
สงบ ... จึงพบความสั่นไหว
โดย...เสน่ห์จันทน์/อภิชชญา โตวิวิชญ์
โดย...เสน่ห์จันทน์/อภิชชญา โตวิวิชญ์
จากความสนใจด้านพุทธศาสนาตั้งแต่เด็กต่อยอดจนได้มีประสบการณ์ตรงในการเข้าค่ายปฏิบัติธรรมกลั่นกรองออกมาเป็นผลงานชุดใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าทุกชุดที่ผ่านมาของ “ธำรงค์ศักดิ์ นิ่มอนุสสรณ์กุล” ศิลปินผู้สรรค์สร้างผลงานภาพพิมพ์ตะแกรงไหมแบบกึ่งสัญลักษณ์และนามธรรม จัดแสดงภายใต้คอนเซปต์ “สภาวะแห่งความไม่เที่ยง” ที่กลายมาเป็นชื่อนิทรรศการ
“ชื่อนิทรรศการมาจากเวลาที่เราปฏิบัติธรรมแล้วเขาให้เราดูสิ่งที่เกิดขึ้นบนร่างกาย เราจะรู้สึกถึงความร้อน ความเย็น รู้สึกถึงลมพัดผ่าน แต่ไม่ว่าความรู้สึกใดจะเกิดขึ้นก็ตามสุดท้ายมันก็จะหายไป เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ซึ่งก็คือไม่เที่ยงนั่นเอง โดยงานทุกชิ้นคือการถ่ายทอดสภาวะดังกล่าว จึงตั้งชื่อว่าสภาวะแห่งความไม่เที่ยง”
งานชุดนี้ต่อยอดมาจากชุดก่อนๆ ตั้งแต่เรียนระดับปริญญาตรี “ชุดปัจจุบันนี้น่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนผมเรียนปริญญาโท คืองานเก่าผมทำเกี่ยวกับเรื่องสีเรื่องบรรยากาศ เพราะที่เชียงใหม่มันมีเรื่องแบบนั้น มันเป็นประสบการณ์ตรงที่เราได้รับ แต่พอย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ บรรยากาศทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปหมด แต่ผมก็ยังชอบเรื่องสีสัน อาจารย์ก็เลยแนะนำว่าถ้าชอบเรื่องสีสันให้ไปวัดพระแก้ว แล้วก็ได้รับแรงบันดาลใจจากที่วัดพระแก้ว ชุดแรกกับเรื่องความประทับใจ แต่พอชุดถัดมาเราต้องมีการพัฒนาทางความคิดมากขึ้น จะเอาแค่ความประทับใจอย่างเดียวไม่ได้ ผมก็เลยลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่มาของความเชื่อ พูดง่ายๆ คือมองเป็นเรื่องของปรัชญาที่ลึกซึ้งกว่าสิ่งที่เรามองเห็น ก็พัฒนามาเรื่อยๆ”
สำหรับธำรงค์ศักดิ์ความไม่เที่ยงคือไม่แน่นอนและควบคุมไม่ได้ ซึ่งแนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในทุกอณูของตัวงาน ไม่เว้นแม้กระทั่งในกระบวนการทำ “งานชุดนี้มีข้อแตกต่างตรงวิธีการผสมสี ถ้างานชุดเดิมผมจะผสมสีเอาไว้ทุกเฉดตามที่ผมต้องการ มันจึงออกมาตามที่ผมคิด แต่งานชุดนี้ผมเลือกใช้สีที่มีความโปร่ง โดยผสมเนื้อสีลงไปแค่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ แล้วพิมพ์ทับลงไปเรื่อยๆ ซึ่งมันควบคุมไม่ได้ เดาไม่ได้ว่าการพิมพ์ครั้งที่สองสีจะเป็นยังไง มันคือสิ่งที่เราต้องทดลองทำและดูผลที่ออกมา จากนั้นจะแก้ปัญหาหรือบางครั้งแม้ไม่ได้ดั่งใจผมอาจปล่อย เพราะมันก็เป็นกระบวนการหนึ่งที่เหมือนกับการปฏิบัติธรรม บางครั้งเราเจออะไรที่เราคาดเดาไม่ได้ แต่เราก็ต้องปล่อย”
