
@life
โดย...เทียนหยด
โดย...เทียนหยด
หินปูนเกาะกระดูก ไม่แก่ก็เป็นได้
คนวัยทำงานอาจจะยังไม่คุ้นกับอาการมีหินปูนเกาะกระดูกเท่าไหร่นัก เพราะส่วนใหญ่อาการนี้มักเกิดกับผู้สูงอายุ แต่หากคุณเป็นคนห่างเหินการออกกำลังกาย วันๆ เอาแต่นั่งนอนเฉย คุณอาจเป็นคนหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดหินปูนเกาะกระดูกได้
หินปูนเกาะกระดูกเกิดได้เมื่อร่างกายของเราเสื่อมสภาพ หรือเกิดความเสียหาย เช่น แตก หัก ซึ่งร่ายกายจะดึงแคลเซียมไปซ่อมแซมกระดูกส่วนที่เสื่อม จนอาจพอกพูนผิดธรรมชาติ ทำให้กระดูกบริเวณนั้นเสียรูปทรง ทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า Bony Spur หรือ Osteophyte แปลว่า “กระดูกงอก” ซึ่งเกิดได้กับทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่กะโหลกศีรษะ กระดูกแขน ขา และข้อต่อต่างๆ เป็นต้น
อาการกระดูกงอกจะอันตรายก็ต่อเมื่อ หินปูนที่เกาะนั้นไปเบียดบังเนื้อเยื่อหรือทับเส้นประสาทที่สำคัญ ทำให้คนที่เป็นมีอาการเจ็บปวด ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ลำบาก และหากปล่อยไว้นานอาการเจ็บปวดนั้นจะเรื้อรังและรักษาไม่หาย
เมื่อพบว่ามีอาการปวดกระดูกส่วนใดก็ตามให้สังเกตการงอก ปูด โปนของกระดูกส่วนนั้นๆ ร่วมด้วย และหากสงสัยควรรีบปรึกษาแพทย์ ซึ่งวิธีรักษาหินปูนเกาะกระดูก ทำได้ 3 วิธี คือ 1.ผ่าตัด 2.ให้ยาต้านการอักเสบ และ 3.กายภาพบำบัด โดยจะรักษาตามอาการขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์ผู้ทำการรักษา
อย่างไรก็ตาม วิธีลดความเสี่ยงของอาการหินปูนเกาะกระดูก คือ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงและออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเก็บสะสมมวลกระดูกเอาไว้ป้องกันกระดูกเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร
อากาศร้อนกระตุ้นไมเกรนกำเริบ
แสงแดดปลายเดือน เม.ย.ช่างร้อนแสนร้อน ไม่เลือกเวลาไม่ว่าเช้าหรือเย็น เมื่อเป็นเช่นนี้ อาการเจ็บป่วยซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของหลายๆ คนก็เริ่มกลับมาเยือน นั่นก็คือ อาการปวดหัวไมเกรน
ไม่เพียงแต่ความเครียดเท่านั้นที่กระตุ้นให้อาการปวดตุบๆ ข้างขมับกำเริบ แต่การพักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารหรือได้รับสารบางชนิด เช่น ผงชูรส กาเฟอีน ควันบุหรี่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการอยู่กลางแดดจ้าเป็นเวลานานๆ ล้วนทำให้เราปวดหัวได้เช่นกัน
เมื่อต้องเผชิญกับอากาศร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะป้องกันตนเองอย่างไรไม่ให้ไมเกรนกำเริบ
1.การเดินกลางแดดจ้า ควรมีน้ำเย็นติดมือไว้ และจิบเป็นระยะ หรืออมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ขณะเดินจะช่วยคลายร้อนและป้องกันการปวดศีรษะจากไมเกรนได้
2. เมื่ออาการปวดเริ่มกำเริบ นอกจากจะใช้ยาบรรเทาแล้ว ให้นำห่อก้อนน้ำแข็งประคบศีรษะ เพื่อทำให้เส้นเลือดแดงในสมองที่ขยายตัวผิดปกติหดตัวลง หลังจากนั้นอาการปวดก็จะทุเลา
3.กรณีที่ไม่อยากใช้ยา การนวดกดจุดบริเวณเส้นเลือดใหญ่หลังใบหู ก็สามารถบรรเทาอาการปวดได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา และในผู้ป่วยบางคน การนอนหลับพักผ่อนก็ช่วยให้อาการเจ็บปวดนั้นดีขึ้นได้
4.ในกรณีที่ทำทุกวิธีแล้ว แต่อาการปวดไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่นๆ ต่อไป
กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
ป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012
กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 กำลังระบาดในต่างประเทศ โดยองค์การอนามัยโลก รายงานว่า พบผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 จาก 13 ประเทศ ดังนี้ จอร์แดน ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ อังกฤษ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝรั่งเศส ตูนิเซีย เยอรมนี อิตาลี โอมาน คูเวต มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 จะมีระยะฟักตัว 24 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีน้ำมูก เจ็บคอ และไอ หรืออาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และติดต่อได้ด้วยไอหรือจาม โดยเชื้อจะลุกลามเข้าปอดอย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากมีไข้สูงให้รีบพบแพทย์โดยด่วน สำหรับวิธีการป้องกัน ทำได้โดย ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และปรุงสุกใหม่ๆ ใส่หน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูกเมื่อไอหรือจาม และหมั่นล้างมือด้วยน้ำสบู่







