซึ่งก็แก่ใจรู้ว่าเมนูมื้อเที่ยงนั้นไม่ได้มาจากร้านปิ่นโตที่ตัวเองผูกไว้ โรแมนติกเวอร์
หนังเรื่องนี้ โดยรวมมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย พล็อตดูง้ายง่าย เหมือนไม่มีอะไรซับซ้อน ทว่าความจริงหนังใส่ความละเมียดละไมอย่างจงใจ ซึ่งให้อภัยในความพยายาม เพราะทำได้ดีและรู้สึกอินตาม และที่น่าสนใจคือ หนังยังแทรกประเด็นหนักๆ ไว้มากมาย สังคมและครอบครัว วิถีชีวิตและความฝัน ความเหงาและความรัก การนอกใจและความไว้วางใจ เป้าหมายใหญ่และอนาคต
The Lunchbox ถือเป็นทั้งหนังชีวิตและหนังรัก พอหนังจบคุณจะรู้สึกว่ามันช่างอิ่มจัง อิ่มในความน่ารัก อิ่มในความอบอุ่น อิ่มในรสชาติความเป็นหนังอินเดีย ก็ไม่ต่างจากรสชาติเมนูอร่อยมื้อเที่ยงที่อยู่ในปิ่นโตเถานั้น แม้จะเป็นเมนูเดิมๆ แต่ถ้าใส่ใจและปรุงอย่างสุดฝีมือ ย่อมจะเกิดรสวิเศษแก่คนที่ได้ลิ้มลองเสมอ
The Lunchbox
ปี 2013
ประเทศ อินเดีย / ฝรั่งเศส / เยอรมนี / สหรัฐอเมริกา
ประเภท ชีวิต / รัก
ภาษา ฮินดี / อังกฤษ
ความยาว 104 นาที
เรตติ้ง น 15+ (เหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป)
กำกับ ริเทช บาตรา
แสดงนำ อีฟาร์ ข่าน / นิมรัต คาอูร์ / นาวาซุดดิน ซิดดิคุย / บาห์ระตี อะเชร์การ์







