
จากไปใจยังคิดถึง ‘รัชนี ศรีไพรวรรณ’
ใช่เพียงว่าจะนำความสูญเสียมาสู่วงการการศึกษาเท่านั้น แต่การจากไปของ “รัชนี ศรีไพรวรรณ” หรือ “อาจารย์รัชนี” คือหนึ่งความสูญเสียต่อวงการวรรณกรรม
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
ใช่เพียงว่าจะนำความสูญเสียมาสู่วงการการศึกษาเท่านั้น แต่การจากไปของ “รัชนี ศรีไพรวรรณ” หรือ “อาจารย์รัชนี” คือหนึ่งความสูญเสียต่อวงการวรรณกรรม
เป็นการปิดตำนานผู้สร้างสรรค์แบบเรียนวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษา ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างปี 25212537 ที่ทำให้เด็กไทยยุคก่อนรู้จักและผูกพันตัวละครในเรื่อง
มานะ มานี ปิติ ชูใจ ตลอดจนแก๊งเพื่อน วีระ สมคิด ดวงแก้ว เพชร และจันทร รวมถึงสัตว์เลี้ยงแสนเชื่อง เจ้าแก่ เจ้านิล เจ้าจ๋อ ก็ยังอยู่ในใจเสมอมา
เช่นกัน แม้วันนี้อาจารย์รัชนีจะสิ้นลม ทว่าผลงานของท่านยังคงโลดแล่นอย่างหรรษา ไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา หนึ่งผลงานที่ชวนให้ถวิลหา “ทางช้างเผือก” งานเขียนต่อยอดมาจากแบบเรียนชุดดังกล่าว เล่าเรื่องราวตัวละครเดิม เพิ่มสีสัน รายละเอียด อัดแน่นด้วยบรรยากาศ อารมณ์ และความรู้สึกนึกคิด
ตอนหนังสือวางแผงเมื่อ 8 ปีก่อน โพสต์ทูเดย์มีโอกาสสัมภาษณ์อาจารย์รัชนีถึงผลงานเล่มนี้
“เรื่องตัวละครไม่เปลี่ยนหรอก มานี มานะ ปิติ ชูใจ ดวงแก้ว เพชร จันทร วีระ ยังอยู่ครบ แต่ที่เปลี่ยนไปน่าจะเป็นพล็อตเรื่องมากกว่า ในทางช้างเผือกจะพูดถึงชีวิตของเด็กเหล่านั้นตอนโต การใช้ชีวิตช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ กิจกรรมสนุกที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตในห้องเรียน มีการผจญภัยมาเกี่ยวข้อง ชีวิตสมัยเด็กๆ ก็พูดบ้างนิดหน่อย แต่ไม่เยอะ โดยจะโยงไปถึงปัญหาคาใจตั้งแต่สมัยเด็กๆ ของตัวละคร อย่างเช่น ชูใจ คิดว่าพ่อแม่ของเขาตายแล้ว แต่ความจริงแม่ยังไม่ตาย ส่วนพ่อนั้น ชูใจก็คิดว่าได้ตรอมใจตายไปกับแม่ แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น ซึ่งทุกอย่างจะถูกนำมาเปิดเผยในหนังสือเล่มนี้ รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ของคนอื่นก็จะถูกคลี่คลายลงด้วย”
ก่อนอาจารย์รัชนีจะเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา โพสต์ทูเดย์มีโอกาสสัมภาษณ์อาจารย์สั้นๆ เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เป็นอีกครั้งถึงผลงานที่อาจารย์เขียนไว้ให้ดูต่างหน้า ไม่ว่าจะแบบเรียนหรือนวนิยาย
“เริ่มต้นเขียนเรื่องนี้ เพราะตอนนั้นกระทรวงศึกษาธิการต้องการปรับเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ เนื่องจากแบบเรียนเก่าโบราณเกินไป เงื่อนไขสำคัญของแบบเรียนชุดนี้ คือ ต้องสนุก เด็กๆ ติดใจ และอยากเรียนภาษาไทย ภาษาเขียนต้องสุภาพ สื่อแล้วเข้าใจง่าย เด็กแต่ละชั้นจะได้รู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ ฝึกพูด อ่าน เขียน เรียนรู้สถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เขาเข้าใจและเจริญเติบโตไปตามวัย ซึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนหลงรักอยู่ตรงตัวละครมีความเป็นเด็ก บริสุทธิ์แจ่มใส”