เทคนิคที่ใช้เพื่อสะท้อนแนวคิดในงานชุดนี้ ธำรงค์ศักดิ์อธิบายว่า ตั้งแต่สีจะผสมผงมุกลงไปให้เกิดประกายสะท้อนระยิบระยับเวลาแสงไฟตกกระทบ เมื่อเราเดินหรือขยับมุมมองประกายสะท้อนก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อสื่อถึงความไม่เที่ยงตามชื่องาน อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แทนความสั่นสะเทือนของเซลล์หรือความซ่าที่เขารู้สึกทุกครั้งเวลานั่งสมาธิถึงจุดที่จิตนิ่งพอจะสัมผัสรายละเอียดที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ต้องการนำเสนอความรู้สึกตามสภาวะจริงที่ประสบในการนั่งสมาธิ โทนสีที่ใช้จึงมีความหนักเบาแตกต่างกันไป แต่โดยรวมจะมีความสดและเข้มกว่างานที่ผ่านมา เพื่อแทนความปวดจากร่างกายที่ถูกกดทับเป็นเวลานานๆ
สิ่งที่เป็นจุดเด่นในผลงานเชิงนามธรรมของธำรงค์ศักดิ์คือ รูปทรงที่ถูกคลี่คลายจนเหลือเพียงทรงบริสุทธิ์ ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งต่างๆ “ถ้าพูดถึงเรื่องการใช้ฟอร์มผมว่ามันไม่แตกต่างมาก เพราะว่างานเดิมผมจะใช้ฟอร์มเรขาคณิตหรือรูปทรงบริสุทธิ์ (รูปทรงที่เราสร้างขึ้นมาเอง) เพื่อถ่ายทอดแทนค่าสัญลักษณ์บางอย่างลงไป ส่วนชุดนี้เรียกว่ากึ่งๆ แล้วกันครับ สำหรับผมฟอร์มในชุดนี้มันคือความรู้สึกล้วนๆ ของผมเองที่ผมถ่ายทอด ไม่ได้หมายถึงเจดีย์หรือวัดเหมือนชุดก่อน วงกลมในงานชิ้นนี้กับวงกลมในงานอีกชิ้นอาจจะคนละความหมาย คนละความรู้สึกก็ได้ คราวนี้ในงานชิ้นนี้ที่ผมใช้ความรู้สึกแทนค่ามากก็จะมีเรื่องของรูปทรงที่แตกต่างกันและเรื่องของสี ซึ่งสีใช้แทนความรู้สึกได้ เพราะเวลาคนดูงานสักชิ้นหนึ่งสีวรรณะร้อนเย็นมันก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ผมก็จะแทนค่าความรู้สึกตรงนี้จากการปฏิบัติลงมาสู่ตัวงานว่าชิ้นนี้เราจะใช้สีอะไรแทนค่าความรู้สึกตรงนั้น”
“ศิลปะก็คือการถ่ายทอดประสบการณ์และแบ่งปันให้ผู้อื่นได้รับรู้ ดังนั้นงานจะยิ่งลึกถ้าเรากลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง สำหรับตัวผมคิดว่างานชุดนี้ลึกซึ้งและสัมพันธ์กับตัวผมมากที่สุด เพราะไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความประทับใจจากสิ่งที่เรามองเห็นเฉยๆ แต่กลั่นออกมาจากสิ่งที่เราประสบด้วยตัวเอง” ธำรงค์ศักดิ์ กล่าวสรุป
นิทรรศการ “สภาวะแห่งความไม่เที่ยง” จัดแสดงจนถึงวันที่ 27 เม.ย. ณ อาร์เดลเธิร์ดเพลส แกลเลอรี ถนนสุขุมวิท 55 ทองหล่อ ซอย 10 เปิดให้ชมเวลา 10.30-19.00 น. และวันอาทิตย์ 10.30-17.30 น.
ธำรงค์ศักดิ์ นิ่มอนุสสรณ์กุล หรือ อาจารย์เล็ก
จบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะวิจิตรศิลป์ สาขาภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโทจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ สาขาภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
มีผลงานแสดงร่วมหลายครั้ง และมีแสดงนิทรรศการเดี่ยว 2 ครั้ง คือ “Eclipse” ณ ร้าน MES AMIS food & wine Restaurant กรุงเทพฯ ปี 2544 และ “Cheerful Cosmos” ณ โรสการ์เด้นแกลเลอรี่ จ.นครปฐม ปี 2547







