
หุ้นแมนยูฯปิดสูงสุดรับข่าวปลดมอยส์
หุ้นแมนยูฯพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี หลังบอร์ดบริหารตัดสินใจปลดมอยส์
หุ้นแมนยูฯพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี หลังบอร์ดบริหารตัดสินใจปลดมอยส์
หุ้นของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมฟุตบอลชื่อดังจากเกาะอังกฤษ ปิดตัวสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีมากขึ้น หลังจากที่บอร์ดบริหารของแมนยูฯ ตัดสินใจปลดเดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม ที่ถูกวิพากวิจารณ์อย่างหนัก ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แทนยูฯมีผลงานที่ย่ำแย่ในฤดูกาลนี้
หุ้นของแมนยูฯมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 6 ซึ่งหลังจากเปิดตลาด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่หุ้นละ 19.18 ดอลลาร์ หรือราว 620 บาท ก่อนที่ปรับตัวลงมาเล็กน้อยก่อนปิดตลาด อยู่ที่ 18.78 ดอลลาร์ หรือราว 600 บาท ซึ่งมูลค่าดังกล่าว ถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2556 เลยทีเดียว
หลังจากที่มีข่าวประกาศปลดมอยส์ เดอะ มิเรอร์ของอังกฤษ ก็รายงานว่า มอยส์รู้สึกโกรธจัดและรังเกียจวิธีการที่บอร์ดบริหารของทีมแมนยูฯทำกับเขา นั่นก็คือการไม่แจ้งล่วงหน้า และการประกาศปลด ก็เกิดขึ้นหลังจากการชี้แจงผ่านเว็บไซต์ของทีมแมนยูฯ รวมถึงในสื่อออนไลน์อย่างทวิตเตอร์ ก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในอินเตอร์เน็ต ซึ่งมอยส์มองว่า เป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติกันเท่าไหร่นัก
และที่สำคัญที่สุด เขารู้สึกไม่พอใจและผิดหวังในการตัดสินใจของเอ็ด วู้ดวาร์ด รองประธานบริหารของทีมแมนยู ซึ่งเขาเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า วู้ดวาร์ดยังคงให้การสนับสนุนเขาเป็นอย่างดี แม้จะมีเสียงกดดันให้ปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมก็ตาม โดยนับตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมา มอยส์ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ด้วยการเดินทางไปคุมลูกทีมฝึกซ้อม และยังเดินหน้าเจรจาซื้อตัวนักเตะจากทีมอื่นมาร่วมทีม ซึ่งเห็นได้ชัดว่า มอยส์ไม่ได้ระแคะระคายแม้แต่น้อย ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ตนเองจะถูกปลดจากตำแหน่งดังกล่าว