ส่วนการทำงานใน ทางช้างเผือก อาจารย์รัชนีเล่าว่า “สามารถเขียนได้อย่างอิสระ เขียนตามจินตนาการได้ ไม่มีกฎมีเกณฑ์มาจำกัด จะใส่คำพูด ผูกเรื่องยังไงก็ได้ เนื้อหาดราม่า แต่แฝงด้วยปรัชญาดีงาม ไม่ได้เล่าถึงบรรยากาศสดใสเหมือนตอนวิ่งเล่นหรือเรียนในห้องเรียนแล้ว”
อาจารย์รัชนีจากไปอย่างไม่หวนกลับ นำมาซึ่งความคิดถึงที่หลายๆ คนมีต่อท่านและผลงาน ไม่เว้นกระทั่งบรรณาธิการบริหาร สำนักพิมพ์อะบุ๊ก “ภูมิชาย บุญสินสุข” ที่เคยนำต้นฉบับ “ทางช้างเผือก” มาจัดพิมพ์เป็นเล่ม จนได้รับความนิยมในวงกว้าง ต่อด้วยรวมเรื่องสั้นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวละคร มานะ มานี ซึ่งผู้อ่านบางรายอาจจะพลาดไปหรือไม่เคยรู้ว่าอาจารย์รัชนีบรรจงเขียนขึ้นเพื่อให้คนอ่านอ่านแล้วชื่นใจดั่งชื่อ “เรื่องชื่นใจ”
“โตมากับ มานะ มานี ครับ แต่ตอนนั้นไม่ค่อยรู้สึกผูกพันเท่าไหร่ เหมือนเป็นหนังสือที่ต้องอ่านไงครับ พอโตมาและรู้ว่ามันไม่มีแล้ว บวกกับได้มาทำงานที่อะบุ๊ก ยิ่งทำให้อินกับเรื่องราวและตัวละครที่อาจารย์เขียน กลับมาอ่านซ้ำและอ่านเรื่องใหม่ที่อาจารย์เขียนขึ้นใหม่ ก็รู้สึกว่าเริ่มผูกพันกับตัวละคร
ผมว่าอาจารย์รัชนีเก่งมาก เก่งในเรื่องการใช้ภาษาและสร้างคาแรกเตอร์ตัวละคร ชัดเจนในการนำเสนอตัวละครแบบเด็กดี แค่คำว่าเด็กดีก็อาจทำให้คนน่าเบื่อแล้ว แต่อาจารย์กลับเล่าเรื่องได้สนุก มีรสชาติในเรื่องที่เล่า ภาษาที่ใช้ก็ง่ายๆ ไม่สวิงสวาย เปรียบเป็นอาหารก็เป็นจานธรรมดาๆ แต่ว่ารสชาติอร่อยมาก ซึ่งไม่ใช่ทุกคนหรอกที่ทำได้ ถือว่าอาจารย์รัชนีเป็นนักเขียนมือทองคนหนึ่งที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วครับ”
นอกจากนี้ แบบเรียนภาษาไทยและเหล่าตัวละครในเรื่องยังถูกนำมาปัดฝุ่นเป็นละครเวที ล่าสุดที่เพิ่งปิดม่านการแสดงไป “มานีและชูใจ” เขียนบทและกำกับการแสดงโดย “ศุภกร เหรียญสุวรรณ” แห่ง “เลยดูดี สตูดิโอ” ก็มีความผูกพันกับผลงานสุดคลาสสิก
“ตอนทำละครเวที มานี ชูใจ ก็เข้าไปหาอาจารย์ ไปกราบท่าน ไม่เคยเจอมาก่อนเลยครับ อาจารย์บอกผมว่า มานี มานะ เป็นของทุกคน ใครจะเอาไปทำอะไรก็ขึ้นกับเหตุผลและเจตนา ว่าใครไม่ได้หรอก แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งตอนเขียนบท ผมค่อนข้างกังวลว่ามันจะออกมาไม่ดี ผมจึงไปปรึกษาอาจารย์ ท่านยิ้มแล้วพูดว่า ศุภกร แค่เธอคิดจะทำก็ดีแล้ว เป็นคำสั้นๆ แต่ทำเอาผมอึ้งไปเลย
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในเนื้อหา ผมว่ามันคือการใช้ชีวิต มิตรภาพ และเพื่อน สำคัญมากๆ คือการบ่มเพาะและหล่อหลอมให้คนรู้จักคุณค่าและหน้าที่ จะเห็นว่าตัวละครที่อาจารย์สร้างขึ้นล้วนไม่มีใครสมบูรณ์ แต่ว่าสามารถที่จะอยู่รวมกันได้ และสามารถเป็นคนดีได้ ในฐานะที่ผมเป็นคนยุคนั้นและผูกพันกับตัวละคร หน้าที่ผมคือการส่งต่อเรื่องดีๆ ที่ผมได้ซึมซับจากสิ่งที่อาจารย์เขียนไว้ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีเช่นตัวละครเด็กดีที่อาจารย์สร้างขึ้น”
นับเป็นการจากไปด้วยความคิดถึงโดยแท้ ครูผู้สร้างเด็กดีบนโลกวรรณกรรม ขออาลัยไว้ ณ ที่นี้ “รัชนี ศรีไพรวรรณ”







